
ปลอบใจตัวเอง
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ปลอบใจตัวเอง : โดย ... ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
เริ่มต้นวันนี้ต้องขออนุญาต “ขอโทษ” ผู้อ่านทุกท่านที่กำลังรอหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ (ถึงขนาดส่งเมล์มาถามแล้วก็มี) เพราะว่า จนถึงตอนนี้จากปัจจัยการงานที่รุมเร้า ยังทำให้ไม่สามารถส่งหนังสือไปให้ทั้ง 12 ท่านได้เลยค่ะ คิดว่า สัปดาห์หน้าหากงานการลงตัว ก็จะทยอยจัดส่งให้ถึงมืออย่างแน่นอนค่ะ
จริงๆ ดิฉันเกลียดข้ออ้างเรื่องงานเยอะ งานมาก ทำให้ไม่ได้ทำโน่น ทำนี่ เพราะรู้สึกว่า มันเป็น “เหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผล” เหมือนกับเวลามาทำงานสายในเช้าวันจันทร์ กับข้ออ้างว่า “รถติด” เพราะคน (กรุงเทพฯ) ส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่า วันจันทร์ตอนเช้ากับวันศุกร์ตอนเย็นนั้น รถราบนถนนจะแน่นขนัดผิดกับวันอื่นๆ ดังนั้น ต่างก็ต้องเตรียมเผื่อเวลาเดินทางไว้ด้วยกันทั้งนั้น
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้ “เหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผล” เองเสียอย่างนั้น
มีหลายครั้งเหมือนกันนะคะที่เรามี “เหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผล” ในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน เคยมีใครสักคนบอกว่า ถ้าเราเสียเงินกับการซื้อบ้านหลังแรก อันนี้มีเหตุผล แต่ถ้าเสียเงินซื้อบ้านหลังที่ 2 มันเป็นเหตุผลที่ไม่ใช่เหตุผลแล้ว ก็คงคล้ายๆ กับการซื้อรองเท้าคู่ที่สอง โดยที่คู่แรกยังไม่ได้ใส่ หรือซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ โดยที่เครื่องเดิมยังใช้งานได้ดี
และหลายครั้งเช่นกันที่เรามีเหตุผลเบาเบา (สำหรับคนอื่น) แต่หนักแน่น (สำหรับตัวเอง) ในการจับจ่ายใช้สอย เช่น เราใช้จ่ายเงินเพื่อ “ปลอบใจตัวเอง” จำกรณีของคุณผู้อ่านที่เป็นหนึ่งในผู้ได้รับหนังสือได้ไหมคะ กรณีของคุณพรนภาที่บอกว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของเธอ คือ เธอเป็นคนที่ชอบทำงาน ถ้างานไม่เสร็จ เธอก็จะไม่ใช้จ่ายเงินเป็นเดือนๆ เลย ซึ่งฟังดูแล้วมีวินัยทีเดียว แต่ปรากฏว่า เมื่องานเสร็จสิ้น เธอก็ปลอบใจตัวเองที่ทำงานหนักมาตลอด ด้วยการตอบสนองให้รางวัลกับตัวเองในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นให้ของขวัญตัวเอง สิ่งของดีๆ และอาหารดีๆ แม้ว่าคุณพรนภาไม่ได้บอกว่า ใช้จ่ายไปแค่ไหน อย่างไร แต่จับความรู้สึกจากตัวหนังสือที่ส่งมา ก็พอจะทำให้ทราบว่า การใช้จ่ายแต่ละครั้งคงไม่น้อยเลยทีเดียว และอาจจะมากถึงขนาดที่ทำให้เงินที่เธอสู้อุตส่าห์สะสมจากการทำงานอย่างต่อเนื่องถูกละลายไปกับการปลอบใจตัวเอง จนแทบไม่เหลือเลยทีเดียว
จริงๆ แล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อปลอบใจตัวเองเป็นครั้งคราว เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ค่ะ แต่บางคนก็ทำบ่อยเกินไป ทำมากเกินไป จนทำให้หลายๆ ครั้ง การปลอบใจตัวเองทำให้เรานั่นแหละที่ต้องประสบความยากลำบากทางการเงิน บางครั้งดีใจก็ช็อปปิ้ง อกหัก ผิดหวัง ซึมเศร้าก็แก้ปัญหาด้วยการช็อปปิ้งปลอบใจตัวเอง สุดท้ายนอกจากความทุกข์จากเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงไม่ได้ถูกแก้ไขแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทุกข์ให้กับเราอีก เพราะปัญหาการงานก็แก้ไม่ได้ ปัญหาความรักก็ยังอยู่ แถมยังเพิ่มปัญหาการเงินให้พอกพูนขึ้นไปอีก
