ข่าว

'เทพไท'ยัน'เฉลิม'เมาในสภาจริง

'เทพไท'ยัน'เฉลิม'เมาในสภาจริง

25 ก.พ. 2555

'เทพไท' ยัน 'เฉลิม' เมาจริง ชี้ถาม 'ฉลอง' รู้ดีที่สุดเพราะอยู่ใกล้ จี้ 'ปธ.สภาฯ' หามาตรการป้องคนเมาเข้าสภา ระบุ 'กมธ.ร่างรธน.' ซีก 'ปชป.' เข้าไปปิดช่องว่างไม่ให้สรรหาสสร.ได้ตามต้องการ ยินดี 'สุรนันทน์' ได้เป็นโฆษกประจำตัว 'นายกฯ'

                   25 ก.พ.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ในที่การประชุมร่วมรัฐสภา ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เมากร่างว่า จริงๆ แล้วกรณีของ ร.ต.อ.เฉลิม ส.ส.ในสภารู้ดีว่า ร.ต.อ.เฉลิม มีพฤติกรรมอย่างไร เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่ในอาการมึนเมาหรือไม่ เพียงแต่มีข้อสงสัยและตั้งข้อสังเกตกันในหมู่สมาชิกสภา แต่ครั้งนี้ปรากฎชัดว่ามีพฤติกรรมที่อยู่ในอาการมึนเมาจริง สมาชิกที่เดินโฉบเฉียวเข้าไปใกล้ ร.ต.อ.เฉลิมก็จะรู้ดี โดยไม่ต้องอธิบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.พรรเพื่อไทย แต่ละคนก็แสดงอาการส่ายหน้ากับพฤติกรรมดังกล่าวทั้งสิ้น เพียงแต่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ใหญ่ในพรรค จึงไม่มีใครกล้าทัดทานใดๆ เห็นได้จากการแสดงอาการกร้าวร้าวกับนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคคนอื่น ถ้าอยกจะรู้ข้อเท็จจริง เชื่อว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ให้ข้อเท็จจริงได้ เพราะอยุ่ในเหตุการณ์ เดินอยู่ใกล้ชิด และเป็นคนนำร.ต.อ.เฉลิม ออกไปสงบสติอารมณ์นอกห้องประชุม

                   “พยานแวดล้อมเห็นได้ชัดว่าส.ส.ในกลุ่ม ร.ต.อ.เฉลิม อย่างเช่นนายอานนท์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก็ตกอยู่ในอาการที่ไม่แตกต่างไปจาก ร.ต.อ.เฉลิมมากนัก จึงอยากให้ประธานสภาฯหรือคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ควรหามาตรการป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ส่วนจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับ ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นเรื่องของประธานสภาฯและผู้เสียหาย ที่จะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่ถ้าดูจากพฤติการณ์ ของความผิด ปรากฎชัดว่าร.ต.อ.เฉลิม ไม่อยู่ในฐานะที่จะครองสติสัมปชัญญะได้เหมือนกับบุคคลทั่วไป เพราะวุฒิภาวะของร.ต.อ.เฉลิม โดยทั่วไปก็คงจะมีมารยาทและรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี คงจะให้เกียรติกับผู้นำฝ่ายค้านฯในการอภิปราย เพราะการอภิปรายของผู้นำฝ่ายค้านฯก็ไม่มีอะไรเสียหายหรือผิดข้อบังคับ หรือมีประเด็นอื่นใดที่ต้องทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมลุกขึ้นประท้วงอย่างไร้สติ จึงไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง สภาฯต้องมีมาตรการเพื่อเป็นบรรทัฐานไม่ให้สมาชิกคนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง”นายเทพไท กล่าว

                   หากพรรคเพื่อไทยจะแก้เกี้ยวด้วยการตั้งกรรมการมาสอบสวนข้อเท็จจริงก็จะต้องใช้กรรมการที่มีความเป็นกลาง เพื่อไม่ให้การสอบสวนเป็นมวยล้มต้มคนดู และจากข้อเท็จจริง เป็นที่ประจักษ์ของสมาชิกรัฐสภา ต่างสรุปเป็นเสียงเดียวว่า ร.ต.อ.เฉลิมตกอยู่ในภาวะไม่ปกติอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาความผิดโดยยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯไม่ต้องรอผลสอบสวนก็สามารถทำได้อยู่แล้ว

 

