ข่าว

คุมเข้ม'พัสดุ'จ่าหน้า'สถานทูต'

คุมเข้ม'พัสดุ'จ่าหน้า'สถานทูต'

24 ก.พ. 2555

คุมเข้ม'พัสดุ'จ่าหน้า'สถานทูต' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             หลังกระแส "บึ้ม" ในซอยสุขุมวิท 71 อ้างถึงที่มาของ "ระเบิดนำเข้า" โดยยังไม่แน่ชัดว่า ระเบิดหรือสารประกอบระเบิด ถูกนำเข้าประเทศไทยจากช่องทางใด หากเป็นช่องทาง "พัสดุไปรษณีย์" จะมีมาตรการตรวจเข้มจนพบสารประกอบระเบิดที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือไม่?!?
 
             "คม ชัด ลึก" มาค้นหาคำตอบที่สำนักงานใหญ่ "ไปรษณีย์ไทย" ริมถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์สยองๆ จากเหตุระเบิด "ที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน" เมื่อ 19 ปีก่อน ซึ่งไม่ใช่พัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ แต่ส่งมาจากภายในประเทศ
 
             ...ราวปี 2536 พัสดุบรรจุวัตถุระเบิด ถูกส่งมาเพื่อจ่ายให้ผู้รับในพื้นที่ปลายทางอยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถูกนำมาคัดแยกที่ไปรษณีย์สามเสนใน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลงบัญชีก่อนจะมีการส่งต่อให้บุรุษไปรษณีย์ ก็เหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่เผลอปัดกล่องพัสดุตกลงพื้น ทันใดนั้นระเบิดเมื่อได้รับแรงกระแทกก็ระเบิดในทันที ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เสียชีวิต 1 คน...
 
             "ปิยะวัตร์ มหาเปารยะ" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานระบบปฏิบัติการ ไปรษณีย์ไทย ย้อนเหตุ "พัสดุไปรษณีย์...ระเบิด" ว่า ตั้งแต่ปี 2516 จนถึงปัจจุบันนี้ เกือบ 40 ปี จากพัสดุไปรษณีย์ประมาณ 237 ล้านกล่อง พบว่ามีบรรจุวัตถุระเบิด 24 กล่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นพัสดุที่ส่งมาจากภายในประเทศทั้งสิ้น โดยไม่พบพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศอย่างใด และระเบิดที่พบส่วนใหญ่จะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ที่มีการต่อแผงวงจร มีระเบิดแบบกระตุก เพียงแค่ผู้รับฉีกกล่องออกมาสายมันชนกัน หรือเชือกมันชนกันก็ทำให้เกิดระเบิดแล้ว
 
             ทุกวันนี้ "ไปรษณีย์ไทย" จะรับ-ส่งพัสดุจากลูกค้าไทยประมาณ 2 แสนกล่องต่อวัน แม้ว่าผู้ประสงค์ร้ายมักไม่นิยมในการส่งวัตถุระเบิดทางไปรษณีย์ เพราะโอกาสถึงเป้าหมายมีน้อย โอกาสพลาดเกิดระเบิดระหว่างขนส่งมีสูง แต่เพื่อความไม่ประมาทที่ทำการไปรษณีย์ในประเทศไทยมีกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ มีการนำเครื่องสแกนวัตถุระเบิดมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสแกนวัตถุระเบิดที่ใช้ถือกว่า 3,100 เครื่อง เครื่องตรวจแบบไอระเหย ที่ใช้ตรวจสอบซองที่อาจจะมีสารที่ก่อให้เกิดระเบิดบรรจุอยู่ เครื่องตรวจแบบเอกซเรย์ เป็นสายพานจะเอากล่องพัสดุไปสแกน จะเห็นภาพเห็นสีจากจอมอนิเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะเห็นว่าสิ่งที่อยู่ข้างในกล่องนั้นเป็นอะไร และยังมีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดแบบเคลื่อนที่ได้ โดยแบบนี้จะใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
             "ยิ่งช่วงนี้เราก็ระวังการก่อการร้าย หากมีการส่งจดหมายไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพัสดุที่จะส่งไปยังสถานทูตต่างๆ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์ไทยต้องมีการอบรมเพื่อให้มีความรู้ในเรื่องของระเบิด สารประกอบระเบิด หากพบสิ่งต้องสงสัยจะประสานหน่วยอีโอดี และกรมสรรพาวุธมาช่วยตรวจสอบก็มี แต่ยังไม่พบว่าเป็นระเบิดจริง เป็นเพียงแค่ของเด็กเล่น"  ปิยะวัตร์ กล่าวก่อนพา "คม ชัด ลึก"ชมขั้นตอนการตรวจเข้มข้นก่อนกล่องพัสดุจะถึงมือผู้รับปลายทางที่ "ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ" ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริษัทไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่
 
