ข่าว

'มท.1'ปัดมีกลุ่มล้มสถาบันเคลื่อนไหวตจว.

'มท.1'ปัดมีกลุ่มล้มสถาบันเคลื่อนไหวตจว.

24 ก.พ. 2555

'ยงยุทธ' ปัดไม่มีรายงานกลุ่มล้มสถาบันเคลื่อนไหวในตจว. ย้ำแก้รธน. รัฐไม่แตะหมวดกษัตริย์แน่ วอนสื่อเลิกถามเรื่องไม่จงรักภักดี ลั่น 3 เงื่อนไข สั่งเด้ง 'ผวจ.-ขรก.มท.' ทันที ไม่รอเดือนเม.ย.

                  24 ก.พ.55 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่ามีการจัดตั้งกลุ่มล้มล้างสถาบันเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่ง เช่น จ.อุดรธานี ว่า ยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า ไม่มีเลย ตนก็เพิ่งเดินทางกลับจากไปประชุมครม.สัญจรที่จ.อุดรธานี และขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมายื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบ

                  "คน 63 ล้านคนถ้าจะมีคนบ้าๆ บอๆ ไม่สบาย ไม่สมประกอบสักคนหนึ่งออกมาพูด แล้วก็ขยายกันต่อ ยืนยันว่าไม่มี ขอให้เลิกคิดเลิกถามได้เลยเพราะเรื่องความไม่จงรักภักดี ไม่มีอยู่ในศีรษะของคนปกติหรอก แต่คนไม่ปกติเราก็ไม่ทราบ เพราะมันเป็นตัวตน อยู่ในสายเลือดของคนไทย ผมในฐานะรมว.มหาดไทย เคยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เคยเป็นผวจ.มาก่อน บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่มี เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยมีทุกหย่อมหญ้าตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน เรามีข้อมูลทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ไม่เคยได้ยินข่าวพวกนี้ ก็อย่าได้พยายามสร้างกระแสความขัดแย้ง สร้างความคิดนี้ขึ้นมาเพราะมันไม่มี ตนตอบได้ชัดเจนและไม่ลังเล ยืนยันแทนพี่น้องประชาชนได้ทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจเช็คอยู่แล้ว ถามไปก็ไม่มี ตนออกไปต่างจังหวัดเยอะก็ไม่เคยมีใครมาให้ข้อมูลเรื่องนี้เลย มีแต่ความจงรักภักดี ซึ่งก็ทราบข่าวดีมาว่าพระองค์ทรงมีพลานามัยแข็งแรงขึ้นเป็นข่าวดีของพสกนิกร" นายยงยุทธ กล่าว

                  เมื่อถามว่า ตั้งแต่ช่วงที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายในปี 2552-2553 ที่ผ่านมามีการสาดโคลนกันไปมาว่าบางกลุ่มจะล้มล้างสถาบัน นายยงยุทธ กล่าวว่า แล้วมีหรือไม่ ดูจากการที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มางานรักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทยที่ทำเนียบฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯมารับหรือไม่ ถ้านายจุตพร พรหมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีก็ต้องมายืนรับเหมือนกัน ระดับประธานองคมนตรีทุกคนก็เคารพ สำหรับสถาบันที่สูงส่งกว่านั้นยิ่งไม่มีปัญหา ทั้งนายขวัญชัย ไพรพนา นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดแล้วว่าเรื่องพวกนี้ไม่มี

                  เมื่อถามว่า มองว่าบางกลุ่มชูประเด็นนี้ขึ้นมาไปโยงกับการต่อต้านการที่รัฐบาลเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยพรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่าจะไปแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า "ก็ลองไปแตะดูเถอะ เขาจะพูดก็พูดไป แต่เราก็ยืนยันว่าเราไม่แตะ ใครก็ตามที่ลองไปแตะดู จะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ และผมคิดว่าคนที่มาแตะไม่มีด้วย ยืนยันว่าไม่มี แต่ก็พยายามที่จะพูดใส่ร้ายป้ายสีกันมา มีมาตั้งแต่อดีต ในยุคปัจจุบันนี้คนเข้าใจเท่าเทียมกันหมด การสื่อสารเร็ว ประเด็นพวกนี้สื่อเองไม่ต้องมาถามพรรคเพื่อไทย และไม่ต้องไปถามใครที่เป็นคนไทยว่ามีความคิดเรื่องนี้อย่างไร เสียเวลา คุยเรื่องอื่นดีกว่า เพราะไม่มีอยู่ในความคิด"

