
กทม.ติงกยน.ขีดแนวฟลัดเวย์ผิดธรรมชาติ
'กทม.' ติง 'กยน.' ขีดแนวฟลัดเวย์ผิดธรรมชาติ หวั่น 'รัฐ' แก้ปัญหาผิดทาง แนะปรับปรุงแนวฝั่งตะวันออกเชื่อมระบบรายบายน้ำคลองหลัก พร้อมใช้แก้มลิงรับน้ำ เปิดโหวตคำขวัญกรุงเทพฯชิงเงินแสน 15 มี.ค.นี้
27 ก.พ.55 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการติดตามการกำหนดฟลัดเวย์ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ในฐานะที่ตนเป็นวิศวกรโยธาและเคยทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงของศปภ. เป็นห่วงว่าการที่กยน. ได้ใช้แผนที่เขตปกครองมาใช้ในการกำหนดแนวฟลัดเวย์ โดยไม่สนใจหลักวิศวกรรมที่จะต้องดูแผนที่ภูมิประเทศเป็นหลัก เท่ากับว่าจะทำผิดซ้ำรอยเดิม ที่มีการไปขวางที่คลองระพีพัฒน์สูง 3.50 เมตร ยาว 20 กิโลเมตร เหมือนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากทางตอนเหนือของคลองระพีพัฒน์ตามแนวฟลัดเวย์ ที่กยน. เสนอเป็นพื้นที่เขาใหญ่ ซึ่งตามหลักธรรมชาติแล้วน้ำไม่สามารถกระโดดข้ามภูเขาลงมาได้
ดังนั้นสิ่งที่กยน.ควรให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการคือการพัฒนาแนวฟลัดเวย์เดิมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในด้านตะวันออกควรใช้แนวคลองหลักต่าง ๆ ด้านตะวันออกเร่งระบายน้ำลงปากอ่าว ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กว่าสองร้อยเครื่องของกรมชลประทานรอรับน้ำอยู่พร้อมสถานีสูบน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุน ส่วนด้านตะวันตกของเจ้าพระยา กยน. ควรเร่งไปดูพื้นที่แก้มลิงขนาด 76.42 ตร.กม. ที่ช่วยปกป้อง ถ.พระราม 2 ในปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ควรเพิ่มความสามารถในการดึงน้ำลงแก้มลิงผ่านคลองสนามชัย คลองราชมนตรี คลองบางบอน และรื้อฟื้นแผนการดึงน้ำจากคลองทวีวัฒนาเข้าสู่โครงการแก้มลิง คลองมหาชัย-คลองสนามชัย ขณะเดียวกันควรเร่งขุดลอกคลองใน จ.นนทบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร เพื่อป้องกันจังหวัดปริมณฑลด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีการสร้างโครงการรถไฟฟ้าขวางน้ำอยู่ในหลายช่วง
“ในฐานะที่ผมป็นวิศวกรโยธาและเคยอยู่ในคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงบริหารจัดการน้ำของศปภ.ซึ่งได้ติดตามเรื่องการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด มีความเป็นห่วงมากว่าประเทศเรากำลังจะเดินหน้าแก้ปัญหาผิดทาง หากไม่รับฟังผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และไม่สนใจที่จะพัฒนาระบบฟลัดเวย์เดิมตามกระแสพระราชดำรัส ที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ” นายธีระชน กล่าว
กทม.เปิดโหวตคำขวัญกรุงเทพฯชิงเงินแสน 15 มี.ค.นี้
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากที่กทม. ได้มีโครงการประกวดคำขวัญกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้มีคำขวัญที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมแล้วจำนวน 5 คำขวัญ ได้แก่ 1.พระแก้วมรกตล้ำค่า เสาชิงช้าคู่เมือง พระมหาราชวังลือเลื่อง เมืองน่าท่องเที่ยวอันดับโลก 2.กรุงเทพมหานครเมืองฟ้า ความก้าวหน้ารุ่งเรือง ฟูเฟื่องวัฒนธรรม เลิศล้ำความเป็นไทย 3.กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย 4.พระราชวังสง่างาม พระอารามเพริศแพร้ว พระแก้วมรกตคู่เมือง ที่ท่องเที่ยวลือเลื่อง นามกระเดื่องเมืองหลวงไทย และ 5.วัดเวียงวังงามเลิศล้ำ วัฒนธรรมงามเสริมส่ง ราชธานีงามยืนยง สืบธำรงความเป็นไทย
นางทยา กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม กทม. จะให้ประชาชนร่วมส่งไปษณียบัตรมาร่วมโหวตคำขวัญที่ชื่นชอบตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.นี้ โดยคาดว่าจะได้คำขวัญที่ชนะการประกวดภายในเดือน เม.ย.นี้ ส่วนคำขวัญที่ชนะการประกวดจะได้รับรางวัล 500,000 บาท และผู้โชคดีที่โหวตคำขวัญที่ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท



