ข่าว

'เทพไท'แนะ'เฉลิม'อย่าคิดฟ้องสื่อ

'เทพไท'แนะ'เฉลิม'อย่าคิดฟ้องสื่อ

27 ก.พ. 2555

'เทพไท' แนะ 'เฉลิม' อย่าคิดฟ้องสื่อลงข่าวเมาประชุมสภา เหตุหลักฐานชัด ซ้ำยิ่งสืบความจริงยิ่งเสียหายมาก พร้อมชี้ปมแก้รัฐธรรมนูญ ทำกลุ่มต้านทักษิณรวมตัวใหม่ ด้าน'บุญยอด'แนะเอาผิดถึงขั้นถอดสส.ออกจากตำแหน่ง หากพบก๊งเหล้าในสภา

                 27 ก.พ.55 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความหมิ่นประมาท สื่อมวลชนที่รายงานข่าว ร.ต.อ.ดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนร่วมประชุมสภานั้น ว่า ไม่น่าเชื่อว่า นักการเมืองอาวุโส อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งคือนักการเมืองอาชีพ คิดจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับหนังสือพิมพ์ ซึ่งถือว่าเป็นกระจกเงาให้กับนักการเมืองและสังคม เพราะโดยปกติทั่วไปไม่ค่อยมีนักการเมืองคนใดที่จะคิดจะskความหรือตอแยกับสื่อ ยกเว้นนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว สำหรับกรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องเล็กน้อยของอาชีพนักการเมือง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้อเท็จจริงก็ปรากฏผ่านสื่อทุกแขนงอยู่แล้วว่าใครไปทำอะไร และสื่อก็ทำหน้าที่ในฐานะสื่อสารมวลชนอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่ควรจะถือเป็นอารมณ์ ไปดำเนินคดีความใดๆ ทั้งนี้อาชีพนักการเมืองถือเป็นบุคคลสาธารณะซึ่งใครๆ ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตนเองก็ถือคตินี้มาตลอดและตั้งปณิธานว่าจะไม่ฟ้องร้องใครทั้งสิ้น แม้ว่าตัวเองถูกฟ้องร้องมากถึง 18 คดีแล้วก็ตาม

                 “คดีนี้ ถ้ามีการต่อสู้ในชั้นศาล ก็เชื่อว่า ร.ต.อ.เฉลิม เสียเปรียบเพราะมีประจักษ์พยานแวดล้อม หรือแม้แต่ศาลเองก็น่าจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีการถ่ายทอดสด จึงสามารถวินิจฉัยตัดสินคดีได้ไม่ยาก ผลสุดท้าย ร.ต.อ.เฉลิม จะมีผลเสียมากกว่าผลดี ในฐานะนักการเมืองรุ่นน้องไม่บังอาจไปแนะนำผู้อาวุโส แต่เป็นการเตือนสติเพราะที่ผ่านมาร.ต.อ.เฉลิม ก็มีน้ำใจกับเพื่อนๆนักการเมืองด้วยกันมาโดยตลอด จึงไม่อยากให้เป็นคู่กรณีกับสื่อมวลชน และเพื่อนนักการเมืองด้วยกันด้วยเรื่องดังกล่าว ” นายเทพไท กล่าว

 

“เทพไท”ชี้ปมแก้รัฐธรรมนูญ ทำกลุ่มต้านทักษิณรวมตัวใหม่


                 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ช่วงที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ว่า คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคนที่สนับสนุนระบอบทักษิณกับกลุ่มคนที่รู้ทัน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย จะมีการเผชิญหน้ากันในด้านความคิดและเผชิญหน้าจากการชุมนุมทางการเมืองอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะเห็นว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดชุมนุมต้านรัฐประหารที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์เข้ามาพูดจาและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง กับผู้ชุมนุมและสาธารณชนทั่วไป โดยมีเป้าประสงค์เพื่อโชว์พาวเวอร์ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มคนเสื้อแดง และเป็นการยืนยันทฤษฎีแก้วสามประการของขบวนการทักษิณ ที่มีตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา ซึ่งก็ถือเป็นภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งและทรงพลังมากที่สุด แตกต่างกับกลุ่มต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กลับอ่อนล้ารวมตัวไม่ติด

