
'สมภพ ไทยธีระเสถียร'ส่องพระพบพระธรรม
สมภพ ไทยธีระเสถียรในวันที่..."ส่องพระเครื่องพบพระธรรม" : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู
"สมภพ ไทยธีระเสถียร" หรือนามเรียกขานในวงการพระ "อั้ง เมืองชล" ประธานชมรมมณเฑียรพลาซ่า โรงแรมมณเฑียร และยังเป็นอุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คนที่ ๑ จากนักสะสมธรรมดา ศึกษาด้วยความสนใจใฝ่รู้ด้านพระเครื่องอย่างจริงจัง ปัจจุบันประสบความสำเร็จในเส้นทางเซียนพระ ติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมาเกือบ ๔ ทศวรรษ และถือว่าเป็น ๑ ในกรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี ที่ไปร่วมงานตัดสินพระสนามต่างๆ ไม่เคยขาด
ก่อนที่จะมาเป็นกรรมการตัดสินพระชุดเบญจภาคี "อั๊ง เมืองชล" ผ่านการฝึกฝน เรียนรู้ สังเกต และจดจำ ผ่านการดูพระมาจำนวนมากมาย พบทั้งของจริงและเลียนแบบ จำนวนนับไม่ถ้วน จนเชี่ยวชาญ โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพระเครื่องให้การชี้แนะ เช่น คุณพิศาล มูลศาสตรสาทร, คุณอุดม กวัสราภรณ์, คุณประจำ อู่อรุณ, คุณชลอ รับทอง และอีกหลายๆ ท่าน จากนักสะสมธรรมดา ศึกษาด้วยความสนใจใฝ่รู้ด้านพระเครื่องอย่างจริงจัง
นอกจากขึ้นชื่อว่าเป็นเซียนพระชุดเบญจภาคีแล้ว อีกมุมหนึ่งที่น้อยคนนักจะรู้ว่า อั้ง เมืองชล เป็นนักปฏิบัติธรรมตัวยง ทั้งนี้เมื่อว่างเว้นจากงานประจำก็เขาจะไปปฏิบัติธรรมกับ พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี โดยไปนั่งฝึกสมถกรรมฐาน ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ คือ มีสติรู้ใน ๔ อิริยาบถอยู่ตลอดเวลา คือ เดิน ยืน นั่ง และนอน ขณะเดียวกันทุกวันพระจะไปสวดมนต์ที่วัดยานนาวา วัดมหรรณพาราม รวมทั้งสวดมนต์ที่วัดใกล้บ้าน เพราะการสวดมนต์เป็นจิตภาวนาอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดสร้างสมาธิและสร้างปัญญา
“สติปัฏฐาน ๔ ทำให้เรามีความจำดี สามารถนำมาใช้ในการส่องดูพระได้เป็นอย่างดี นอกจากช่วยให้จำพิมพ์ได้แม่นยำแล้ว ยังลึกในเนื้อหาและมวลสารของพระแต่ละองค์ ทำให้เราไม่ประมาทในการเช่าซื้อพระแต่ละองค์ โดยจะมองข้ามเรื่องเงินที่จะได้ว่าเท่าไร และลึกไปกว่านั้น คือ คำสอนของพระสงฆ์ผู้สร้างพระองค์นั้นๆ ว่ามีหลักคำสอนอะไรบ้าง เช่นถ้าส่องพระสมเด็จ เราต้องนึกถึงคาถาชินบัญชรที่สมเด็จพุฒาจารย์(โต) รจนาไว้” อั้ง เมืองชลกล่าว
พร้อมกันนี้ อั้ง เมืองชล ยังบอกด้วยว่า คนที่รักษาศีล ๕ สังเกตดูได้ไม่สูงไม่ต่ำ ไม่ดำ ไม่ขาว ทุกอย่างพอเหมาะพอดี หน้าตาแจ่มใสจิตใจดี แต่คนที่เกิดมาจนข้นแค้นเพราะว่าอดีตชาตินั้นไม่เข้าวัดทำบุญ ไม่สร้างทาน คนที่ปัญญาไม่ดีความจำไม่ดี เพราะอดีตไม่ถือศีล ไม่สวดมนต์ ไม่นั่งสมาธิ คนที่ครอบครัวแตกร้าวลูกไม่เชื่อฟังเพราะบุคคลนั้นผิดศีลข้อ ๓ คือ กาเม คนทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเพราะอดีตชาติไปขโมยและทำทรัพย์สินผู้อื่น คนที่เสียบุคลิกมัวเมาเพราะชอบดื่มสุรา เป็นที่ดูถูกของคนอื่นซึ่งมองเราไม่ดี พื้นฐานของมนุษย์นั้นต้องรักษาศีล ๕ ผิดบาปอยู่ที่เจตนา เจตนาคือตัวกรรม คนเราทำมาหากินอย่าทำอยู่ ๒ อย่างคือ ค้าสิ่งมีชีวิต และเล่นการพนัน
