ข่าว

มท.มั่นปีนี้น้ำไม่ท่วมซ้ำ

มท.มั่นปีนี้น้ำไม่ท่วมซ้ำ

24 ก.พ. 2555

มท. คาด ปีนี้น้ำไม่ท่วมซ้ำ ติง ปล่อยน้ำมากเสี่ยงภัยแล้ง 'พระนาย' แอบบ่นเสียดายเงินลอกคลอง ถ้าน้ำไม่มา เผย สรุปเม็ดเงินโครงการแก้อุทกภัยเร่งด่วน 368 โครงการ 5 พันล.

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก.มหาดไทย ได้ประชุมเพื่อหารือเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2555 โดยมีนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัด ก.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

           ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการคาดการณ์สภาวะอากาศ ปริมาณน้ำฝน และสถานการณ์น้ำ โดยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ปีนี้น้ำจะไม่ท่วมเท่าปีก่อน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์เตือนภัยฯ ระบุไม่ได้ว่า ปีนี้พายุจะเข้ากี่ลูก เพราะเป็นการคาดหมายที่นานเกินไป แต่คาดว่า ไม่น่าจะสาหัสเหมือนปีที่แล้ว ส่วนกรมชลฯ ได้พร่องน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กำหนด โดยถ้าฝนตกเหมือนปี 54 ก็ไม่กังวล แต่หากฝนไม่ตก อาจเสี่ยงเรื่องไม่มีน้ำใช้ โดยเหตุการณ์น้ำท่วมก็เกิดขึ้นไม่บ่อย เช่นเดียวกับตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ ที่มองว่า น้ำท่วมไม่น่าจะเกิดซ้ำ เหมือนซื้อล็อตเตอรี่ คงไม่ถูกรางวัล 2 ครั้งติดกัน

           นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการเตรียมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. ระบุว่า จะมีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 11 จังหวัดและ กทม. เพื่อหารือถึงแนวทางการปรับปรุงแผนเผชิญเหตุอุทกภัยเฉพาะพื้นที่ 

           ขณะที่ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เตรียมนำปัญหาของน้ำท่วมปีที่ผ่านมา อาทิ การทะเลาะกันของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและน้ำไม่ท่วม ปัญหาโจรลักขโมย ปัญหาการเอาเปรียบผู้อื่น เช่น ผู้ประกอบอาชีพเรือรับจ้างที่นำเอาตะปูไปโรยตามถนนไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือ และขัดขวางการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ แต่เรื่องเหล่านี้ได้รวบรวมเก็บรายละเอียด แล้วนำไปตั้งเป็นโจทย์ เพื่อแก้ปัญหาไว้หมดแล้ว

           ด้าน นายพระนาย ระบุว่า หลายหน่วยงานเห็นตรงกันว่า ไม่สามารถจะยืนยันได้ว่า น้ำจะไม่ท่วมเท่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การปล่อยน้ำมากเกินไป ก็เสี่ยงเกิดภัยแล้ง แต่อาจเพราะรัฐบาลมีความจำเป็น ต้องจำลองการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ก่อน ก็ย่อมเป็นได้

           “รัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล ในการขุดลอกคูคลอง ผมรู้สึกเสียดายงบประมาณ เพราะไม่รู้ว่า น้ำจะท่วมหรือเปล่า แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่า เป็นการป้องกันไว้ก่อน”

           นายพระนาย กล่าวว่า ขอฝากไปยังกองทัพไทย ให้แจ้งไปยังกองทัพอากาศ ขอส่งทหารมาช่วยเหลือ หากปีนี้เกิดอุทกภัย เพราะที่ผ่านมากองทัพอากาศโดนน้ำท่วมก่อน เลยทำให้กำลังช่วยเหลือลดน้อยลง ดังนั้น ต้องพึ่งกำลังของกองทัพอากาศ ในการช่วยเหลือประชาชนด้วย

 

มท.สรุปเม็ดเงิน 5 พันล. 368 โครงการ แก้อุทกภัยเร่งด่วน

           ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งด้วยว่า ส่วนส่งเสริมบริหารราชการจังหวัด สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สรุปตัวเลข “โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนเพิ่มเติม” หรือ (FlagShip) จากการลงพื้นที่ของ น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ได้ไปติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในจังหวัดต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

           รายงานระบุว่า มีการสรุปโครงการ FlagShip ทั้งหมด 368 โครงการ อาทิ ประเภทโครงการฝาย ขุดลอกคลอง ป้องกันตลิ่ง แก้มลิง คันกันน้ำ เป็นต้น เม็ดวงเงินงบประมาณจำนวน 5,072.7606 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินงบประมาณได้จัดสรรไปแล้วจำนวน 4,541,593,083 บาท ให้กับ 31 จังหวัด ดังนี้

           1.อุตรดิตถ์ 3 โครงการ เป็นการขอได้รับการจัดสรรไปแล้ว 99,380,000 บาท  2.พิษณุโลก 3 โครงการ 130,000,000 บาท 3.นครสวรรค์ 5 โครงการ 349,792,200 บาท 4.ชัยนาท 3 โครงการ 58,000,000 บาท 5.แพร่ 130 โครงการ 449,633,999 บาท 6.ลำปาง 2 โครงการ 46,103,000 บาท 7.ตาก 3 โครงการ 41,200,000 บาท 8.พะเยา 70 โครงการ 182,319,400 บาท 9.อุทัยธานี 5 โครงการ 163,000,000 บาท 10.สุโขทัย 3 โครงการ 118,048,500 บาท 11.ลำพูน 5 โครงการ 81,000,000 บาท

           12.สิงห์บุรี 1 โครงการ 30,000,000 บาท 13.กำแพงเพชร 4 โครงการ 50,866,000 บาท 14.อ่างทอง 2 โครงการ 55,697,000 บาท 15.พิจิตร 22 โครงการ 182,446,500 บาท 16.นครนายก 3 โครงการ 123,845,000 บาท 17.ปราจีนบุรี 5 โครงการ 61,095,000 บาท 18.สุพรรณบุรี 1 โครงการ 55,800,000 บาท 19.พระนครศรีอยุธยา 6 โครงการ 252,752,000 บาท 20.ปทุมธานี 62 โครงการ 91,156,332 บาท 21.สมุทรสาคร 2 โครงการ 111,962,900 บาท

           22.ลพบุรี 3 โครงการ 99,150,000 บาท 23.ฉะเชิงเทรา 4 โครงการ 57,787,200 บาท 24.นครปฐม 1 โครงการ 179,645,496 บาท 25.สมุทรปราการ 3 โครงการ 192,206,100 บาท 26.กรุงเทพมหานคร 5 โครงการ 195,000,000 บาท 27.นนทบุรี 1 โครงการ 214,682,800 บาท  28.สระบุรี 2 โครงการ 15,453,000 บาท 29.เชียงใหม่ 4 โครงการ 665,005,000 บาท 30.เชียงราย 2 โครงการ 100,416,900 บาท และ 31.น่าน 3 โครงการ 88,178,756 บาท