                  รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าประเด็นเรื่องนี้จะไม่มีผลเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คอยดูแล้วกัน ถ้าดูจากผลคะแนนเสียงในสภาฯจากการโหวตลงมติเลือนหรือไม่เลื่อนการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผลออกมา 341 เสียง ต่อ 180 เสียงให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าเราต้องการระบอบการปกครองอย่างนี้ก็ต้องเคารพประชาชน โดยผ่านทางเสียงของผู้แทนประชาชนในรัฐสภา เมื่อตอนที่มีการรัฐประหาร ทำไมบางฝ่ายเงียบกริบ แต่พอพรรคเพื่อไทยหาเสียงและแจ้งว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญ เราก็ทำตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทำตามนโยบาย มันจะเอาตรงไหนมาเกี่ยวว่าจะมาช่วยคนๆ เดียว จะไปลดพระราชอำนาจหรือไปแตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์หรือจะไปเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา ม. 112

                  ผู้สื่อข่าวถามว่า มองบทบาทนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปร.) อย่างไรที่ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอให้รอร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนก่อน นายยงยุทธ กล่าวว่า "ไม่อยากวิจารณ์ท่านอื่น คิดว่าการทำอะไรของใครก็ตามเมื่ออ้าปากพูดขึ้นมา เราก็จะทราบว่าท่านนั้นพูดมีวาระซ่อนเร้นหรือพูดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติประชาชน พออ้าปากพูดสื่อก็แทบจะจับได้ว่าพูดเพื่อให้เกิดปัญหา ความแตกแยกหรือพูดเพื่อให้เกิดความปรองดอง สังคมเกิดความสงบสุขก็จะจับคำพูดได้ทันที"

                  เมื่อถามว่า มองว่าแม้จะมีกระแสต่อต้านขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ล่าช้า แต่ด้วยเสียงในสภาฯรัฐบาลจะผลักดันให้แก้รัฐธรรมนูญไปได้ตลอดรอดฝั่ง นายยงยุทธ กล่าวว่า จะเป็นไปได้หรือไม่อยู่กับสิ่งที่เราทำเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติประชานและต้องไว้วางใจตัวแทนของราษฎรที่ได้เลือกตั้งมา ถ้าเราไว้ใจระบอบประชาธิปไตยก็ต้องไว้ใจประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยด้วย ถ้าเราฟังเสียงประชาชนเหมือนประเทศที่เจริญแล้วทุกอย่างก็จะจบ แต่ที่ทุกอย่างไม่จบเพราะไม่ฟังเสียงประชาชน แต่ไปฟังเสียงผู้มีอำนาจบางคนบางกลุ่ม และจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ปัญหาถึงได้ขึ้นจนทุกวันนี้ แต่ถ้าเรามีจิตใจเชื่อมั่นและเคารพการตัดสินใจของประชาชน เคารพผลของการเลือกตั้ง และเคารพมติของผู้แทนประชาชนเรื่องทุกเรื่องก็จะจบ เหมือนในประเทศใหญ่ ๆ ประเทศอื่น ความเห็นที่แตกต่างกันก็มีเยอะแต่จะมาจบลงที่เสียงของประชาชน และเสียงตัวแทนประชาชน

                  เมื่อถามว่า เสียงของรัฐบาลในสภาฯคงไม่มีปัญหา แต่ก็มีเสียงกลุ่มต่อต้านที่เคลื่อนไหวต่อต้านทุกสัปดาห์ นายยงยุทธ กล่าวว่า เสียงในสภาฯมาจากไหน แต่งตั้งโดยคนหนึ่งคนใดหรือไม่ หรือแต่งตั้งโดยคนที่เปลี่ยนแปลงโดยใช้กำลังหรือเปล่า หรือเสียงในสภาฯเป็นเสียงที่ประชาชนเลือกตั้งมาโดยยุติธรรมและเสรี สื่อทุกคนเป็นพยานได้ว่าการเลือกตั้งครั้งหลังสุดที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งมาอย่างถล่มทลายไม่มีการใช้เงิน ซื้อเสียง เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็ต้องเคารพเสียงของประชาชนในสภาฯ

 

ลั่น3เงื่อนไขสั่งเด้ง'ผวจ.-ขรก.มท.'ทันทีไม่รอเดือนเม.ย.

