ข่าว

ดีเอสไอจับอาวุธสงครามล็อตใหญ่

ดีเอสไอจับอาวุธสงครามล็อตใหญ่

23 ก.พ. 2555

ดีเอสไอแถลงผลจับอาวุธสงครามล็อตใหญ่ อานุภาพทำลายล้างสูง เร่งขยายผลสอบสวนถึงผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง หวั่นถูกนำไปใช้ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนใต้

                    23 ก.พ.55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.อ.อดุล บุณธรรมเจริญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 และพ.ต.อ.วรพัฒน์ บุญมา ผู้แทนกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ภายหลังสำนักคดีความมั่นคง กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และตชด.สืบสวนพบว่า มีกลุ่มผู้ค้าอาวุธสงครามตามแนวชายแดนจะมีการส่งมอบอาวุธจำนวนมากระหว่างช่วงเดือนธันวาคม 2554 ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบริเวณตลาดเมืองใหม่ ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าตึกแถวจำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย กระสุนปืน อาร์พีจี -7 จำนวน 36 นัด ดินส่งอาร์พีจี-7 จำนวน 36 นัด ลูกเครื่องยิงเครื่องลูกระเบิด 60 ม.ม จำนวน 64 นัด ลูกเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 ม.ม.จำนวน 144 นัด กระสุนปืนลูกยาว.88 จำนวน 1,437 นัด ซึ่งทั้งหมดเป็นอาวุธสงครามร้ายแรงมีอานุภาพการทำลายล้างสูง และในสถานที่ตรวจยึดไม่พบตัวผู้กระทำความผิด

                    นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอ ได้รับคดีการลักลอบค้าอาวุธสงครามไว้เป็นคดีพิเศษ โดยเน้นเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและภาคตะวันออก ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าอาวุธดังกล่าวผลิตจากต่างประเทศไม่ใช่อาวุธที่ใช้ในกองทัพบก โดยอาร์พีจีผลิตในประเทศจีน ระเบิดเอ็ม 79 และกระสุนปืนค. 60 ผลิตในประเทศสหรัฐ ซึ่งอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า จะถูกนำไปใช้ก่อความไม่สงบในประเทศหรือนำออกไปจำหน่ายในประเทศที่สาม ส่วนที่มาที่ไปและเส้นทางการนำเข้าอาวุธขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน แต่ขอยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ระเบิดที่ชาวตะวันออกกลางนำไปใช้ก่อเหตุในย่านถนนสุขุมวิท

                    “สาเหตุที่ทำให้เว้นระยะถึง 3 เดือนกว่าจะชี้แจงให้ทราบ เนื่องจากหลังการมีการจับอาวุธได้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 หน่วยงานได้ทำการสืบสวนและขยายผลเพื่อสืบหาผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง และต้องการปราบกลุ่มขบวนการที่ลักลอบค้าอาวุธสงครามซึ่งเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ขณะนี้พอจะทราบแล้วว่ากลุ่มผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง แต่ขอไม่เปิดเผย บอกได้เพียงว่าผู้ต้องหาทั้งในส่วนผู้ขายและผู้ซื้อเป็นคนไทย“ นายธาริต กล่าวและว่า สำหรับอาวุธที่ถูกยึดได้จะถูกส่งไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้างนั้น ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ เป้าหมายหนึ่งที่เราจะต้องตรวจสอบต่อไป และไม่เกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ในเหตุการณ์ปะทะจากเหตุความขัดแย้งกันทางการเมืองเมื่อปี 2553ที่ผ่านมาแน่นอน

                    พ.อ.อดุล กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหน่วยเฉพาะกิจประจำในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.บุรีรัมย์-สุรินทร์ ได้รับนโยบายจากกองทัพบกให้ทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในปัญหาการลักลอบค้าอาวุธสงคราม ยาเสพติดและการลักลอบค้าไม้พะยูงซึ่งที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มเหล่านี้ทุกครั้งที่มีการก่อเหตุมักใช้อาวุธสงครามร่วมด้วย ซึ่งอาวุธสงครามที่จับได้ครั้งนี้มีเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่มีการจับกุมมา และกำลังตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ในการเกิดเหตุการณ์ปะทะที่หมู่บ้านภูมิซรอล หรือไม่ โดยสาเหตุที่ทำให้จับกุมอาวุธในครั้งนี้ได้ เพราะหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปกดดันจึงทำขาดการติดต่อระหว่างผู้มารับสินค้าและผู้มาส่งสินค้า ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าการยึดอาวุธสงครามล็อตดังกล่าวได้

 

ชง กคพ.รับคดีทุจริตจำนำข้าวเป็นคดีพิเศษ

                    นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 29 ก.พ.นี้ดีเอสไอจะเสนอกรณีทุจริตการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นคดีพิเศษ หลังได้รับคำร้องจากนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภาย กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 1 ราย ในพื้นที่จ.กาญจนบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลกับศูนย์ข้อมูลตรวจสอบการรับจำนำข้าวเปลือกของดีเอสไอพบว่า มีฐานข้อมูลทุจริตและฉ้อโกงเงินจากโครงการรับจำนำข้าวตรงกัน

                    โดยกรณีดังกล่าวถือว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการทุจริตกันเป็นขบวนการ หลายขั้นตอนและมีความเสียหายเกิดขึ้นชัดเจน ทั้งการขึ้นทะเบียนสวมสิทธิเกษตรกร การขอขึ้นใบประทวน และการรับเงิน การกระทำดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลร่วมกระทำความผิดด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นปราบปรามขบวนการดังกล่าวและป้องปรามกระบวนการทุจริตในพื้นที่จังหวัดอื่นจึงจะเสนอให้เป็นคดีพิเศษต่อไป

(ภาพ : จากแฟ้มข่าว)