
นักข่าวหญิง'มารี โคลวิน'เสียชีวิตแล้ว
วงการสื่อโลกสูญเสียผู้สื่อข่าวหญิงเหล็ก มารี โคลวิน เชื่อรัฐบาลซีเรียพุ่งเป้าสังหาร
23 ก.พ.55 เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ของอังกฤษ รายงานข่าวการเสียชีวิตของ มารี โคลวิน ผู้สื่อข่าวสงครามที่ช่ำชอง วัย 55 ปี ของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์ส ของอังกฤษ ที่เสียชีวิตพร้อมกับช่างภาพหนุ่มชาวฝรั่งเศส เรอมี อ็อชลิค วัย 28 ปีว่า ทั้งคู่ถูกฆาตกรรมโดยฝีมือของกำลังทหารฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ที่ใช้จรวดยิงถล่มเมืองฮอมส์อย่างหนักหน่วงตั้งแต่ช่วงเช้าของวันพุธที่ผ่านมา
รายงานยังระบุว่า การสื่อสารระหว่างนายทหารของกองทัพซีเรีย ที่ถูกดักฟังโดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเลบานอนได้เผยให้เห็นว่า มีการสั่งการโดยตรงให้พุ่งเป้าการโจมตีไปที่ศูนย์ข่าวชั่วคราว ที่โคลวินกำลังรายงานข่าวออกอากาศอยู่ และถ้าสังหารผู้สื่อข่าวสำเร็จ ซีเรียก็จะอ้างว่าพวกเขาเสียชีวิตโดยบังเอิญจากสมรภูมิที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลกำลังปะทะกับกลุ่มก่อการร้าย
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเสียชีวิต มารี ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน ได้รายงานข่าวสถานการณ์ในซีเรียให้กับเครือข่ายสถานีโทรทัศน์หลายช่อง รวมทั้ง BBC และ CNN ซึ่งเธอได้กล่าวหาประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซ้าด และกองกำลังของเขาว่าเป็นฆาตกร รายงานข่าวชิ้นสุดท้ายที่เธอเตือนให้โลกตระหนักถึงโศกนาฎกรรมในเมืองฮอมส์ ได้ถูกเผยแพร่ผ่านทาง BBC ว่า เธอเห็นเด็กเล็ก ๆ วัยเพียง 2 ขวบ เสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา เพราะกระสุนที่เจาะเข้าที่อกด้านซ้าย แพทย์ได้แต่บอกเพียงว่าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
ด้านฌอง ปิแอร์-เปอร์แรง ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ไลเบอเรชั่นของฝรั่งเศส ที่อยู่กับโคลวินในเมืองฮอมส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่า พวกเขาได้รับคำเตือนให้ออกจากเมืองฮอมส์โดยด่วน เพราะกองทัพซีเรียจะถล่มศูนย์ข่าว และถ้าทหารพบตัวก็จะฆ่าทิ้งทันที เขาจึงได้ออกจากเมืองฮอมส์พร้อมกับโคลวิน แต่เธอกลับเข้าไปใหม่เพราะเห็นว่ายังไม่มีการเปิดฉากถล่มครั้งใหญ่
เปอร์แรง ซึ่งเดินทางออกจากเมืองฮอมส์ ไปยังกรุงเบรุตของเลบานอน กล่าวว่า ทางการซีเรียทราบดีว่า ศูนย์ข่าวได้แพร่ภาพหลักฐานการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมทั้งการฆาตกรรมผู้หญิงและเด็ก และจากการดักฟังการสื่อสารทางวิทยุของกองทัพซีเรีย พบว่า ทางการซีเรียทราบดีว่า ถ้าสามารถทำลายศูนย์ข่าวได้ ก็จะไม่มีข่าวสารออกไปจากเมืองฮอมส์ได้อีก
ศูนย์ข่าวในเมืองฮอมส์ ถูกจำกัดทั้งการใช้ไฟฟ้าและการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต แต่ยังดีที่มีเครื่องปั่นไฟ ทำให้เป็นทำเลที่ดีกว่าพื้นที่ส่วนอื่นของเมืองที่ถูกถล่มจนยับเยิน การรายงานข่าวของโคลวิน เมื่อคืนวันอังคาร ระบุว่า กองทัพซีเรียโกหกโดยสิ้นเชิงที่บอกว่า พวกเขาพุ่งเป้าโจมตีแต่เฉพาะผู้ก่อการร้าย พวกเขากำลังยิงถล่มเมืองของประชาชนที่ตกอยู่ในความหนาวและหิวโหยต่างหาก
