ข่าว

 รู้หน้าไม่รู้ใจ

รู้หน้าไม่รู้ใจ

25 ก.พ. 2555

รู้หน้าไม่รู้ใจ : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3

          แม้จะย้ายตำแหน่งมาจาก บช.น. มาเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่ดูท่าทางแล้ว พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ยังคงไม่ค่อยคุ้นเคยกับเก้าอี้ตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม (อิอิ) สืบเนื่องจากภาระหน้าที่ที่กว้างขึ้นถึง 8 หมื่นตารางกิโลเมตร และต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชนกว่า 10 ล้านคนในพื้นที่  8 จังหวัดอีสานตอนใต้ ทว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเพียง 1.9 หมื่นนายเท่านั้น
 
              "ผบช.ป้ายแดง" จึงต้องเป็นมือประสาน 10 ทิศกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการปัญหาในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เริ่มตั้งแต่หน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน ชุมชน กรมการปกครอง และจังหวัด หากไล่เรียงกันทุกหน่วยแล้วมากกว่า 10 หน่วยงาน จึงเป็นเหตุ "ผบช.ป้ายแดง" ไม่ค่อยมีเวลาเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ เพราะต้องเดินทางไปจังหวัดโน้น อำเภอนี่ ตำบลนั้น อยู่ตลอดเวลา ไม่เชื่อลองถาม "นายเวรหนุ่ม"  จะรีบกางตารางคิวให้ดูแล้วจะรู้ว่าแน่นเอี้ยดตั้งแต่เช้าจรดเย็น 
 
              แม้จะรู้ว่าคิวทอง ..กระจอกข่าว ก็ไม่ลดละความพยายาม รอฟังข่าวดีอยู่หลายวันจนนายเวรช่วยเคลียร์คิวให้ได้สักที นัดแนะกันได้เวลาบ่ายโมงตรงเป็นเวลาพอดิบพอดีที่กระจอกข่าวจะตีรถจากเมืองกรุงมุ่งหน้าสู่ประตูอีสานแต่เช้าตรู่ เมื่อไปถึงสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ต้องแปลกใจ เหตุใดคับคั่งไปด้วยผู้คนที่บ่งบอกถึงหน่วยงานต้นสังกัดมากมาย ตลอดจนพ่อค้า ประชาชน และผู้สื่อข่าว
 
              เมื่อถึงคิวกระจอกข่าวเข้าพบ เห็น ผบช.คิวยาวเลยรีบแจ้งความจำนงว่าจะใช้เวลาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง ใน 3 ประเด็น คือ 1.ปัญหาเรื่องวังน้ำเขียว 2.ปัญหาเรื่องไม้พยูง และ3.ปัญหาเรื่องยาเสพติด ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ในประเด็นแรก ต้องพักเบรกขอเวลานอกเป็นระยะ เนื่องจากมีทั้งหน่วยงานรัฐ พ่อค้า มาขอพบเพื่อแสดงความยินดีในการมารับตำแหน่งใหม่ไม่ขาดสาย กว่าจะจบประเด็นแรกก็ปาเข้าไป 3 ชั่วโมง(ฮา)
 
              จนแล้วจนรอดก็ครบทั้ง 3 ประเด็นก็เย็นค่ำพอดี แต่ไม่ลืมคำถามสุดท้ายที่อยากรู้!!
  
              "งานที่ภูธรภาค 3 แตกต่างไปจากเดิมที่ บช.น. อย่างไรบ้าง หนักใจอะไรไหม ?"
  
              "งานที่นี่แตกต่างไปจากเดิม เพราะภาระหน้าที่มากขึ้น ในส่วนของงานตำรวจนั้นไม่ได้หนักใจอะไร แต่หนักใจกับการที่จะต้องประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งธรรมชาติของแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน เราต้องศึกษาเพื่อให้สามารถทำงานไปด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ ส่วนไอ้เรื่องหนักใจก็คือผมมาใหม่ มาอยู่ที่นี่คนเดียวไม่รู้จักหรือสนิทสนมกับใคร หลายคนเดินขึ้นมาหาผม ผมไม่ทราบเบื้องลึกเบื้องหลังของเขามาก่อน เมื่อก่อนอาจเขาเป็นโจร แต่เดี๋ยวนี้มาทำดีกับผม ทำมาสนิทกับ ซึ่งผมไม่รู้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ"  พล.ต.ท.ภาณุ รีบตอบทันที
 
              มิน่าล่ะ!!  กระจอกข่าวคลายสงสัยแล้วว่า เพราะเหตุใดจึงเห็น "จ่าเฉย" สิงสถิตอยู่ทั่วทุกมุมถนนในเมืองโคราช อาจเป็นเพราะ  "กูรูจราจร" เมืองหลวง มาอยู่ที่นี่แล้วไม่มีเพื่อน ถึงต้องหอบเอา "จ่าเฉย" มาอยู่เป็นเพื่อนนี่เอง เพราะดูแล้วน่าไว้วางใจที่สุด(อิอิ)!!