
น้ำมันแพงโจ๋ระนองหันใช้น้ำมันขวดแทน
น้ำมันแพงโจ๋ระนอง หันใช้น้ำมันขวดหลังราคาน้ำมันเบนซินพุ่งทะลุ 41 บาท ขณะที่ปั๊มน้ำมันโอดแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มแถมต้องหาเงินสดสำรองจ่าย หวั่นระยะยาวยอดจำหน่ายน้ำมันลดฮวบ
23 ก.พ.55 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะน้ำมันเบนซินประเภท 91 ราคาขายในจังหวัดระนองขยับเพิ่มสูงกว่า 41 บาท ทำให้ปั๊มน้ำมันต้องกำหนดอัตราการเติมขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 60 บาท ส่งผลให้กลุ่มชาวบ้านที่มีรายได้น้อยและวัยรุ่นได้เริ่มหันกลับมาใช้น้ำมันชนิดบรรจุขวดที่ขายตามร้านโชว์ห่วยราคาขวดละ 30 บาทในขนาดบรรจุ 750 ซีซี
นายสมชาย มณีแสง นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคระนอง กล่าวว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้เดือดร้อนมากเนื่องจากต้องใช้รถจยย.ขับขี่มายังวิทยาลัย ซึ่งระยะทางจากบ้านถึงวิทยาลัยประมาณ 15 กม. แต่ละวันต้องเติมน้ำมันครั้งละ 50 บาทขับขี่ได้ประมาณ 3 วัน แต่จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้ต้องเติมครั้งละ 80-100 บาท ขับขี่ได้ประมาณ 4 วัน ทำให้ต้องขอเงินผู้ปกครองมากขึ้น ซึ่งบางครั้งหากต้องนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นก็จะประหยัดค่าน้ำมันด้วยการหันไปเติมน้ำมันขวดเพื่อแก้ปัญหาไปก่อน เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายอย่างอื่นก่อน
นางตนยา ทรงประจักษ์กุล เจ้าของปั๊มน้ำมันเอสโซ่ระนอง ตั้งอยู่ ม. 1 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง ระบุว่า จากราคาน้ำมันที่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวันล่าสุดราคาขายปลีกน้ำมันในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ราคาเบนซิน 91 พุ่งทะลุ 41 บาท ได้ส่งผลกระทบทั้งเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันที่จะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่ต้องสั่งซื้อน้ำมันที่ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับราคา ในขณะที่อัตรากำไรยังอยู่ที่ 50 สตางค์ต่อลิตรเช่นเดิม ซึ่งทำให้ปั๊มน้ำมันต้องแบกรับต้นทุนโดยเฉพาะเงินสดหมุนเวียนที่ต้องนำมาชำระค่าน้ำมันในแต่ละวัน ซึ่งทางปั๊มจำเป็นจะต้องหาเงินสดสำรองเพิ่มขึ้น และหากราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไปอีกอาจจะเริ่มส่งผลต่อปริมาณการขยายในแต่ละวันที่อาจจะปรับลดลงได้
เนื่องจากผู้ใช้รถอาจจะต้องหาทางประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยปัจจุบันอัตราส่วนการจำหน่ายน้ำมัน เฉพาะปั๊มเอสโซ่สาขาระนอง สาขาเดียว น้ำมันดีเซลจะขายมากที่สุดประมาณ 17,000 ลิตรต่อวัน รองลงมาเป็นน้ำมันเบนซิน 91 ประมาณ 8,000 ลิตรต่อวัน อันดับสามเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 2,500 ลิตรต่อวัน
นอกจากนี้ ปั๊มน้ำมันยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมาก อาทิ การจัดรายการส่งเสริมการขาย,ค่าใช้จ่ายกรณีลูกค้าชำระด้วยบัตรเครดิต ซึ่งปั๊มจะไม่ชาร์ตเพิ่มกับลูกค้า แต่ปั๊มจะใช้วิธีแบกรับภาระส่วนนี้ไว้เอง ยังไม่รวมกรณีภาษีต่างๆโดยเฉพาะภาษีท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่ปั๊มต้องแบกรับเช่นกัน ยังไม่รวมกรณีลูกจ้างที่จะต้องปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอีกในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งหากบริษัทน้ำมันปรับอัตราผลตอบแทนให้กับปั๊มน้ำมันจาก ลิตรละ 50 สตางค์ ปรับเปลี่ยนมาเป็นการให้ตามเปอร์เซ็นเซ็นต์การขายก็คงจะทำให้ปั๊มน้ำมันสามารถดำเนินกิจการได้ไม่มีปัญหา ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากปัญหากรณีอิหร่านงดส่งน้ำมันให้กับชาติในยุโรป ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกในขณะนี้
นายมานิตย์ ภักดี ผู้ใช้รถจักยานยนต์ กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มวิตกกับราคาน้ำมันที่ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากชาวบ้านจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้า และบริการ รวมถึงค่าขนส่งอาจจะขยับเพิ่มขึ้นในไม่ช้า ซึ่งอาจจะซ้ำเติมให้ชาวบ้านเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัดก็เป็นอีกวิธีที่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน



