
พาณิชย์ขายหมูธงฟ้าโลละ89บ.
ราคาขายปลีกหมูถีบตัวสูงถึงโลละ 120 บ. โดยไม่ทราบสาเหตุ พาณิชย์คำนวณราคาต้นทุน หวังกำหนดราคามาตรฐานประกาศใช้หลังสิ้นมีนาคม เปิดจุดขายหมูธงฟ้าโลละ 89 บาท สายด่วน 1569 รับแจ้งขายเกินกก.ละ 100-105 บ.
ความผันผวนของราคาเนื้อหมูในตลาดสด ที่มีการปรับตัวสูงถึงกิโลกรัมละ 120 บาท ขณะที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มราคากิโลกรัมละประมาณ 50 บาท ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์เร่งหารือผู้ประกอบการโรงเชือดสุกรและพ่อค้าส่งเนื้อหมู เพื่อคำนวณราคาต้นทุนเพื่อกำหนดเป็นราคามาตรฐานในแต่ละพื้นที่ต่อไป
นายกิดดิวงค์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาหมูในขณะนี้ว่า ปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา จากราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 60 บาท ลดลงเหลือกิโลกรัมละ 48-50 บาท เนื่องจากผลผลิตเพิ่มมากขึ้นหลังจากปัญหาโรคระบาดหมดไป การผลิตจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำลังการซื้อจากผู้บริโภคกลับลดลงตั้งแต่ช่วงน้ำท่วม โดยลดลงไปประมาณ 10% จนปัจจุบันความต้องการบริโภคก็ยังไม่กลับเข้าสู่ระดับปกติ จะเห็นได้จากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดโรงงานได้ทั้งหมด กระทบต่อกำลังซื้อลดลง ส่วนแรงงานต่างด้าวก็กลับประเทศไปจำนวนมาก
“จากการที่สมาคมออกไปตรวจสอบราคาขายปลีก ยอมรับว่ายังมีเขียงหมูหลายที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังขายปลีกในราคาสูงอยู่ ซึ่งพบราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 120 บาท เมื่อไปสอบถามพ่อค้าก็อ้างว่ารับมาแพง แต่พอไปถามพ่อค้าส่งจริงๆ เขาก็บอกว่ารับมาในราคาปกติและไม่ได้ขายส่งแพงเกิน ซึ่งจุดนี้ได้แจ้งให้กรมการค้าภายในรับทราบแล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เฉพาะเรื่องพ่อค้าคนกลางเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องเปิดเผยราคาที่แท้จริงกันออก เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบ” นายกิดดิวงศ์ กล่าว
เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ผลผลิตหมูขณะนี้ถือว่ายังล้นตลาดอยู่ประมาณเดือนละ 1 แสนตัว จากการผลิตทั้งหมด 1.1 ล้านตัวต่อเดือน ขณะที่การส่งออกปัจจุบันดีขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ 600-700 ตัวต่อวัน และมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลผลิตที่ล้นตลาดหากคิดเป็นต่อวันยังอยู่ที่ 2,000 ตัน จึงต้องเร่งเพิ่มการบริโภคในประเทศให้มากขึ้น ขณะที่ผู้เลี้ยงยังต้องแบกรับภาระขาดทุนอยู่จากต้นทุนเลี้ยงปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท
รายงานข่าวแจ้งถึงราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มที่ปรับลดลง แบ่งตามรายภูมิภาคจะแตกต่างกันไปนี้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มภาคกลางกิโลกรัมละ 48-50 บาท ราคาขายปลีกควรอยู่ที่ 100-105 บาท ภาคอีสานตอนล่างราคาขายหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-52 บาท ราคาขายปลีกควรอยู่ที่ 100-104 บาท ภาคอีสานตอนบน ราคาหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 52-54 บาท ราคาขายปลีกควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 104-110 บาท ส่วนภาคใต้ ราคาหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 45-50 บาท ราคาจำหน่ายปลีกควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 90-100 บาท และภาคเหนือ ราคาหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ 54-56 บาท ราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 110-115 บาท
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงเชือดสุกรและพ่อค้าส่งเนื้อหมู ซึ่งได้รับทราบถึงต้นทุนการประกอบการ ที่มีทั้งค่าขนส่งจากฟาร์ม ค่าแรงเชือด ค่าห้องเย็น และค่าสูญเสียอื่นๆ โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวมาคำนวณเป็นสูตรค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้เป็นมาตรฐาน และหลังจากสิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาการขอความร่วมมือขายหมูเนื้อแดงในเขตภาคกลางราคากิโลกรัมละ 100-105 บาท นำมาคำนวณเป็นราคาขายปลีกใหม่ให้เหมาะสม ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตและผู้บริโภคให้อยู่ได้ทั้งระบบ
"ช่วงเดือนมีนาคมนี้ กรมการค้าภายในร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดนครปฐม ในการกระตุ้นการบริโภคเนื้อหมู โดยจะเปิดจุดจำหน่ายเนื้อหมูธงฟ้า ได้แก่ ที่หน้าช่อง 3 และช่อง 5 จะจัดขึ้นทุกวันพุธ ส่วนหน้าช่อง 9 และด้านหน้ากระทรวงพาณิชย์ จะเปิดจุดจำหน่ายทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์-30 มีนาคม 2555 กำหนดราคาหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 89 บาท และซี่โครงหมูที่กิโลกรัมละ 69 บาท นอกจากนี้จะเร่งขยายจุดจำหน่ายไปในเขตปริมณฑล เช่น ปทุมธานี นครปฐม และนนทบุรี รวมถึงชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระบุรี อยุธยา และปทุมธานี เป็นต้น" นางวัชรี ระบุ
ในส่วนการส่งออกหมู อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า จะเร่งขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้เลี้ยงของไทยมีศักยภาพมากที่สุดในอาเซียน โดยจะเร่งเจาะตลาดอาเซียนและส่งเสริมเกษตรกรในการพัฒนาผู้เลี้ยงเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อสุกรไทย ทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศคู่ค้าอีกด้วย
ด้าน นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า นับจากนี้ราคาเนื้อหมูควรเป็นไปตามที่กรมขอความร่วมมือ คือ ไม่เกินกิโลกรัมละ 100-105 บาท เพราะกลุ่มพ่อค้าจะขายส่งไม่เกินกิโลกรัมละ 80-90 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมต่อทุกฝ่าย หากประชาชนพบว่าพื้นที่ใดขายเกินราคาสามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 1569 ส่วนเนื้อหมูที่ลดราคาคือเนื้อสะโพกและไหล่ ส่วนเนื้อหมูตัดแต่งมัน หรือเนื้อสันราคาจะสูงกว่า
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ได้ปรับตัวสูงส่งผลให้ นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมโดยสาร เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม เข้าพบนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องการปรับค่าโดยสาร หลังจากราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าราคาน้ำมันดีเซลขณะนี้อยู่ที่ 31.73 บาทต่อลิตร ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระต้นทุนมากขึ้น และเกินกำหนดข้อตกลงร่วม ที่เมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นเกินลิตรละ 30 บาท จะต้องมีการปรับขึ้นค่าโดยสารให้เอกชน