             "ธนารัชต์ นาอาจ" หัวหน้าศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ อธิบายว่า เมื่อลูกค้านำฝากพัสดุมายังที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งจะเป็นพัสดุในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมปิดถุงแล้วส่งมาที่นี่ แล้วนำมาคัดแยกกล่องพัสดุตามปลายทาง เขาก็จะรู้ว่าจ่าหน้าถึงใคร ถ้าถึงสถานทูตหรือบุคคลสำคัญก็เอามาสแกนก่อน ส่วนพัสดุที่มาจากต่างประเทศ ช่วงนี้จะโฟกัสพิเศษไปที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง แต่ก็มีน้อยมาก ส่วนใหญ่พัสดุจะมาจากญี่ปุ่นและอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันทางอินเทอร์เน็ต
      
             "ขั้นตอนการตรวจนั้น จะนำกล่องพัสดุต่างๆ เข้าไปในเครื่อง ถึงแม้ภาพที่ออกมาบนหน้าจอมอนิเตอร์จะไม่ชัดเจนว่าเป็นอะไร แต่จะเซฟภาพนั้นเก็บไว้ เพื่อมาดูว่าเป็นวัตถุต้องสงสัยหรือไม่ หากพบว่ามีลักษณะคล้ายระเบิดก็ต้องแยกออกมา ทั้งนี้ กล่องพัสดุในแต่ละวันจะมีปริมาณประมาณ 8 หมื่น-1 แสนชิ้น จึงไม่สามารถตรวจได้ทุกชิ้น ต้องใช้วิธีการสุ่มตรวจมาจากโซนคัดแยกที่จ่าหน้าถึงบุคคลและสถานที่สำคัญเราต้องระวังเป็นพิเศษ" ธนารัชต์  อธิบายวิธีการตรวจสอบพัสดุเพื่อความปลอดภัยของผู้รับและตัวเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เอง
  
             ด้าน "สมศักดิ์ ลุนอุบล" หัวหน้างานระบบและมาตรฐาน ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ กล่าวถึงหลักในการวิเคราะห์เบื้องต้นว่า จะใช้การสังเกตเป็นหลัก หากพบว่าเป็นระเบิดจะเห็นเป็นพวกกระเดื่อง มีระบบสายไฟ คล้ายแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งห่อหุ้มทำจากเหล็กเป็นโลหะจะเป็นสีดำ ถ้าเป็นสารอินทรีย์จะเป็นสีส้ม ถ้าสิ่งไหนมีประกอบพวกสารเคมีก็จะเป็นสีเขียว แต่หากยังไม่พบสีของพัสดุต้องสงสัย ก็ต้องมาวิเคราะห์รูปร่างอีกเพื่อความมั่นใจ หรือหากเจอวัตถุต้องสงสัยที่ไม่แน่ใจว่าเป็นระเบิดหรือไม่ จะประสานให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบร่วมด้วย

..............

(หมายเหตุ : คุมเข้ม'พัสดุ'จ่าหน้า'สถานทูต' :  ทีมข่าวรายงานพิเศษ)