อย่างไรก็ตาม อั้ง เมืองชล ได้อธิบายถึงคำพูดที่ว่า "ส่องพระเครื่องพบพระธรรม" ไว้ว่า พระเครื่องทุกชนิดเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้า เปรียบเสมือนแผนที่เพื่อให้เรามีพุทธานุสติให้เดินตามพระธรรม แต่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนในวงการพระเครื่องติดอยู่กับที่พระเครื่อง มีแต่ศรัทธาแต่ไม่มีปัญญาเรียกว่าหลง เพราะเห็นถึงราคาค่างวด และความเป็นไปได้ที่จะซื้อขายทำกำไร จึงทำให้ลืมแก่นแท้ของพระเครื่อง การส่องพระเครื่องแม้ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่เป็นเรื่องของการเสียโอกาสมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมานั้น การเช่าซื้อพระเครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาชีพที่เลี้ยงชีวิตและครอบครัวเท่านั้น
ตามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเคยชักชวนพรรคพวกในวงการพระไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน แต่เวลาว่างไม่ตรงกันจึงไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมร่วมกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย คนวงการพระรู้คุณค่าพระเครื่องแต่ไม่เห็นคุณค่าพระธรรมที่ซ่อนไว้ในพระเครื่อง อย่างที่ว่า เราเห็นน้ำแต่ไม่ได้กินน้ำ หรือผู้ปฏิบัติธรรมย่อมที่รู้ว่าปฏิบัติธรรมนั้นดีอย่างไร คนอื่นจะมาเล่าอย่างไรคงเปรียบไม่ได้กับลองได้กินน้ำแล้วช่วยดับกระหาย หรือมีความสุขได้จากการปฏิบัติธรรมเอง
ทั้งนี้ อั้ง เมืองชล พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า “การปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องไปที่วัด ไปสำนักปฏิบัติธรรม รวมทั้งสำนักสงฆ์ เพราะคนที่ปฏิบัติธรรมได้คือคนที่หายใจได้อยู่ แค่ระหว่างหายใจเข้าท่องว่าพุธ หายใจออกท่องว่าโท มีสติอยู่เสมอ เรียกว่า พุทธนุสติ เท่านี้ก็ขึ้นชื่อว่าปฏิบัติธรรมแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราหายใจทิ้งโดยเปล่าประโยชน์”
สร้างหลวงพ่อจรัญถวายวัดภาวนาฯ
“วัตถุมงคล รุ่นบูชาพระคุณ ๘๔ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน” เป็นพระเครื่องที่อั้ง เมืองชล ไ ด้รับหนังสืออนุญาตจากหลวงพ่อจรัญ เป็นกรณีพิเศษให้วัดภาวนาภิรตาราม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. ซึ่งมีพระครูสุตวัฒนกิจ เป็นเจ้าอาวาส โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อมอบเป็นที่ระลึกให้กับผู้ร่วมบุญ
เนื่องจากพระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน มีความประสงค์ให้วัดมีรายได้จากการออกให้บูชารูปเหมือนและเหรียญรุ่นบูชาพระคุณ ๘๔ นำไปบูรณะจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถภาพเขียนสมัยรัชกาลที่ ๔ ทำให้บางส่วนของภาพชำรุดเสียหายตามกาลเวลา ทางวัดจึงได้ขออนุญาตกรมศิลปากรเพื่อบูรณะภาพดังกล่าว ซึ่งต้องใช้งบประมาณประมาณ ๒ ล้านบาท
วัตถุมงคล รุ่นบูชาพระคุณ ๘๔ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ประกอบด้วย รูปเหมือน เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะ สัตโลหะ ดีบุก อัลปาก้า ทองระฆัง ทองเหลือง และทองแดง และเหรียญรูปไข่ มีเนื้อทองคำขัดเงาพ่นทราย เงินขัดเงา พ่นทราย ทองแดงขัดเงาพ่นทราย เนื้อเงินกึ่งขัดเงา และทองแดงกึ่งขัดเงา ทั้งนี้ ได้ประกอบพิธีสมโภชในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ อุโบสถวัดพระธาตุศรีจอมทอง โดยพระธรรมมังคลาจารย์ หรือ หลวงปู่ทอง สิริมังคโล เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ และหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน เมตตาอธิษฐานจิตให้เป็นพิเศษอีกครั้ง พุทธศาสนิกชนร่วมบุญได้ที่วัดภาวนาภิรตาราม



