
รวบเพิ่ม3นายทุนรับซื้อ'งา-จู๋ช้าง'
ตร.ภ.7 รวบเพิ่ม 3 นายทุนรับซื้อ "งา-อวัยวะเพศ" ช้างป่าแก่งกระจาน ค้นบ้านเจอ งา งวง ปลายหางอื้อ หลังถูกมือฆ่าซัดทอด รอง ผบช.ก. ขยายผลจากการตรวจยึดลูกช้างอีก 2 เชือกที่ภูเก็ต พบเชื่อมโยงช้าง 19 ตัวที่ถูกยึดปางช้างไทรโยค
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.พ. พล.ต.ท.หาญพล นิตยวิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.อาคเนย์ แดงด้อมยุทย์ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้แถลงผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุนที่รับซื้องาช้างที่ถูกฆ่าตาย จากกลุ่มผู้ค้าของป่า และเป็นบุคคลที่ขับรถรับอวัยวะช้างจากจังหวัดเพชรบุรีไปขาย ทราบชื่อคือนายมนูญ เรืองวรเศรษฐ อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ซอยสมบูรณ์กุล2 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี นายวิฑูรย์ เรืองวรเศรษฐ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ถ.โนนสูง-มิตรภาพ ต.โนนสูง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา โดยทั้งสองคนนั้นเป็นพ่อลูกกัน และนายปัญญา สำราญพิศ อายุ 38 ปี ในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์สงวน อาทิ งาช้าง งวงช้าง ปลายงวง ปลายหาง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซึ่งมีสัตว์ป่าที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ร้านยอยัม ถ.สมบูรณ์กุล ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี วันที่ 22 ก.พ.เวลาประมาณ 12.00 น.
สำหรับคดีดังกล่าวนั้นสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ไปพบซากช้างป่าถูกฆ่าตายที่ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยทำการตัดงา ตัดงวง ตัดหาง รวมทั้งอวัยวะเพศไปด้วย ทำให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สืบสวนหาตัวผู้ทำการฆ่าช้างให้ได้ เนื่องจากช้างนั้นเป็นสัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง รวมทั้งให้เร่งรัดขยายผลถึงผู้บงการและผู้รับซื้อ จนตำรวจภูธรภาค 7 ได้ดำเนินการสืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ที่ลงมือฆ่าช้าง 2 คนได้ คือ นายลูกแก้ว อุปถัมป์ อายุ 28 ปี และนายจันทร์ กัวพู่ อายุ 28 ปี โดยทั้งสองได้ซัดทอดถึงกลุ่มนาย ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบแน่ชัดว่าเป็นใครบ้าง จึงได้ทำการออกหมายจับ โดยนายมนูญ เป็นคนรับซื้อติดต่อ โดยตรงกับนายสมพร จอกาย ซึ่งเป็นนายพรานอีกคนหนึ่งที่ยังหลบหนีอยู่ เมื่อตกลงกันได้ จะให้นายวิฑูรย์ บุตรชายและนายปัญญา บุตรเขย ขับรถไปรับงาช้าง งวงช้าง อวัยวะเพศที่จังหวัดเพชรบุรี
แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรีจะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ยึด2ลูกช้างที่ภูเก็ตโยงปางช้างไทรโยค
เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. ได้กล่าวถึงการขยายผลการสืบสวนขจจากปางช้างไทรโยคไปตรวขจยึดลูกช้างที่จ.ภูเก็ตว่า จากเมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายสัตวแพทย์อมรินทร์ กัลล์ประวิทธ์ ปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี นายสัตวแพทย์ สามารถ ประสิทธิ์ผล และ นายไสว อินทพงศ์ ปศุสัตว์อำเภอไทรโยค ได้สรุปผลการตรวจสอบพบช้าง 19 เชือก ที่ปางช้างไทรโยคมีลักษณะตำหนิรูปพรรณช้างไม่ตรงกับหลักฐานตั๋วรูปพรรณต้นฉบับ ดังนั้น เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯจึงได้ดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดตามขั้นตอนของ พรบ.