ข่าว

ผีเฉือนนอริช2-1ไล่จี้เรือใบ2แต้ม

ผีเฉือนนอริช2-1ไล่จี้เรือใบ2แต้ม

26 ก.พ. 2555

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่จี้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงเหลือแค่ 2 แต้ม หลังบุกไปเฉือนชนะ นอริช 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 26 ก.พ. ส่วน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล สุดเจ๋งยิงแซงดับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 5-2 ขณะที่ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี

                ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยกพลบุกไปเยือน "นกขมิ้น" นอริช ที่สนามแคร์โรว์ โรด เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนไร้เงา เวย์น รูนีย์ กองหน้าตัวเก่งที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังคงส่งแข้งหลักอย่าง ดาวิด เดอ เกีย, ฟลิ โจนส์, พอล สโคลส์, นานี และ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วนเจ้าถิ่นของ พอล แลมเบิร์ต จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม นำทัพโดย จอห์น รูดดี, เบรดลีย์ จอห์นสัน, อันโธนี ฟิลคิงตัน และ แกรนท์ โฮลท์ 
   
              เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 7 นาที ทีมเยือนเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ พอล สโคลส์ แต่เจ้าถิ่นสามารถไล่ตามตีเสมอได้จาก แกรนท์ โฮลท์ นาที 83 ทว่าทีมเยือนมาได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจาก ไรอัน กิ๊กส์ นาที 90 หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ 2-1 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ยังคงเป็นทีมอันดับ 2 เหมือนเดิม แข่ง 26 นัด มี 61 แต้ม พร้อมกับไล่จี้ แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงเหลือเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ขณะที่ นอริช ยังคงอยู่อันดับ 8 แข่ง 26 นัด มี 35 แต้ม
   
              ส่วนผลอีกคู่หนึ่ง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มสุดเฉียบเก็บชัยในศึกแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บี้แมทช์" ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0 จาก หลุยส์ ซาฮา นาที 4 และ เอมมานูเอล อเดบายอร์ จุดโทษ นาที 34 ทว่าเจ้าถิ่นยิงแซงคืนทีเดียวได้ถึง 5 ลูกรวดจาก บาการี ซานญา นาที 40, โรบิน ฟาน เพอร์ซี นาที 43, โธมัส โรซิคกี นาที 51 และ ธีโอ วัลคอตต์ ซัดเบิ้ลคนเดียว 2 เม็ด นาที 65, 68 ก่อนที่ทีมเยือนจะเหลือผู้เล่นในช่วงท้ายเกมเพียงแค่ 10 คน เนื่องจาก สกอตต์ ปาร์คเกอร์ ถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนาม นาที 87
   
              ทำให้ อาร์เซนอล ขยับแซงหน้า เชลซี กลับขึ้นไปยึดอันดับ 4 ได้อีกครั้งหนึ่ง แข่ง 26 นัด มี 46 แต้มเท่ากับ "สิงโตน้ำเงินคราม" แต่มีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า ส่วน สเปอร์ส ยังคงรั้งอันดับ 3 ต่อไป แข่ง 26 นัด มี 53 แต้มเท่าเดิม  
   
              ขณะที่ โรแบร์โต มันชินี กุนซือเจ้าถิ่นกล่าวชื่นชมผลงานของลูกทีมที่ช่วยกันเปิดบ้านไล่ต้อนชนะ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น 3-0 เมื่อคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก 3 กองหน้าตัวเก่งอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี นาที 30, เซอร์จิโอ อเกโร นาที 52 และ เอดิน เซโก โหม่งเข้าไปนาที 81  ส่งผลให้ แมนฯ ซิตี้ ยังคงรักษาสถิติเก่งในบ้านเอาไว้ได้เหมือนเดิม หลังจากเปิดรังเอาชนะทุกนัดในลีกลีกสูงสุดเมืองผู้ดีตลอดทั้งฤดูกาลนี้ทั้งหมดถึง 13 เกม นอกจากนี้ "มันโช" ได้กำชับให้นักเตะต้องลงเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันในอีก 13 เกมที่เหลือให้เหมือนกับการฟาดแข้งในศึกฟุตบอลถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ เพื่อโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงจบฤดูกาลนี้
   
              ด้าน "เอวีบี" อังเดร บียาส โบอาส กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยืนยันชัดเจนว่า ตัวเขาเป็นคนตัดสินใจจัดทีมลงสนามในเกมนัดที่เปิดบ้านไล่ต้อน "เดอะทรอตเตอร์" โบลตัน 3-0 ด้วยตัวเองทั้งหมด และปฏิเสธว่าไม่มีใครแทรกแซงเรื่องการจัดทีมอีกด้วย หลังรายงานข่าวที่ว่า "เสี่ยหมี" โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี ได้ออกคำสั่งให้โค้ชชาวโปรตุกีสต้องส่ง แอชลีย์ โคล, ไมเคิล เอสเซียง และ แฟรงค์ แลมพาร์ด ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ แม้จะเพิ่งมีข่าวคราวว่าทั้ง 3 คนดังกล่าวมีปัญหาขัดแย้งกับ โบอาส ก็ตาม แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น โดย เชลซี ได้ประตูจาก ดาวิด ลุยซ์ นาที 47, ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 61 และ แฟรงค์ แลมพาร์ด นาที 79 
   
              ผลคู่อื่น นิวคาสเซิล เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0 จาก ปาปิสส์ ซิสเซ นาที 6 และ โฮนาส กูเตียร์เรซ นาที 18 แต่ทีมเยือนไล่ตามทวงคืนได้จาก แมทธิว ยาร์วิส นาที 50 และ เควิน ดอยล์ นาที 66, ควีนส์ปาร์ค แพ้ ฟูแล่ม 0-1 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจาก พาเวล โปเกรบเนียค นาที 7, เวสต์บรอมวิช ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-0 โดยเจ้าถิ่นได้จาก ปีเตอร์ โอเดมวินกี นาที 3 กับ 48, เจมส์ มอร์ริสัน นาที 41 และ คีธ แอนดรูวส์ นาที 90, วีแกน เสมอ แอสตัน วิลล่า 0-0