
กทม.เล็งอบรมครูคุมเข้มป.1ใช้แท็บเล็ต
กทม.เตรียมอบรมครูคุมเข้มเด็กป.1ใช้แท็บเล็ต พร้อมบรรจุ 5 วิชาหลักใส่เป็นตำราเรียน อัดรัฐดึงงบจ่ายเบี้ยคนชราล่าช้า แฉซ้ำถูกตัดงบฯ จ่ายไม่ครบตามแผน
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ว่า ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างรอสเปคของเครื่องแท็บเล็ตจากรัฐบาล เพื่อดูว่ากทม. จะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งคาดว่าจะได้สเปคจากรัฐบาลภายในสัปดาห์นี้
ล่าสุด กทม.ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวน 137 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแท็บเล็ตแล้ว ซึ่งเด็กนักเรียนชั้นป.1 ของโรงเรียนสังกัด กทม. มีอยู่ประมาณ 45,000 คน ทั้งนี้ สำนักการศึกษา กทม. กำลังจัดทำเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาระวิชาเพิ่มเติมเพื่อบรรจุเข้าไปในแท็บเล็ต อาทิ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย และวิทยาศาสตร์ โดยกทม. จะต้องมีการเตรียมการด้านต่าง ๆ ทั้งการฝึกอบรมครูผู้สอน รวมถึงการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถได้เริ่มต้นใช้ในช่วงเปิดภาคเรียนเดือนพ.ค.นี้
นางทยา กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะต้องมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะให้เด็กนำเครื่องแท็บเล็ตกลับบ้านไปด้วยหรือให้เก็บไว้ที่โรงเรียน และจะให้เด็กนำไปใช้ต่อในชั้นป.2 ต่อหรือเก็บไว้เป็นส่วนกลางแล้วให้เด็กป.1 รุ่นต่อไปได้ใช้ต้องรอข้อสรุปจากกระทรวงศึกษาธิการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ภายในในสัปดาห์นี้กทม.จะเข้าหารือถึงรายละเอียดต่างๆกับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
"ส่วนตัวแล้ว ไม่เห็นด้วยหากจะเด็กชั้นป.1ที่จะได้ใช้แท็บเล็ตในปีการศึกษา 2555 แต่เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้แท็บเล็ตซึ่งทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการคุมเข้มการใช้เครื่องในทางไม่เหมาะสมนั้น จะมีการอบรมกับครูที่ต้องดูแลเรื่องนี้ด้วย"นางทยากล่าว
อัดรัฐดึงงบจ่ายเบี้ยคนชราล่าช้า
นางทยา กล่าวว่า จากที่มีการร้องเรียนจากผู้สูงอายุว่าไม่ได้รับเบี้ยยังชีพของงวดเดือนก.พ.นั้น ปัญหาความล่าช้า ไม่ได้เกิดจากการทำงานของกทม. แต่เพราะรัฐบาลเพิ่งส่งงบประมาณสนับสนุนเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพของเดือน ก.พ. ภายในสิ้นเดือนนี้แน่นอน เพราะล่าสุดทางสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งได้ทำฎีกาเบิกงบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดก็ยังเป็นปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีการจ่ายย้อนหลังให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่งวดเดือนต.ค. 54 - ม.ค. 2555 อย่างไรก็ดี กทม.จะทำหนังสือกลับไปที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังต่อไป
นางทยา กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กทม.ได้เสนอขอใช้งบประมาณอุดหนุนปี 2555 จากรัฐบาลจำนวน 3,891 ล้านบาท แต่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 55 เพิ่งผ่านการพิจารณาเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เบี้ยยังชีพในงวดเดือน ต.ค.2554 ถึง ม.ค.255 กทม.ต้องใช้เงินงบประมาณยืมสะสมสำรองจ่ายให้กับผู้สูงอายุไปก่อน อีกทั้งจากเดิมรัฐบาลจะมีการให้งบประมาณสนับสนุนมาในสัดส่วน 60:40 แต่ปรากฏว่าล่าสุดรัฐบาลจ่ายมาให้แค่ 52 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากที่จะต้องให้ 60 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ กทม.ต้องเกลี่ยงบประมาณมาทดแทนในส่วนที่ขาดไป



