
'มาร์ค'ติงเลือกสสร.เปิดทางเสียงข้างมาก
'อภิสิทธิ์' ติง เลือกตั้ง สสร. เปิดทางเสียงข้างมากแก้รธน. ไม่ฟังเสียงข้างน้อย เสียดาย 'ยิ่งลักษณ์' ไม่แจง 'ว.5 โฟร์ซีซั่น' แต่แรก จนเรื่องบานปลาย ซัดแผนจัดการน้ำแค่พูดรายวัน
24 ก.พ.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐะรรมนูญว่า การที่จะเปลี่ยนใจใครในสภาฯ ตอนนี้คงยาก ต่างฝ่ายต่างก็ค่อนข้างมีจุดยืนที่ชัดเจนของตนเอง มีความพยายามเปรียบเทียบการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้กับแนวทางการปฏิรูปการเมืองสมัยปีพ.ศ.2538 ซึ่งจะนำมาเทียบกันไม่ได้เพราะวันนี้บ้านเมืองมีความขัดแย้งแบ่งฝ่าย พรรคการเมืองเข้าไปแนบแน่นกับมวลชนมากขึ้น ดังนั้นทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการจะได้มาซึ่ง สสร. ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เสียงข้างมากไปแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่ฟังเสียงข้างน้อย
"ในสมัยนั้นแทบจะเรียกได้ว่าฉันทามติกันแล้วว่าจะต้องเดินหน้าปฏิรูปการเมือง แล้วสภาฯ ทั้งสภาก็เข้าสู่กระบวนการ ความขัดแย้งกันนั้นต้องบอกว่าแทบไม่มี เพียงแต่จะค้นพบแนวคิดใหม่ๆ ในเรื่องการปฏิรูปการเมืองได้อย่างไร เช่นการมีองค์กรอิสระ แต่วันนี้ไม่ใช่ และในวันนั้น สสร. ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังแสดงความเป็นห่วงถึงการแก้รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากปัจจุบันมีคนหรือกลุ่มบุคคลที่มีความตั้งใจต้องการแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมวดพระมหากษัตริย์และสถาบัน ซึ่งไม่เหมือนกับในอดีต ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยระบุไว้ว่าจะไม่แตะต้อง หมวด 2
ท่องแก้เพื่อใครลบางคนพ้นผิด ย้ำมีวาระแอบแฝง
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกด้วยว่า จากคำประกาศของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และ นพ.เหวง โตจิราการ นั้น คำพูดของทั้งสองชัดเจนว่า แก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว คนซึ่งศาลตัดสินให้จำคุกจะกลับมาได้อย่างสง่างาม มันตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากบอกว่าจะแก้เรื่องนี้เพื่อที่จะให้มีการพ้นผิด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะเป็นปมของความขัดแย้งต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นวันนี้ยังไงก็ต้องมีการนำเสนอประเด็นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ ประชาธิปัตย์พยายามที่จะหาทางออกเกี่ยวกับกระบวนการของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตลอดระยะเวลาหลายปี แต่ถูกปฏิเสธ แล้วก็อดคิดไม่ได้ทุกครั้งว่าที่ถูกปฏิเสธในช่องทางต่าง ๆ นั้น ก็เพราะว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ที่เป็นวาระแอบแฝงบางอย่าง จากอดีตนายกรัฐมนตรี”
เล็งเขียนใน ม. 291 ห้ามแตะ หมวดพระมหากษัตริย์