สัตว์ป่าคุ้มครอง ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค และเมื่อนำไปข้อมูลเปรียบเทียบดีเอ็นเอของลูกช้างที่ตรวจพบที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 3 เชือกว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งลูกช้างที่ตรวจพบที่จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย ลูกช้างชื่อพลายสมโชค ใบปากคอก ระบุพ่อชื่อทองดีแม่ชื่อลำดวน, พลายบุญหลาย ตั๋วใบปากคอก ระบุพ่อชื่อภัสดิน แม่ชื่อแป้ง, และพลายฟลุ๊ค ใบปากคอกระบุพ่อชื่อทองดี แม่ชื่อป็อบ, โดยลูกช้างทั้ง 3 เชือก ที่เจ้าหน้าที่ได้อายัดไว้ตรวจสอบนั้นขณะนี้ยังอาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต
รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า โดยเนื่องมาจากผลตรวจสอบของสัตว์แพทย์เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ระบุว่า ช้างเพศเมีย 2 ใน 19 ตัว คือ พังป๊อบ และ พังแป้ง เป็นช้างที่อยู่ในบัญชีของกลาง จึงเป็นผลให้การขยายผลสืบสวนตรวจสอบลูกช้าง 3 เชือกที่ภูเก็ต โดยนำสถานะของพังป๊อบและพังแป้งที่เป็นแม่ช้างในใบปากคอกตกอยู่ในสภานะเป็นของกลางตรวจยึดว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังนั้น ลูกช้างที่ภูเก็ต 2 ตัว คือ พลายบุญหลาย และ พลายฟลุ๊ค ที่ใบปากคอกแจ้งเกิดมีการระบุว่าเป็นลูกช้างที่เกิดจากพังแป้งและพังป๊อบตามลำดับ จึงมีสถานะตกเป็นสัตว์ที่ต้องดำเนินการตรวจยึดไว้เป็นของกลางต่อไป ส่วนพลายสมโชค นั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการอายัดที่กำลังตรวจสอบสถานะต่อไปเช่นกัน โดยตนจะเดินทางไปตรวจยึดลูกช้างทั้ง 2 ตัวในเร็วนี้ต่อไป
ควาญช้างดังเมืองตรังถูกช้างตกมันคลั่งแทงดับ
เมื่อเวลา 07.30 น. พ.พ.ต.ท.มนัส ไชยพันธ์ สารวัตรเวร สภ.กันตัง รับแจ้งเหตุมีควาญช้างถูกช้างแทงเสียชีวิตที่บนเนินเขาปู่เจ้าเขากลอง หมู่ 2 บ้านควนมอง ต.กันตังใต้ อ.กันตัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัย
ที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด ทราบชื่อ นายสมโชค ชูบาล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135/1 หมู่ที่ 7 ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โดยมีบาดแผลจากการถูกงาช้างทิ่มแทง เข้าที่บริเวณหน้าอกซ้ายทะลุหลัง เป็นแผลฉกรรจ์เหวอะหวะ จำนวน 1 แผล และกระดูกซี่โครงแขนซ้ายหัก ใกล้กันยังพบหอกตกหล่นอยู่ จำนวน 1 เล่ม
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสมโชคพร้อมด้วยนายธวัช ไหมสวัสดิ์ เพื่อนควาญช้าง ได้นำช้างมารับจ้างชักลากไม้ยางพาราพร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ อีกประมาณ 30 คน โดยขณะที่กำลังขึ้นขี่บนหลังช้าง เพื่อพาไปชักลากไม้ยางพารานั้นช้างพลายมงคลก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งตกมันสะบัดนายสมโชคจนหล่นลงมากับพื้น ซึ่งในจังหวะดังกล่าวนายสมโชคพยายามลุกขึ้นวิ่งหนี ก็ถูกช้างพลายมงคลใช้งวงรัดและเหวี่ยงร่างกระเด็นไปถูกต้นยางพาราจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพุ่งปรี่เข้าไปใช้งวงแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนนายธวัชซึ่งอยู่ใกล้กันหลังจากตั้งสติได้ ก็ได้ตวาดไล่ช้างพลายมงคลจนตกใจ และเตลิดหนีเข้าไปในป่าดังกล่าว
ต่อมาหลังเกิดเหตุ นายธวัช อุดมคณารัตน์ พร้อมด้วย นายสุชาติ บัวเกิด ประธานชมรมคนเลี้ยงช้าง จ.ตรัง ได้ระดมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์รวมทั้งควาญช้างจากทั่วทุกอำเภอใน จ.ตรังและชายฉกรรจ์ กว่า 100 คน พร้อมปืนยิงลูกดอกยาสลบและอาวุธปืนลูกซองยาวครบมือ ลงพื้นที่ไล่ล่าช้างพลายมงคลที่กำลังวนเวียนอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยหากพบเห็นช้างให้ใช้ปืนยิงลูกดอกยาสลบเข้าใส่ และเมื่อช้างถูกยิงแล้วภายในประมาณ 5-10 นาทียาสลบจะออกฤทธิ์ แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมช้างได้ ก็สามารถใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงได้ในกรณีฉุกเฉิน
