
เรือใบสีฟ้าหนีผีแดง5แต้ม
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี คืนฟอร์มเก่งกลับมาเก็บชัย หลังเปิดบ้านชนะ โบลตัน 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. ขณะที่ เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมจ่าฝูงเปิดรังอัด "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-0 หนี "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไป
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "เดอะ ทรอตเตอร์" โบลตัน เกมนี้ อังเดร บียาส โบอาส กุนซือเจ้าถิ่นตัดสินใจส่ง แอชลีย์ โคล, มิกกาแอล เอสเซียง และแฟรงค์ แลมพาร์ด ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก แม้ทั้งสามจะเพิ่งตกเป็นข่าวว่าไม่ค่อยกินเส้นกับโค้ชก็ตาม ด้านทีมเยือนของ โอเวน คอยล์ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม นำทัพโดย อลัน บอกดาน, เดวิด วีเธอร์, เรียว มิยาอิชิ, ตุนกาย ซานลี และ ดาวิด เอ็นก็อก
ช่วงครึ่งแรก "สิงโตน้ำเงินคราม" ครองบอลทำเกมรุกได้มากกว่า แต่ไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมเยือนได้สำเร็จ จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังได้เพียงแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกยิงของ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังจอมบุก ที่ขึ้นมาช่วยเติมเกมรุกในนาที 47 ก่อนที่จะหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เปิดลูกเตะมุมให้ ดิดิเยร์ ดรอกบา โขกเข้าไปตุงตาข่ายในนาที 61 หลังจากนั้น แฟรงค์ แลมพาร์ด จัดการซัลโวประตูปิดท้ายในนาที 79 หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี เป็นฝ่ายชนะ 3-0
ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับมาเก็บชัยชนะได้เป็นเกมแรกในรอบ 6 นัดหลังสุดได้สำเร็จ แถมยังขยับแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 อีกด้วย แข่ง 26 นัด มี 46 แต้ม แม้จะลงเล่นมากกว่าทีมคู่ปรับร่วมเมืองหลวงที่มีโปรแกรมลงสนามในช่วงคืนวันถัดไปอยู่ 1 เกมก็ตาม ขณะที่ โบลตัน ยังคงอยู่ตำแหน่งรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 26 นัด มี 20 แต้มเท่าเดิม
ขณะที่เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี แมนฯ ซิตี ทีมจ่าฝูงมี 60 คะแนนจากการลงแข่ง 25 นัด เปิดสนามอิทิฮัด สเตเดียม รับมือ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมอันดับ 18 มี 21 คะแนนจาก 25 นัด
เจ้าถิ่นก็ครองเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียวแต่ก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง จึงทำประตูออกนำ 1-0 ได้สำเร็จ หลังจากตัดบอลมาได้จากแดนตัวเอง ซิลบา ลากบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษทีมเยือน ก่อนไหลไปทางซ้าย อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ หลุดไปถึงเส้นหลัง แล้วเปิดมาให้ บาโลเตลลี ยิงเสาแรกไม่เหลือซาก จนจบครึ่งแรกเจ้าบ้านจึงนำเพียงลูกเดียว
เกมครึ่งหลังรูปเกมยังเหมือนเดิมที่ แมนฯ ซิตี เดินเกมบุกเข้าใส่ตลอด กระทั่งนาที 52 จากลูกเตะมุม ซิลบา เปิดบอลเข้ามาลุ้นในกรอบเขตโทษ กลายเป็น โรบินสัน ออกมาตัดบอลไม่ดี บอลมาเข้าทาง อกูเอโร กดด้วยซ้ายไม่เหลือให้เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0
หลังจากนำห่าง เรือใบสีฟ้า ผ่อนเกมลง แต่ แบล็คเบิร์น ก็ไม่สามารถต่อบอลกันขึ้นไปลุ้นทำประตูได้ เจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวคนแรกในนาที 70 ดาวิด ปิซาร์โร ลงมาแทน จอห์นสัน ขณะที่ทีมเยือนก็ปรับเปลี่ยนทีม สเตฟาน เอ็นซอนซี และ รูเบน โรชินา ลงมาแทน ราโดซาฟ เปโตรวิช และ เมาโร ฟอร์มิก แต่เกมก็ไม่ดีขึ้น
เอดิน เชโก เป็นตัวสำรองอีกคนของ แมนฯ ซิตี ลงมาแทน บาโลเตลลี ในนาที 78 หลังจากอีก 3 นาที กองหน้าชาวบอสเนียก็โหม่งประตูจากลูกเปิดของ โคลาราฟ ให้ทีมนำห่าง 3-0 หลังจากนั้นเจ้าบ้านก็ประคองตัวจนกระทั่งจบเกม 90 นาทีจึงเอาชนะไปอย่างสวยหรู พร้อมทิ้งห่าง 5 คะแนนจาก "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่จะเตะกับ นอริช ซิตี ในคืนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.
ด้าน"สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ชวดเก็บชัยในรังสปอร์ต ไดเร็กต์ อารีนา ไปแบบน่าเสียดาย หลังพลาดท่าโดน "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ไล่ตีเสมอ 2-2 โดยเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนถึง 2-0 จากลูกยิงของ ปาปิสส์ ซิสเซ นาที 6 และ โยนาส กูเตียร์เรซ นาที 18 ทว่าทีมเยือนที่อยู่ภายใต้การคุมทีมของกุนซือขัดตาทัพอย่าง เทอร์รี คอนนอร์ สามารถไล่ทวงคืนในช่วงครึ่งหลังได้จาก แมทธิว ยาร์วิส นาที 50 และ เควิน ดอยล์ นาที 66 ส่งผลให้ นิวคาสเซิล ยังคงอยู่อันดับ 6 แข่ง 26 นัด มี 43 แต้ม ขณะที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน ขยับหนีจากพื้นที่สีแดงในโซนตกชั้นขึ้นไปอยู่อันดับ 17 แข่ง 26 นัด มี 22 แต้ม
ส่วนผลคู่อื่น ควีนส์ปาร์ค แพ้ ฟูแล่ม 0-1 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจาก พาเวล โปเกรบเนียค นาที 7, เวสต์บรอมวิช ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 4 ประตูจาก ปีเตอร์ โอเดมวินกี ซัดเบิ้ลคนเดียว 2 ลูก นาที 3, 48, เจมส์ มอร์ริสัน นาที 41 และ คีธ แอนดรูวส์ นาที 90, วีแกน เสมอ แอสตัน วิลล่า 0-0
ด้านผลการแข่งขันบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ลงสนามในช่วงหัวค่ำทั้งหมด 5 คู่ โคโลญจน์ แพ้ เลเวอร์คูเซน 0-2, เอาส์บวร์ก ชนะ แฮร์ธา เบอร์ลิน 3-0, ไมนซ์ ชนะ ไกเซอร์สเลาเทิร์น 4-0, สตุตการ์ท ชนะ ไฟร์บวร์ก 4-1, โวล์ฟสบวร์ก แพ้ โฮฟเฟนไฮม์ 1-2



