ข่าว

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

26 ก.พ. 2555

ไลฟ์สตางค์ : ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน : ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]

          หลังวิกฤติน้ำท่วมปีที่แล้ว ผมเชื่อว่าคนไทยบางคนอาจยังอยู่ในฝันร้าย ด้วยบ้านเรือนและทรัพย์สินจมหายไปกับสายน้ำชั่วพริบตา 

          เงินทองก็เรื่องหนึ่ง แต่มูลค่าทางใจ บางครั้งก็ใหญ่เกินกว่าที่จะรับได้ แถมมาปีนี้ ก็ยังมีอาการหวั่นวิตกอีก กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำเดิม

          ไม่นานมานี้ ผมดีใจที่บริษัทของผมได้จุดเชื้อความหวังเล็กๆ เพิ่มแรงใจให้สมาชิกกลับมาสู้ใหม่ ด้วยการจัดสัมมนาปลุกขวัญ สร้างพลังให้คนที่ล้ม ลุกขึ้นมาสู้ต่อ

          โชคดีที่งานนี้ยังคาบเกี่ยวช่วงตรุษจีน ก็เลยถือโอกาสเสริมมงคล รับปีมังกรไปในตัว 

          หลังปรึกษากัน ทีมงานตัดสินใจนิมนต์พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ด้วยไม่ต้องการให้เน้นไปทางเทศน์เกินไป ผสมกับที่ท่านเป็นพระอารมณ์ขัน งานจึงดีไซน์ออกมาให้กึ่งสนุกกึ่งเนื้อหา ไม่เครียดนัก

          เราคุยกันต่อว่า อยากให้ครั้งนี้รวมเทศน์กับทอล์กไว้ด้วย ฉีกวิธีคิดเดิมๆ ที่มีแค่พระหรือนักพูดอย่างเดียว รวมถึงต้องการให้มีพุทธไทยกับจีนผสมกัน

อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์จึงเป็นอีกท่านที่เราเชิญมา และลงตัวโดยปริยาย

          ยอมรับครับ ผมทึกทักว่าหลังสองชั่วโมง ผมคงไม่ต่างกับสมาชิกคนอื่นที่กลับบ้านด้วยการได้รับมงคลในชีวิต ข้อแนะนำในการไหว้พระ การผูกดวง หลักการดูฮวงจุ้ย 

          แต่ผิดคาดครับ งานนี้ไม่ได้จบแบบที่คิด ท่านวิทยากรทั้งสองไม่ได้เน้นไสยศาสตร์แต่อย่างใด ท่านกลับสอนให้เราอยู่บนโลกของความเป็นจริง มองทุกอย่างให้เข้าใจ และพึ่งพิงตนเองเป็นหลัก

          พระสมปองท่านว่า น้ำท่วมที่ผ่านมา ฆราวาสทุกข์ พระก็ทุกข์ มองไปก็เห็นแต่น้ำ แต่ทุกข์ไปจะได้อะไร เพราะแท้จริงแล้ว ทุกข์สุข อยู่ที่ใจ ไม่ใช่คนอื่น

          ทุกเช้าที่ตื่นลืมตา เราเลือกได้ว่าจะดีไซน์ให้ชีวิตวันนั้นเป็นแบบไหน มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือคราบน้ำตา อารมณ์ขุ่นมัวไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผมชอบเป็นพิเศษ ก็ตรงที่อาจารย์วิโรจน์ท่านขึ้นมาเล่าให้ฟังถึงนาทีวิกฤติที่ท่านเฉียดตายจากเหตุพลุระเบิดที่สุพรรณบุรี รวมไปถึงเหตุสึนามิครั้งกระโน้น แม้โทนเรื่องจะออกแนวขัน แต่แก่นหลักก็หนักแน่น เพราะท่านสอนไปถึงอนาคตข้างหน้า ให้พึ่งตนเอง หาใช่ใครอื่นไม่ ไสยศาสตร์ก็อาจช่วยอะไรไม่ได้

          ผมเห็นด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เราต้องพึ่งตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น 

          เราไม่ควรบ้าในหวย หวังรวยจากลอตเตอรี่ หรือการพนัน เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ทางของการได้เงินโดยยั่งยืน 

          ท่านย้ำต่อว่า “ฮวงจุ้ย” ไม่เชื่อ ก็อย่าได้ลบหลู่ แต่เมื่อเชื่อก็ต้องไม่งมงาย ดีที่สุดต้องเป็นคนดี เพราะธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม” 

          ประโยคเด็ด ที่ท่านเสริม ผมท่องจำขึ้นใจมาถึงวันนี้ “คนดี มีจริยธรรม ต่อให้อยู่ในฮวงจุ้ยที่แย่ ธรรมก็ย่อมคุ้มครอง แต่คนไม่ดี ไม่มีธรรมะ ต่อให้อยู่ในชัยภูมิที่ดี ความดีก็ไม่รักษา”

          ยังมีแนวคิดดีๆ อีกหลายอย่างที่ผมได้รับจากสัมมนา ที่ผมสัญญาว่าถ้ามีโอกาสจะพยายามสอดแทรกให้เป็นประโยชน์ 

          ถ้าดัชนีของงานวัดความสำเร็จจากรอยยิ้ม และเสียงปรบมือ งานนี้คงได้คะแนนเกินร้อย

          แต่ลึกๆ แล้ว ผมวัดความสำเร็จจากความตั้งใจจริงของสมาชิกหลายๆ คนที่เมื่อเดินออกจากโรงแรม แล้วจะเอาไปปรับวิธีคิด และพฤติกรรมของตัว 

          ขออย่าเพียงเป็นไฟไหม้ฟาง โดยไม่ต่อยอดจากที่วิทยากรทั้งสองท่านได้สอนหรือแนะนำ เพราะเมื่อเริ่มจุดประกายไฟแล้ว ต้องรีบต่อให้ติด ก่อนที่กระแสลมจะพัดความตั้งใจดี ให้มอดไป

          พร้อมหรือยังครับ มาเริ่มต้นด้วยกันนะครับ 

 

 

-----------

(หมายเหตุ : ไลฟ์สตางค์ : ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน : ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected])

-----------