ข่าว

ประมวลจริยธรรมพบ'ส.ส.เมาไม่ผิด'

ประมวลจริยธรรมพบ'ส.ส.เมาไม่ผิด'

27 ก.พ. 2555

เปิดประมวลจริยธรรมสภาฯปี53 ส.ส.เมาไม่ผิด "ศุภชัย" ชี้ ส.ส.เมาต้องถูกตำหนิ แม้ไม่ระบุไว้ "รังสิมา" รอมติวิปฯค้านส่งสอบ วิปรัฐบาลปัดหารือกรณี "เฉลิม-อนันต์"

              27ก.พ.2555 จากกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ถูกพาดพิงมีอาการคล้ายคนมึนเมาขณะเข้าร่วมประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเด็นที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เตรียมส่งเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบและดำเนินการเอาผิด ฐานเป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ได้มีการลงนามตั้งคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมาจำนวน 20 คน อาทิ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ฐานะประธานกรรมการ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ , นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในโควต้าของอดีตประธานสภาฯ, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ , นายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานสภาฯ และนายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น

              โดยระบุให้มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ตรวจการแผ่นดิน บุคคลหรือหน่วยงานใด กรณีที่มีการกล่าวหาว่า และพิจารณา สอบสวน วินิจฉัยคำร้องเรียนและลงโทษตามระเบียบแห่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. 2553

              ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในข้อ 38 ตามระเบียบแห่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ พ.ศ.2553 ระบุด้วยว่า ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ามีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักรับฟังได้ และที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยว่า สมาชิกหรือกรรมาธิการผู้ใดฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้อใดให้คณะกรรมการมีอำนาจที่จะพิจารณาลงโทษสมาชิกหรือกรรมาธิการผู้นั้น ในกรณีที่คณะกรรมการมีมติว่าเป็นความผิดไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษโดยการตักเตือน ตำหนิให้ขอโทษต่อที่ประชุมตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ในกรณีที่คณะกรรมการมีมติว่าเป็นความผิดร้ายแรง ให้ลงโทษโดยการเสนอถอดถอนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามกฎหมายต่อไป

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากประมวลจริยธรรมฯ ไม่มีข้อใดที่ระบุถึงข้อห้ามไม่ให้สมาชิกสภาฯที่มีอาการมึนเมาเข้าร่วมประชุมสภาฯแต่อย่างใด แต่มีข้อบังคับที่อาจเชื่อมโยงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวได้ อาทิ ข้อ 11 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎร และไม่กระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติและสภาผู้แทนราษฎร,

              ข้อ 15 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีหรือใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใดโดยไม่มีพยานหลักฐาน หรือนำเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ประชุมคณะกรรมาธิการ หรือที่อื่นใด,

              ข้อ 16 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่แสดงการข่มขู่ อาฆาตมาดร้าย หรือใช้กำลังประทุษร้ายต่อบุคคลอื่นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ บริเวณที่ทำการรัฐสภาหรือที่อื่นใด, ข้อ 28 สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่แสดงพฤติกรรมคุกคามหรือระรานทางเพศต่อผู้ใด


“ศุภชัย”ชี้ส.ส.เมาต้องตำหนิ

              นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประมวลจริยธรรมเป็นกรอบที่กำหนดว่า สิ่งใดที่พึงกระทำ ไม่พึงกระทำ จึงเป็นกรอบแนวทาง แต่มิได้หมายความว่า สิ่งใดที่ไม่ได้เขียนไว้ แปลว่า ทำได้ เพราะประมวลจริยธรรม ไม่ใช่กฎหมายอาญา จริยธรรมเป็นเรื่องบรรทัดฐานทางสังคม ซึ่งสังคมส่วนใหญ่ เห็นว่า การกระทำนั้นเป็นเรื่องไม่เหมาะสมหรือพึงกระทำหรือไม่ และสถานะทางสังคมของแต่ละบุคคล ซึ่งคนบางคนไม่น่าตำหนิ แต่บางคนตำหนิได้

              นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของ กาลเทศะ หรือเวลาสถานที่ด้วย เช่น กรณี ถ้าส.ส.ไปดื่มสุรา เสียงดัง ในงานเลี้ยง ก็ไม่มีคนว่า แต่ถ้า ส.ส.ไปดื่มสุรา และมาแสดงกริยาว่า เมาในสภา ก็น่าตำหนิ ต่อให้ไม่มีในประมวลจริยธรรมว่าห้ามดื่มสุราก็ตาม แต่สังคมก็อาจจะตำหนิ ถ้าเป็นคนขับรถ ส.ส.ไปเมา เอะอะในสภา ก็คงไม่มีคนตำหนิ เท่ากับส.ส.กระทำ

              ทั้งนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตัวส.ส.ด้วย แต่ถ้าเป็นจริงก็ควรตำหนิ อย่างไรตามถ้ามีการร้องเรียนเรื่องจริยธรรมของส.ส.มายังคณะกรรมการจริยธรรมฯ ก็ต้องแจ้งไปยังนายสมศักดิ์  ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ตนเป็นเพียงคณะกรรมการเท่านั้น ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็น

รอมติวิปฯค้านส่งสอบจริยธรรม“เฉลิม”

              น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบจริยธรรม ร.ต.อ.เฉลิมว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 28 ก.พ. และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯค้าน) ครั้งต่อไป เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในส่วนของรัฐสภาดำเนินการสอบสวนต่อ


วิปรัฐบาลปัดหารือกรณี"เฉลิม-อนันต์"

              นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นให้ตรวจสอบจริยธรรมของร.ต.อ.เฉลิม และนายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย จากการถูกกล่าวหามีอาการมึนเมาว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว  เพราะฝ่ายค้านยังไม่ได้ยื่นสอบเรื่องนี้ 

              ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้สดทางพรรคมีการเตรียมการอย่างไรบ้างนั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ตนคิดว่า ร.ต.อ.เฉลิมและนายอนันต์จะชี้แจงได้ ซึ่งตนยืนยันว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาก่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะเข้าประชุมสภาก็ได้มาพูดคุยกับตน และตนก็ไม่เห็นว่ามีอาการดังกล่าว

              เมื่อถามว่า จะมีการเตือน ส.ส.รัฐบาลเรื่องการไปรับประทานอาหารแล้วมีการดื่มสุราก่อนเข้ามาประชุมสภาหรือไม่ นายอุดมเดช กล่าวว่า เราจะพูดคุยกันในฐานะผู้ที่มาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในสภาเรื่องที่พูดคุยก็มีเรื่องมาตรฐานศีลธรรม