
DSIพบเล่ห์นายทุนฮุบจำนำข้าว
ดีเอสไอ พบเล่ห์นายทุน ปลอมเอกสารเช่านา ฟันเงินส่วนเกินจากโครงการจำนำข้าว เชื่อ ร่วมมือเป็นขบวนการ ตั้งแต่โรงสี ผู้มีอิทธิพล ขรก.ท้องถิ่น
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้เข้าสืบสวน กรณีการสวมสิทธิเกษตรกรในการรับจำนำข้าวเปลือก ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยร่วมมือกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่โรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการ อบต.บ้านใหม่ ซึ่งเป็นผู้รับรองเกษตรกร และเกษตรกรสมาชิกใน ต.บ้านใหม่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่า ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 กำหนดให้ชาวนาต้องขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ทพศ. 1) ซึ่งจะต้องลงลายมือชื่อจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือสมาชิกอบต. เพื่อรับรองความเป็นจริงของข้อมูล
จากนั้น เกษตรอำเภอจะออกใบรับรอง เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารสำคัญในการจำนำข้าว โดยใบรับรองการขึ้นทะเบียน จะระบุข้อมูลที่ตั้ง เนื้อที่ของที่นา ซึ่งชาวนาจะต้องนำโฉนดที่ดิน หรือสัญญาเช่า เพื่อยืนยันว่า เป็นที่นาของตนเอง หรือเป็นนาเช่า ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถประมาณการผลผลิตข้าวได้ตามหลักวิชาการ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ เกษตรกรบางราย ยอมรับว่า เช่าที่ดินทำเพียงบางส่วน แต่เจ้าของที่ดินให้ทำสัญญาเช่าที่นาทั้งแปลง เช่น ทำนาเพียง 5 ไร่ แต่ทำเอกสารว่า ทำนา 40 ไร่ แล้วให้เกษตรกรลงนามในแบบฟอร์มเอกสารเปล่า แล้วนำไปดำเนินการเพื่อเข้าร่วมโครงการรับจำนำ
"ในขั้นตอนการจำนำ ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จะเข้ามาดำเนินการแทนชาวนา จนได้รับใบประทวน เมื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) โอนเงินค่าข้าวเข้าบัญชีของเกษตรกรแล้ว จะส่งเงินทั้งหมดให้ผู้ดำเนินการ และรับเงินส่วนแบ่งค่าข้าวที่ทำนาจริงคือ 5 ไร่ ส่วนที่เกินจำนวน 35 ไร่ จะตกเป็นของผู้ดำเนินการ โดยผู้ต้องสงสัยเป็นเจ้าของโรงสี นายทุนในพื้นที่ และข้าราชการท้องถิ่น"
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูล พบว่า จ.กาญจนบุรี มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนปลูกข้าว 23,522 ราย ผลผลิตที่ได้รับประมาณ 288,000 ตัน ในส่วนของอ.ท่าม่วง มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน 3,751 ราย ผลผลิตที่ได้รับประมาณ 43,419 ตัน คำนวณราคาจำนำข้าวตันละ 14,000 บาท คิดเป็นเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายประมาณ 600 ล้านบาท