เคยมีเพื่อนสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมาขอคำปรึกษา คนหนึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องการงาน เพื่อนๆ ก็ให้คำปรึกษากันไป โดยใช้หลักง่ายๆ ว่า ถ้าอยากลาออกจากงาน เพราะปัญหาอยู่ที่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ปัญหาจากงาน ก็คงต้องลาออกไปเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงาน เรื่องผู้คนได้เสมอ ดังนั้น หากมีปัญหาเรื่องงาน ก็ต้องเอา “งาน” เป็นที่ตั้ง
ในขณะที่อีก 2 คน คนหนึ่งมีปัญหาเรื่องความรัก อีกคนหนึ่งมีปัญหาเรื่องเงิน ต่างคนต่างก็นั่งถกเถียงกันว่า ปัญหาของใครใหญ่และหนักกว่ากัน เพราะต่างก็คิดว่า ตัวเองหนักทั้งคู่ สุดท้ายเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ต่างก็บอกว่า ถ้าให้เลือก ขอมีปัญหาเรื่องความรักมากกว่ามีปัญหาเรื่องเงิน
เพราะมีปัญหาเรื่องความรัก ยังขอคำปรึกษาจากเพื่อนได้ และเพื่อนก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่พอเป็นปัญหาเรื่องเงิน น้อยคนนักที่จะยอมรับฟัง ยิ่งเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ อาจจะยิ่งไปกันใหญ่ ดังนั้น ถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินอยู่แล้ว อย่าไปสร้างปัญหาเพิ่มด้วยคำว่า แค่อยากปลอบใจตัวเองเลยค่ะ
แต่ถ้าใครคิดว่า ลำบากกับการตัดใจโดยเฉพาะในภาวะที่เราต้องการการปลอบใจแล้วล่ะก็ ในหนังสือ “คนรวยรู้ก่อน” ของคุณธนัท อนันต์ศิริ เขียนถึงแนวปฏิบัติเพื่อควบคุมการใช้จ่ายเพื่อปลอบใจตัวเองไว้ 3 ข้อ ลองดูว่าจะใช้ประโยชน์จากแนวคิดนี้ได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ ประการแรก เขาบอกว่า อย่าหวาดกลัวความรู้สึกเจ็บช้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม พยายามพูดกับตัวเองเสมอๆ ว่า “มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้นเอง ถ้าฉันทรมานก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นมีอะไรที่แย่ๆ หรือไม่เห็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย” แล้วความรู้สึกเจ็บช้ำก็จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเรารับรู้และไม่ต้องเก็บกดอารมณ์ไว้อีกต่อไป
แนวปฏิบัติที่สอง ก็คือ ถ้าคุณต้องการใช้จ่ายเพื่อปลอบใจตัวเอง จงกำหนดขีดจำกัดในการใช้เงินของคุณเองไว้ไม่ให้กระทบต่อบัญชีธนาคารของคุณ นำเงินสดจำนวนนั้นติดตัวเองไว้ แล้วไม่ใช้จ่ายมากเกินกว่านั้น และตัดบัตรเครดิตของตัวเองถ้ารู้สึกอยากจะใช้มันมากๆ โดยไม่ทันยั้งคิดทุกที
หาว่าสิ่งใดที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับเรา แล้วทำสิ่งนั้นในยามที่รู้สึกย่ำแย่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในสวน การพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือการโอบกอดจากคนที่เรารัก หยุดใช้จ่ายเพื่อสร้างความสบายใจให้ตัวเองและใช้เป็นเหตุผลในการปลอบใจตัวเอง
อย่าพยายามแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเกิดจากภาวะกดดันทางการงาน หรือความรัก ด้วยการสร้างปัญหาใหม่ “ทางการเงิน” เพิ่มขึ้น เพ่งพินิจว่า ปัญหามันเกิดจากไหน แล้วก็ไปแก้มันตรงนั้น
-----------
(หมายเหตุ : วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ปลอบใจตัวเอง : โดย ... ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])
-----------