"พวกผมนั้นถ้าหากฉบับที่ผ่านวาระที่ 1 ก็จะมีการแปรญัตติชัดเจนว่า ในการดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จะคงไว้ซึ่งหมวด 2 ที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทุกมาตรา แล้วก็จะดูว่ารัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่ กับการแปรญัตติแบบนั้น ผมต้องถามว่า เงื่อนไขอย่างนี้ในภาวะซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีปัญหากระบวนการการเคลื่อนไหวของมวลชนจริงในบางส่วน ทำไมเราถึงจะไม่ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ใครจะรับผิดชอบถ้าหากว่าประเด็นเหล่านี้เข้าไปสู่กระบวนการของ สสร. แล้วเกิดความขัดแย้งเกิดความรุนแรง เกิดความสูญเสียขึ้น"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ร่างฯ ของพรรคเพื่อไทย กับร่างฯ ของพรรคชาติไทยพัฒนา นั้น ลดทอนอำนาจของฝ่ายองค์กรอิสระ และองค์กรตุลาการ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดในเรื่องระบอบประชาธิปไตย ว่าทุกอย่างต้องมาจากการเลือกตั้ง ในระบบกฎหมายอย่างเช่นของเรานั้น ผู้พิพากษาหรือองค์กรตุลาการ จะเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่ตำแหน่งที่มาเกี่ยวโยงกับฝ่ายการเมือง ประเด็นที่ต้องคิดก็คือ องค์กรอิสระจะอยู่ตรงไหน เพราะองค์กรอิสระนั้นมีลักษณะคล้ายๆ กึ่งตุลาการ สมัยปี 2540 นั้นคิดว่าใช้เชื่อมโยงกับประชาชนผ่านกลไกของวุฒิสภาแล้ว จะเป็นความพอเหมาะพอดี แต่พอนายกฯ ทักษิณ มาเป็นนายกฯ ปี 48 - 49 ระบบองค์กรอิสระ หรือต้องเรียกว่า แทบจะล่มสลายเลย เพราะมีข้อครหาเรื่องการแทรกแซง
ยันไม่ควรรับหลักการ
“ผมคิดว่าร่างที่ปรากฎอยู่นี้ ไม่ควรรับหลักการ ควรจะตั้งหลักกันใหม่ว่า ถ้าเกิดจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกันจริงๆ แล้ว ที่จะให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าไม่มีประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนนั้นจะทำกันอย่างไร เพราะวันนี้ถ้าฟังดูขณะนี้ความพร้อมของฝ่ายเสนอ ที่จะรับฟังปรับปรุงแก้ไขอะไรในขณะนี้ยังไม่เข้าใจความห่วงใยของฝ่ายที่เขาทักท้วงอยู่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เสียดาย'นายกฯ'ไม่แจง'ว.5 โฟร์ซีซั่น'แต่แรกจนเรื่องบานปลาย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีการชี้แจงประเด็นโฟร์ซีซั่นส์ของ นายกรัฐมนาตรี ผ่านทางเฟซบุ๊คว่า ที่ผ่านมาในเรื่องนี้มีหลายคำตอบ และมีความขัดแย้งกันเอง และเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่เร่งทำความเข้าใจตั้งแต่แรก แต่ทิ้งไว้จนเรื่องราวลุกลามบานปลาย แต่ว่าเรื่องนี้มีกระบวนการตรวจสอบมีช่องทางที่จะเดินกันต่อไป เช่นเดียวกับคนที่จัดรายการใน Blue Sky ก็ถูกแจ้งความไปเรียบร้อย ก็ต้องไปรับผิดชอบไปพิสูจน์ตัวเอง
ซัดแผนจัดการน้ำแค่พูดรายวัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กล่าวถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลว่าเป็นการพูดแบบรายวันไม่มีรายละเอียดไม่มีใครได้เห็นแผนจริงๆ เช่นเรื่องเงินชดเชยพื้นที่รับน้ำ จะทำระเบียบกติกาอะไรออกมาให้เข้าใจตรงกัน ขณะที่กระบวนการกำหนดพื้นที่รับน้ำนั้นจะทำด้วยกฎหมาย ด้วยกระบวนการอะไรที่ประชาชนมีส่วนร่วมนั้นได้เมื่อไหร่ จะทันหรือไม่ แล้วก็เงินที่จะใช้จ่ายในแต่ละเรื่องนั้น ตกลงแล้วงบกลางที่รัฐบาลยังเหลืออยู่เกือบแสนล้าน กับที่จะต้องไปกู้หนี้ ยืมสินมาอีก 3 แสน 5 นั้น มีหลักการในการแบ่งในการที่จะทำกรอบเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งยังไม่มีคำตอบ หรือที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ เราก็ยังไม่รู้ว่า 2 ล้านไร่ ฟลัดเวย์อยู่ที่ไหน แล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าอีกวันหนึ่งแล้วจะพูดเปลี่ยนแปลงไปอีกหรือไม่