อีกทั้ง มีแหล่งข่าวอื่น ๆ ในกรุงดามัสกัสของซีเรียว่า ทางการซีเรีย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพและตัวประธานาธิบดีอัสซ้าด ที่จับจ้องการเสนอข่าวของโคลวิน นายเฟรเดอริค มิตเตอร์รองด์รัฐมนตรีวัฒนธรรมของฝรั่งเศส กล่าวว่า โคลวินและอ็อชลิค ตอกเป็นเป้าของการโจมตีและถูกสังหารในระหว่างพยายามหนีออกจากศูนย์ข่าว
ผู้สื่อข่าวที่กำลังทำงานอยู่ในเมืองฮอมส์ ต่างเกรงว่า กองทัพซีเรียได้ล็อคเป้าการโจมตีพวกเขาจากสัญญาณสื่อสารของโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม และโจมตีอาคารอันเป็นต้นตอของสัญญาณนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลคนหนึ่ง ยืนยันว่า กองทัพได้ตัดสายโทรศัพท์ในเมืองฮอมส์ และโจมตีอาคารทุกหลังที่ตรวจจับสัญญาณโทรศัพท์ได้
ข่าวการเสียชีวิตของโคลวิน มีขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเธอรายงานข่าวสถานการณ์เลวร้ายในเมืองฮอมส์ ให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 และรายการนิวส์ แอท เทน ของสถานีโทรทัศน์ ITNซึ่งเธอบอกว่า เธอกับอ็อชลิคกำลังหนีออกจากอาคารที่ถูกถล่มด้วยจรวด ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่ง เปิดเผยว่า เขาหนีออกจากอาคารที่ถูกถล่ม และวิ่งไปหลบที่บ้านฝั่งตรงข้าม กระสุนปืนใหญ่ยังคงระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง และศพของผู้สื่อข่าวทั้งสองก็ยังอยู่บนพื้น
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ กล่าวว่า เป็นเรื่องเศร้าอย่างที่สุดที่เตือนให้ตระหนักถึงความเสี่ยงของผู้สื่อข่าว ในการแจ้งเตือนให้โลกได้รับทราบว่า เกิดอะไรขึ้นและสถานการณ์ในซีเรียนั้นน่ากลัวขนาดไหน ขอร่วมส่งความคิดคำนึงไปครอบครัวและเพื่อนของเธอด้วย ด้านนายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่เธอทำให้เรื่องราวต่าง ๆ
ได้เป็นที่ประจักษ์โดยที่คนอื่นไม่อาจทำได้ ทั้งยังเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในบรรยากาศที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่รวมทั้งการที่เธอต้องได้รับบาดเจ็บ จนสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งระหว่างการรายงานข่าวที่ศรีลังกา
มีผู้เสียชีวิต 45 คน ในเหตุการณ์ที่กองทัพซีเรียยิงถล่มเขตบาบา อัมร์ ในเมืองฮอมส์ อย่างหนักหน่วงเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร หลังจากปิดล้อมมาตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ อาคารที่ถูกใช้เป็นศูนย์ข่าวชั่วคราว ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ถูกถล่มเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น
นายอแลง จุ๊ปเป้ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวว่า การโจมตีล่าสุด ได้แสดงให้เห็นว่ากองกำลังฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ได้ปราบปรามอย่างไม่ยั้งมือมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้ออ้างเรื่องผู้สื่อข่าวตกเป็นเป้าของการโจมตีก็มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อช่างภาพโทรทัศน์ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง เพิ่งถูกสังหารด้วยกระสุนปืน ค. เมื่อเดือนที่แล้ว
