
รวบ ตร.เก๊ ไถ่เงิน จยย. ซิ่ง
25 ก.พ. 2555
รวบตำรวจเก๊ อ้างช่วยออกตรวจจับรถจักรยานยนต์ซิ่ง สุดท้ายสารภาพจับแล้วไถเงิน
เวลา 00.30 น.พ.ต.ท.มงคล จิตรพรหม สว.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.รพีพงศ์ กุลจิตติชุติพร รอง.สว.สส.และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้เข้าจับกุมตัวนายจักรกฤษณ์ อิตต๊ะกัน อายุ 20 ปี ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจออกตระเวนในพื้นที่ตลาดรังสิต โดยสามารถจับกุมตัวได้พร้อมด้วยนาย เอ(นามสมมติ)อายุ 18 ปี และนายหนึ่งและนายสอง (นามสมมติ) อายุ 15 และ 16 ปี ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า cbr สีดำ หมายเลขทะเบียน ฬนอ 435 กทม. และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงินขาว หมายเลขทะเบียน คตฉ 531 ปทุมธานี ขณะตระเวนหาเหยื่ออยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ ก่อนจะควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน
นายจักรกฤษณ์ อิตต๊ะกัน ผู้ที่แต่งเครื่องแบบตำรวจ กล่าวว่า ตนเป็นอาสาสมัครตำรวจชุมชน อยู่ที่ สภ.ธัญบุรี โดยจะแต่งเครื่องแบบตำรวจออกตรวจตราในพื้นที่ และคอยดูแลจับแก๊งรถซิ่ง โดยจะบอกกับเพื่อน ๆ หรือคนที่รู้จักว่าตนเองเป็นตำรวจสายตรวจ และจะแต่งเครื่องแบบออกจากบ้านในเวลากลางคืน โดยจะขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า cbr ตระเวนไปในพื้นที่ต่าง ๆ เมื่อพบรถยนต์หรือจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงหรือทำผิดกฎหมาย ก็จะเรียกตรวจและเมื่อเขาให้เงินก็จะรับไว้แล้วปล่อยตัวไป โดยทำมาแล้วในหลายพื้นที่ ทั้ง อ.คลองหลวง อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา
ด้านนายเอ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตนคิดว่านายจักรกฤษณ์เป็นตำรวจจริง โดยเพิ่งรู้จักกันประมาณ 3 สัปดาห์ เพราะตนเองเกิดอุบัติเหตุและนายจักรกฤษณ์ ได้เข้ามาช่วยเหลือและยังแต่งเครื่องแบบตรวจ จากนั้นนายจักรกฤษณ์ ก็ชวนตนให้มาช่วยทำงาน โดยอ้างว่าจะไปจับพวกแก๊งซิ่ง ตนหลงเชื่อจริงพานายหนึ่ง และนายสอง เพื่อนของตนเองออกมาด้วย ส่วนพฤติกรรมการเรียกรับเงินนั้นตนเองไม่ทราบแต่อย่างใด
ร.ต.อ.รพีพงศ์ กุลจิตติชุติพร รอง.สว.สส.กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีชายแต่งเครื่องแบบออกตระเวนตรวจจับชาวบ้านในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ จึงได้พาชุดสืบสวนออกตรวจตราในพื้นที่ จนกระทั่งพบผู้ต้องหาคนดังกล่าวขับรถผ่านมาจึงได้สกัดให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ โดยพบว่าแต่งเครื่องแบบตำรวจ และพกอาวุธปืนปลอม รวมทั้งวิทยุสื่อสาร
จากการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริงมีการเรียกตรวจตราประชาชนที่ผ่านไปมาและเรียกรับเงิน ในเบื้องต้นนั้นได้แจ้งข้อหา แต่งกายเลียนแบบเจ้าพนักงาน ส่วนเรื่องการเรียกรับเงินนั้นคงต้องรอให้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อนจึงจะสามารถดำเนินคดีได้ ส่วนเด็กๆอีก 3 คนนั้น สอบสวนแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและถูกหลอกมาอีกที จึงจะได้ว่ากล่าวตักเตือนและเรียกผู้ปกครองมารับตัวกลับไป