ระบุ'กมธ.ร่างรธน.'ซีก'ปชป.'ปิดช่องว่างไม่ให้สรรหาสสร.ตามต้องการ

                   นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าพรรคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่เข้าไปมีบทบาทในการเป็นกรรมาธิการฯ เพราะรู้ว่าจะต้องเข้าไปต่อสู้เพื่อที่จะทำให้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าวมีความสมบูรณ์ ปิดช่องว่างไม่ให้ฝ่ายใดใช้ช่องว่างของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ปูทางไปสู่การสรรหาสสร.ตามที่ตัวเองต้องการ โดยภารกิจของคณะกรรมาธิการฯ สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องเข้าไปต่อสู้แปรญัตติบรรจุสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ และหมวดที่เกี่ยวข้องกับศาล และจะต้องแปรญัตติในเรื่องคุณสมบัติของ สสร. เพื่อไม่ให้คนของพรรคการเมืองหรือนอมินีแฝงตัวเข้ามาในสสร.ได้ รวมถึงจะต้องระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะแก้ไขเพื่อช่วยเหลือบุคคลใด บุคคลหนึ่งเพียงคนเดียวไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

                   การที่สภาฯเสนอให้แปรญัตติภายใน 30 วันนั้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นอกจากกรรมาธิการฯ จะสงวนคำแปรญัตติแล้ว ก็ต้องการให้ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการฯ มีโอกาสสงวนคำแปรญัตติอย่างกว้างขวางอีกด้วย เพราะไม่อยากให้กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากในสัดส่วนของรัฐบาลรวบรัดมัดมือชกแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะปิดประตูตีแมว หากรัฐบาลมีความจริงใจ ที่จะให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นำไปสู่ความปรองดองในสังคม ก็ควรจะเปิดใจกว้างรับเอาประเด็นข้อเสนอแนะของผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่ได้อภิปรายสรุปไปแล้ว มาพิจารณาด้วย

                   ส่วนที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างสร้างสรรนั้น นายเทพไท กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องกลับไปเรียกร้องเรื่องนี้ต่อสมาชิกพรรคตัวเอง เพราะเป็นกรรมาธิการฯเสียงข้างมากไม่ควรที่จะใช้การพิจารณาในลักษณะเสียงมากลากไป ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีสปิริตเพียงพอ หากมีเจตนาที่จะไม่ร่วมสังฆกรรม ก็คงไม่ส่งสมาชิกเป็นกรรมาธิการฯ เหมือนครั้งหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยทำ ในการไม่ร่วมมือด้วยการไม่ส่งสมาชิกของพรรคเป็นกรรมาธิการฯมาแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ทำแบบนั้น แม้จะรู้ดีกว่าพรรคเพื่อไทยมีธง และพิมพ์เขียวเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วก็ตาม แต่ด้วยสปิริตและหน้าที่รับผิดชอบในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยก็จะทำหน้าที่เข้าไปต่อสู่ด้วยเหตุด้วยผลอย่างเต็มความสามารถ

                   เมื่อถามว่า ดูรายชื่อกรรมาธิการฯในส่วนของพรรคเพื่อไทยแล้ว คิดว่าการแก้ไขครั้งนี้จะราบรื่นหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ถ้าดูรายชื่อแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นสายตรงจากนายใหญ่ทั้งสิ้น จึงไม่แน่ใจว่าจะได้รับสัญญาณอะไรมาจากดูไบหรือไม่ แต่เมื่อเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการฯคณะเดียวกันแล้วก็อยากให้ถ้อยทีถ้อยอาศรัยและยึดประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง

 

'เทพไท'ยินดี'สุรนันทน์'เป็นโฆษกประจำตัว'นายกฯ'

                   นายเทพไท เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ แต่งตั้งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เป็นโฆษกประจำตัวนายกฯ ว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและขอแสดงความยินดีกับนายสุรนันทน์ด้วย เหมือกับครั้งหนึ่งตนเคยดำรงตำแหน่งนี้มาแล้ว เชื่อว่าวุฒิภาวะของนายสุรนันทน์ ที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีมาก็น่าจะทำหน้าที่โฆษกนายกฯได้สมบทบาท มากกว่าการใช้รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนปัจุบันที่มีวุฒิภาวะ แค่โฆษกบนเวทีคนเสื้อแดง ที่ปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวาย ถ้านายกฯตั้งใจให้นายสุรนนันทน์มาเป็นโฆษกตอบคำถามแทนตัวเองจริงก็ควรจะลดบทบาททีมงานสารพัดโฆษกของพรรคเพื่อไทยลงบ้าง โดยให้นายสุรนันทน์เป็นคนให้ข่าวแต่เพียงผู้เดียวก็จะทำให้บรรยากาทางการเมืองดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวตนกับนายสุรนันทน์ รู้จักและชอบพอกัน ถ้านายกฯให้ความสำคัญกับนายสุรนันท์น์แต่เพียงผู้เดียวก็จะทำให้การตอบโต้หน้าสื่อลดน้อยลงไปได้ และทำให้บรรยากาศการปรองดองเกิดขึ้นตามที่รัฐบาลต้องการ