รัฐบาลซีเรียได้พยายามจะขัดขวางไม่ให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เข้าถึงที่มั่นของฝ่ายต่อต้าน เช่นที่เมืองฮอมส์ เพื่อรายงานข่าวการกวาดล้าง ผู้สื่อข่าวหลายคนแอบเข้าไปโดยอาศัยข้างจากฝั่งเลบานอน ส่วนพวกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำข่าวอย่างเป็นทางการ ก็ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวและต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลคอยตามติดตลอดเวลา
ก่อนเสียชีวิต โคลวินได้ฝากผลงานชิ้นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์ส ด้วยการระบุว่า พลเมืองในเมืองฮอมส์ กำลังรอการสังหารหมู่ โศกนาฎกรรมต่อมนุษยชาติในเมืองนี้กำลังใกล้เข้ามา พวกเขาใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา เกือบทุกครอบครัวต่างได้รับทุกข์เข็ญ บุคคลอันเป็นที่รักต้องบาดเจ็บหรือล้มตาย
รูเพิร์ธ เมอร์ด็อค ผู้บริหารนิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเจ้าของซันเดย์ ไทม์ส ส่งอีเมลถึงพนักงานระบุว่า โคลวินทำข่าวสงครามโดยไม่หวั่นกลัวใด ๆ ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่อยู่กับซันเดย์ ไทม์ส เธอเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงอันตรายหลายครั้ง เพราะถูกขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะแฉพฤติกรรมอันชั่วร้ายของเหล่าทรราชย์และความทุกข์ทรมานของเหยื่อที่ไม่เคยถูกเปิดเผย
โคลวิน ได้ผ่านสมรภูมิสงครามทั่วโลกมาอย่างช่ำชอง รวมทั้งล่าสุดในเหตุการณ์อาหรับสปริงที่ตูนิเซีย อิยิปต์ และลิเบีย เธอโด่งดังไปทั่วโลกเพราะมักจะรายงานข่าวจากจุดร้อน และฝังตัวอยู่นานหลายสัปดาห์ เมื่อปี 2553 เธอเพิ่งจะพูดถึงอันตรายของชีวิตนักข่าวในสมรภูมิ ในระหว่างพิธีรำลึกที่จัดขึ้นเป็นเกียรติแก่ผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตในหน้าที่
แม้ว่าโคลวินจะเชี่ยวชาญการทำข่าวในตะวันออกกลาง แต่เธอก็ผ่านสมรภูมิเดือดที่อื่นมาแล้วเช่น เชชเนีย , โคโซโว , เซียร่า เลโอน และศรีลังกา ซึ่งเธอได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง เนื่องจากถูกทหารฝ่ายรัฐบาลบุกถล่มในระหว่างกำลังทำงานอยู่ในกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลม เธอได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า เธอถูกตั้งคำถามว่า คุ้มค่าหรือไม่กับความสูญเสียดังกล่าว ซึ่งเธอคิดว่า มันคุ้มค่า
โคลวิน ได้รับรางวัลผู้สื่อข่าวต่างประเทศยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษถึง 2 ครั้งจากการรายงานข่าวความขัดแย้งในยูโกสลาเวีย , อิหร่าน , ศรีลังกา และซิมบับเว่ ส่วนวีเม่น'ส มีเดีย ฟาวเดชั่น มอบรางวัลผู้สื่อข่าวที่กล้าหาญให้กับเธอ ตอนที่ทำข่าวโคโซโว และเชชเนีย และยังได้รางวัลผู้สื่อข่าวแห่งปีจากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศอีกด้วย



