ข่าว

ยันพายุฤดูร้อนไม่เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน

ยันพายุฤดูร้อนไม่เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน

26 ก.พ. 2555

ผช.ผอ.เขื่อนภูมิพล ยันระดับน้ำในเขื่อนมี 70% ของความจุอ่างตามแผนกยน. ยันพายุฤดูร้อนปริมาณฝนน้อยไม่เพิ่มปริมาณน้ำ ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ก็เช่นกัน เตือนอิสานเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกรรโชกแรง

                26ก.พ.2555 นายศิริชัย แสงสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนตอนนี้ได้พร่องให้เหลือ 70% ของความจุอ่างทั้งหมด 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำหรือกยน. ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ ก็ได้มีการพร่องน้ำอย่างต่อเนื่องวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็พร่องในอัตราเดิมที่ได้ทำไปแล้วก่อนหน้านี้
   
             ขณะเดียวกันพายุฤดูร้อนที่จะเข้ามาในช่วง 1-2 วันนี้ โดยปกติแล้วจะมีปริมาณน้ำไม่มากนัก ไม่ส่งผลกระทบทำให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ผนวกกับพื้นที่ภาคเหนือช่วงนี้ค่อนข้างแห้งแล้งฝนที่ตกลงมาดินก็จะดูดซับเก็บไว้ใช้ และฝนที่จะตกมาในช่วงนี้ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาหมอกควันที่กำลังแผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่ภาคเหนือได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ปัญหาเบาบางลงไปได้ด้วยเช่นเดียวกัน
   
             ขณะที่นายรพีพงศ์ คำแพน หัวหน้าแผนกเดินเครื่องกะ 4 เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนมี 6,571.61 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 69.10% ของความจุทั้งหมด 9,510 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ มีการพร่องน้ำมันละ 40 ลูกบาศก์เมตร และปัจจุบันพบว่ามีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างน้อยมาก ส่วนที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าจะมีพายุฤดูร้อนเข้ามานั้น คาดว่าปริมาณน้ำจะไม่มากนักอาจจะมีเพียงวันละ 20-30 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น และน้ำจะซึมเข้าสู่ดินก่อนหลังจากเดินชุ่มน้ำเต็มที่ถึงจะไหลต่อมายังหน้าเขื่อนและไหลเข้าอ่างในที่สุด ซึ่งปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูนี้จะมีไม่มากนัก จึงไม่น่าเป็นห่วง

 

เตือนอิสานเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกรรโชกแรง

    เมื่อเวลา 16.30 น.สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ออก ประกาศเตือนภัย "พายุฤดูร้อน " ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 ว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในคืนวันที่26 กุมภาพันธ์

    ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

รมว.ทรัพย์ฯสนองพระราชดำรัสปลูกป่า

             นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานเกี่ยวกับการฟื้นฟูป่า โดยทรงแนะให้ปลูกไม้เนื้ออ่อนผสมกับไม้เนื้อแข็ง และปัญหาคนบุกรุกป่า นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้สั่งการให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าหารือเร่งด่วนในช่วงบ่ายวันนี้ ที่กรมป่าไม้ โดยเชิญนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานฯ และนายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ มาหารือร่วมกันกัน เพื่อสนองพระราชดำรัสเรื่องการปลูกป่า ฟื้นฟูป่า

             สำหรับการพูดคุยครั้งนี้จะวิเคราะห์ปัญหาด้วยว่า 2 กรม ติดขัดอะไร บุคลากร งบประมาณ เพื่อจะได้วางแผนการทำงานเชิงรุก เพราะงานป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ถือเป็นงานสำคัญที่สนองพระราชดำรัสมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์นี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นเจ้าภาพประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ที่กรมป่าไม้ โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุม ซึ่งจะเสนอแผนการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยให้นายกรัฐมนตรีทราบความคืบหน้าด้วย

             ด้านนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมหน่วยงานภาคสนามทั่วประเทศ เพื่อเตรียมเพาะกล้าไม้จำนวน 80 ล้านต้น นำไปปลูกในพื้นที่ต้นน้ำทั่วประเทศรวมทั้งให้ไปดูพื้นที่จัดเตรียมพื้นที่และดูสภาพดิน โดยจะเน้นในภาคเหนือ 8 ลุ่มน้ำหลัก ที่ประกอบด้วย แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา และท่าจีน พื้นที่ประมาณ 7 ล้านไร่

             สำหรับกล้าไม้นำร่องที่จะเพาะเพื่อนำไปปลูกจะใช้ไม้ในพื้นที่ที่เติบโตเร็ว เช่น สนสามใบ เสี้ยวดอกขาว นางพญาเสือโคร่ง และประดู่ส้ม