                  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการที่คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อสำรวจการจัดการน้ำว่าไม่มีสิ่งใดออกมาเป็นรูปธรรม ว่า "เป็นสิทธิการแสดงความคิดเห็นของเขา แต่ผมคิดว่าจากการสอบถามประชาชนหลายภาคส่วน ก็เห็นว่าทุกคนมีความสบายใจและมั่นใจมากขึ้นที่ได้เห็นรัฐบาลทำเช่นนั้น สำหรับกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างก็ต้องมีอยู่ในสังคม แต่ผมคิดว่ามีน้อยลง ส่วนการลงพื้นที่ของรัฐบาลก็เป็นการไปสร้างความหวังและเพิ่มความสุขของประชาชน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าได้ผล"

                  เมื่อถามว่าจะทำให้การดำเนินโครงการเร่งด่วนเฉพาะหน้าซึ่งจะเริ่มทำพร้อมกันในพื้นที่ต่างๆ มีความโปร่งใสได้อย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.อยู่เป็นประจำ และกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นเจ้าภาพในแต่ละจังหวัด จะมีเงื่อนไขการให้คุณให้โทษ 3 เรื่อง คือ 1.ต้องทำให้ยาเสพติดลดลง 2.ต้องมีความโปร่งใสในการดำเนินโครงการต่างๆของรัฐบาล และ 3.การฟื้นฟูเยียวยาประชาชนต้องทำอย่างรวดเร็ว

                  "ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้เป็นหลักในการพิจารณาโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.)และข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้า ผวจ.หรือข้าราชการคนใดมีปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ตนจะอำนาจทางการบริหารในการสั่งโยกย้ายคนนั้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีในเดือน เม.ย. ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความอุ่นใจว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ และการปฏิบัติราชการของข้าราชการทุกวันนี้เปรียบเหมือนกับตู้ปลาเงินปลาทองใสที่ตั้งอยู่กลางเมือง เมื่อประชาชนเดินผ่านไปมาก็จะเห็นหมดว่าปลาทำอะไรอยู่บ้าง อีกทั้งสื่อมวลชนก็มีความรวดเร็ว มีหูตาเป็นสับปะรด จึงไม่มีทางที่จะพ้นสายตาของสื่อมวลชนไปได้" นายยงยุทธ กล่าว

                  เมื่อถามว่าองค์กรปกครองส่วนถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เป็นตัวสำคัญที่กระทำทุจริต นายยงยุทธ กล่าวว่า ตามทฤษฎีนั้นไม่มีการปกครองใดที่ดีกว่าการให้ประชาชนปกครองกันเอง เพราะประชาชนในท้องถิ่น ทราบปัญหาของตัวเองดีและสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้ ซึ่งรัฐบาลกลางก็พยายามกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางและประชาชนก็มีหน้าที่ที่ต้องคอยตรวจสอบเรื่องพวกนี้ ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะดีขึ้น

                  เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯ สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประสานงานกันในการแก้ปัญหาประชาชนบุกรุกที่ดินที่ทำแก้มลิง นายยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานดำเนินการในเรื่องนี้ โดยต้องเริ่มที่ห้ามไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ที่เป็นแก้มลิงหรือทางน้ำผ่านนั้น ต้องมีทำความเข้าใจกับประชาชนว่าส่วนใดที่ต้องมีการชดเชย เราก็จะชดเชยให้ หรือถ้าจำเป็นต้องย้ายออกไป เขาก็ต้องย้าย และแม้เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ไม่ได้ท่วมแค่ในที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น และคนที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะก็ต้องประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน

                  "ถ้าทำให้พื้นที่นั้นเป็นทางน้ำผ่านหรือแก้มลิง ก็จะดีกว่า นอกจากนี้ผวจ.ก็มีหน้าที่ต้องบูรณาการในจังหวัดตัวเอง ประชาชนก็คงได้เห็นความจริงจังและจริงใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาส่วนรวม" นายยงยุทธ กล่าว