
หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์
หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์: เลียบค่าย โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]
หลังเกิดเหตุระเบิดในซอยสุขุมวิท 71 ผมมีโอกาสได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายและวัตถุระเบิดรายหนึ่ง ท่านให้ความคิดเห็นไว้น่าสนใจ
ท่านบอกว่า ในมุมมองของกลุ่มคนที่ยังเชื่อเรื่องไสยาศาสตร์และสิ่งเร้นลับ เชื่อว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นยังถือเป็นโชคดีของคนไทยที่พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายยังคงรักและเมตตายังช่วยปกปักรักษา ระเบิดที่คนร้ายเตรียมมาก่อเหตุเกิดระเบิดขึ้นเสียก่อนระหว่างที่คนร้ายยังอยู่ในบ้านพัก ไม่เช่นนั้นแล้วความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย รวมถึงความเชื่อมั่นในสายต่อชาวต่างชาติคงมีมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
แม้ในทางสืบสวนตำรวจจะยืนยันว่า คนร้ายพุ่งเป้าโจมตีเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แต่ลองหลับตาแล้วนึกภาพดูครับ...หากคนร้ายสามารถปฏิบัติการสำเร็จ ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยจะหลงเหลือหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงผู้นี้บอกกับผมว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาท ความถือดี ความอวดเก่ง และการเล่นพรรคเล่นพวก ของผู้มีอำนาจในบ้านนี้เมืองนี้หลายๆ คน
ความประมาท คือการคัดกรองตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศหละหลวม เพราะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากจนลืมคิดถึงความมั่นคงของประเทศ ผนวกกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ล้มเหลว ระเบิดและอาวุธสารพัดชนิดหาง่ายราวกับหาซื้อขนม
ความถือดีและความอวดเก่ง ที่ใครเตือนใครบอกก็ไปฟาดงวงฟาดงาใส่...กล่าวหาว่าเพ้อเจ้อ...วันดีคืนดีไปชักศึกเข้าบ้าน จับคนโน้นคนนี้ส่งให้คู่ขัดแย้ง
การเล่นพรรคเล่นพวก คือการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจนครบาล ซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลความปลอดภัยในเมืองหลวง ทำกันแบบพวกใครพวกมัน หลงลืมไปว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เปราะบาง ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัยนั้น ต้องมีความเชี่ยวชาญและคุ้นชินพื้นที่เป็นพิเศษ
แต่ยุคนี้สมัยนี้วิจารณ์กันให้แซด ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลหลายๆ คน เดินทางในกรุงเทพมหานครยังหลง
ด้วยเหตุฉะนี้แล...ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย จะไม่ให้หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?



