ข่าว

'อาร์โรโย่'ปัดข้อหาโกงเลือกตั้ง

'อาร์โรโย่'ปัดข้อหาโกงเลือกตั้ง

23 ก.พ. 2555

อดีตประธานาธิบดี กลอเรีย อาร์โรโย่ ของฟิลิปปินส์ ยืนยันต่อศาลว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ในคดีโกงเลือกตั้ง

                    23 ก.พ.55 อดีตประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย่ ของฟิลิปินส์ มีสีหน้ายิ้มแย้มระหว่างให้การปฏิเสธในระหว่างการขึ้นศาลในวันนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูกกล่าวหาว่าโกงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความผิดที่อาจทำให้เธอต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

                    นางอาร์โรโย่ วัย 64 ปี เดินทางออกจากโรงพยาบาลทหาร ที่เธอถูกควบคุมตัวอยู่เกือบ 3 เดือนไปยังศาล โดยขบวนรถของตำรวจ พร้อมกับส่งยิ้มและโบกมือให้กลุ่มผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้พูดกับผู้สื่อข่าว เธอถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับนักการเมืองชื่อกระฉ่อนในเรื่องการใช้อิทธิพลมืด โกงการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 แต่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และยืนยันว่า ประธานาธิบดีเบนิโญ่ อากิโน่ ผู้นำคนปัจจุบัน กำลังใช้ความผูกพยาบาทเล่นงานเธอ

                    นางอาร์โรโย่ ที่อยู่ในสภาพสวมเฝือกที่คอเพื่อประคองกระดูกสันหลัง ที่เธออ้างว่าอ่อนแอลงเพราะป่วยด้วยโรคหายาก (rare disease) ได้ให้การต่อผู้พิพากษาศาลในกรุงมะนิลาว่า ไม่ได้ทำผิด ซึ่งการโกงการเลือกตั้ง เป็นข้อหาแรกจากอีกหลายข้อหาที่ประธานาธิบดีอากิโน่ สัญญาว่าจะยื่นฟ้องนางอาร์โรโย่ ที่เขากล่าวหาว่าก่อคดีคอรัปชั่นเอาไว้มากตอนที่อยู่ในอำนาจ ระหว่างปี 2544 - 2553

                    คณะอัยการได้กล่าวหานางอาร์โรโย่ว่า สั่งการให้มีการสับเปลี่ยนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ที่จังหวัดมากวินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้พันธมิตรทางการเมือง
ของเธอ ชนะการเลือกตั้งได้เข้าไปนั่งในวุฒิสภา โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า นางอาร์โรโย่เป็นพันธมิตรทางการเมืองกับนายอันดัล อัมปาตวน ซีเนียร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมากวินดาเนาในสมัยนั้น แต่นายอัมปาตวน ยังมีชื่อเสียงในทางไม่ดีในเรื่องการใช้อิทธิพลเถื่อนทางการเมืองและตัวเขาเองก็กำลังเผชิญการถูกฟ้องร้องในข้อหาฆาตกรรม โดยสมคิดกับคนในตระกูลก่อเหตุสังหารหมู่ประชาชนในมากวินดาเนา ไป 57 คน เมื่อปี 2552 เพื่อขัดขวางไม่ให้คู่แข่งทางการเมืองเข้าสู่เส้นทางการเลือกตั้ง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขากับนางอาร์โรโย่สิ้นสุดความเป็นพันธมิตรทางการเมืองต่อกัน

                    ประธานาธิบดีอากิโน่ เป็นบุตรชายของบิดา-มารดา ที่ได้ชื่อว่าเป็นทายาทของวีรบุรุษผู้นำพาประชาธิปไตย เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2553 ด้วยการประกาศ
จะต่อสู้กับการคอรัปชั่นที่ระบาดในสังคมของฟิลิปปินส์มานานหลายปี แต่เขาเจาะจงว่า ช่วงที่เลวร้ายอยู่ในช่วงการดำรงตำแหน่งของนางอาร์โรโย่ ทำให้เธอตกเป็นเป้าของการรณรงค์ต่อต้านการรับสินบน

                    แต่หลังจากนางอาร์โรโย่ถูกจับได้ 3 สัปดาห์ พันธมิตรของประธานาธิบดีอากิโน่ ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินหน้าถอดถอนนายเรนาโต โคโรน่า ผู้พิพากษาศาลสูงในข้อหาคอรัปชั่น และ
ปกป้องนางอาร์โรโย่ ซึ่งวุฒิสภายังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า การยื่นถอดถอนผู้พิพากษามีเหตุผลอันสมควรหรือไม่

                    นางอาร์โรโย่ต้องใช้โรงพยาบาลเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับตัวเธอ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่ยอมให้เธอเดินทางออกจากสนามบินมะนิลา เพื่อไปยังต่างประเทศ แม้ทนายจะ
อ้างว่า อาการที่หลังของเธอเป็นอันตรายต่อชีวิต และผู้พิพากษาโคโรน่า ก็ช่วยเธอด้วยการออกคำสั่งให้เธอเดินทางออกจากประเทศได้ก็ตาม โดยประธานาธิบดีเบนิโญ่ ยืนยันว่า นางอาร์โรโย่พยายามจะหนีออกนอกประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เขาจึงไม่อนุญาติ