                  นายเทพไท กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคต ก็จะเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะทำให้กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณจะมีการรวมตัวกันโดยไมได้นัดหมาย โดยมีประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจุดร่วมหนึ่งที่ทำให้ประชาชนที่ไม่เอาทักษิณมารวมตัวได้โดยอัตโนมัติ และถ้าคนในระบอบทักษิณเกิดการย่ามใจและลุแก่อำนาจเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามใบสั่งของนายใหญ่ คนเหล่านี้ก็พร้อมที่จะออกมา ทั้งนี้สถานการณ์ยังต้องดูอีกหลายยก โดยยกแรกดูจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา291 ที่เปิดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.นั้น) ว่ามีการล็อคสเปคหรือเปิดช่อง ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปเตะต้องสถาบัน อำนาจศาล องค์กรอิสระ และล้างผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มากน้อยเพียงใด

                 "ส่วนยกที่สองดูจากการเลือกตั้ง สสร.ว่ามีการจัดตั้งคนเสื้อแดง กลุ่มทนาย อดีตข้าราชการที่ฝักใฝ่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาเป็น สสร.ได้จำนวนมากหรือไม่ ขณะที่ยกที่สามคือคือการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่ามีการยกร่างเพื่อรับใช้และสนองความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณมากน้อยเพียงใด เพราะทั้ง 3 ส่วนนี้คือขบวนการกินรวบประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อมีความชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ประชาชนส่วนใหญ่ก็อดทนไมได้ ก็จะลุกฮือมาต่อสู้ในที่สุด และเมื่อถึงวันนั้นบ้านเมืองถึงทางตัน ใครจะมารับผิดชอบ" นายเทพไท กล่าว

                 นายเทพไท กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการเรียกประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้เพื่อเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆในกมธ.ก็จะต้องจับตาดูว่าฝ่ายรัฐบาล จะผลักดันให้ใครขึ้นมาเป็นกมธ. ซึ่งตัวประธานกมธ.จะเป็นการส่งสัญญาณ ว่าทิศทางของการแก้ไขจะเป็นไปอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการประชุมของคณะกรรมการชุดดังกล่าว รวมถึงความใจกว้างของกมธ.ในฝ่ายรัฐบาล ว่าจะเปิดโอกาส ให้กมธ.เสียงข้างน้อย มีบทบาทในตำแหน่งสำคัญของกมธ.มากน้อยเพียงใด เช่น ตำแหน่งรองประธาน คนที่ 1 เลขานุการ หรือโฆษกคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ถ้าหาก กมธ.ข้างมากรวบรัด เอาคนตัวเองเป็นหลัก โดยลอยแพไม่คำนึงถึงเสียงข้างน้อย ก็อาจให้การทำงานของกมธ.เดินหน้าไปด้วยความยากลำบาก และอาจทำให้การประชุมไม่ราบรื่น

 

“บุญยอด”แนะเอาผิดถึงขั้นถอดส.ส.ออกจากตำแหน่ง หากพบก๊งเหล้าในสภา


                 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการฯ ว่า  เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการวางมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสมาชิกสภาฯ ดื่มของมึนเมา ภายในบริเวณรัฐสภา เพิ่มเติมจากข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ที่ระบุเพียงห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารใดๆ ที่เป็นการรบกวนในห้องประชุมสภาฯ เท่านั้น เบื้องต้นเชื่อว่าแค่การวางมาตรการนั้นคงไม่สามารถกำกับให้เกิดผลสำเร็จได้ ตนเห็นว่าควรเพิ่มบทลงโทษหรือกำหนดบทลงโทษไว้ เช่น หากพบการตั้งวงดื่มสุราในพื้นที่รัฐสภา หากเป็นการกระทำครั้งแรกต้องตักเตือน  ครั้งต่อไปเป็นการประณาม และโทษสูงสุดคือ ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตามต้องยึดการพิจารณาตามเหตุการณ์ ประเพณี และปริมาณการดื่มด้วย