ทั้งนี้มีรายงานว่า ทีมล่าช้างอีกชุดหนึ่งได้ใช้ปืนลูกดอกยาสลบยิงใส่ช้างพลายมงคล จำนวน 1 ดอกแล้ว แต่ยังไม่สามารถหยุดช้างไว้ได้ เนื่องจากไม่เข้าถูกจุดที่สำคัญ ทำให้ช้างวิ่งเตลิดหนีกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่และทีมควาญช้างต้องออกไล่ล่า และใช้ปืนลูกซองยาวยิงใส่ช้างอีก 1 นัด เพื่อสกัดการหลบหนี แต่กระสุนพลาดไปถูกสายไฟฟ้าจนขาด ทำให้ไฟช็อตและไหม้ป่าหญ้าบริเวณดังกล่าว ต้องประสานไปยังเทศบาลเมืองกันตัง ขอรถน้ำดับเพลิงมาฉีดไฟที่กำลังไหม้หญ้า ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้วกว่า 7 ชม.ก็ยังไม่สามารถจับช้างพลายมงคลไว้ได้
ต่อมาเวลา 15.30 น.เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และควาญช้าง ก็ได้ยิงยาสลบลูกที่ 2 ใส่ช้างพลายมงคล แต่ก็ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ กลับพุ่งตรงเข้ามาจะทำร้ายผู้ที่ยิงลูกดอก ทางควาญช้างจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ขาหลังจำนวน 1 นัด ทำให้ช้างตกใจวิ่งหนีกลับขึ้นไปในป่าอีกครั้ง ก่อนที่ควาญช้างจะต้อนให้กลับลงมาข้างล่าง และยิงลูกดอกยาสลบเข็มสุดท้าย โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทียาสลบจึงออกฤทธิ์
หลังจากนั้นไม่นานทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เห็นว่าช้างพลายมงคลยังไม่ฟื้น จึงได้ฉีดยาเพื่อกระตุ้นให้ฟื้น ก่อนจะใช้ช้างอีกเชือกเดินประคองนำช้างพลายมงคลขึ้นรถบรรทุกสิบล้อนำกลับไปยังบ้านของนายสมโชคเพื่อนำไปตีตรวนล่ามโซ่ต่อไป
สำหรับช้างพลายมงคลนั้น เดิมเป็นช้างมาจาก จ.พังงา ต่อมาเจ้าของได้ขายต่อให้กับคนใน จ.สุราษฎร์ธานี และมาก่อเหตุเหยียบคนจนเสียชีวิต ก่อนที่จะถูกขายเปลี่ยนมือต่อมายัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งในครั้งนั้นช้างพลายมงคล ก็ได้ก่อเหตุเหยียบคนซ้ำอีกครั้ง ต่อมานายสมโชค ได้ตัดสินใจซื้อต่อมาในราคา 6.5 แสนบาท เพื่อนำมาใช้สำหรับรับจ้างชักลากไม้ยางพารา หลังจากที่ขายช้างพังนาตาลี วัย 35 ปี ที่มีประวัติเหยียบคนกรีดยางพาราตายพร้อมกันทั้ง 3 ศพในคืนวันที่ 1 ก.ค.52 ที่ผ่านมา ให้กับปางช้างใน จ.พระนครศรีอยุธยา ในราคา 6 แสนบาท เพื่อนำไปบำบัดพฤติกรรมไปแล้ว กระทั่งมาถูกช้างพลายมงคล ซึ่งมีอาการตกมันคลุ้มคลั่งแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว
ด้านนายธวัช อุดมคณารัตน์ ปศุสัตว์ จ.ตรัง กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ช้างพลายมงคล มีอาการตกมันมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งตนได้เตือนให้นายสมโชค ตีตรวนล่ามโซ่ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างอาละวาดทำร้ายคน ซึ่งในครั้งนั้นโชคดีที่อาการตกมันไม่มากเกินไป สามารถควบคุมช้างไว้ได้ และมาในครั้งนี้นายสมโชคทราบดีว่า ช้างกำลังอยู่ในอาการตกมัน แต่ก็ยังประมาทนำมาใช้ทำงานอย่างหนัก เนื่องจากเข้าใจว่า ถ้าช้างตกมันจะทำให้มีแรงทำงานดีกว่าช้างปกติทั่วไป จนช้างเกิดอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว
ดังนั้นตนอยากฝากเตือนไปยังควาญช้างให้ระมัดระวังดูแลช้างในช่วงหน้าร้อนเป็นกรณีพิเศษ เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ช้างเกิดอาการตกมันขึ้นมาได้ และถ้าหากสังเกตุพบอาการดังกล่าวให้ตีปลอกล่ามโซ่ตรวนไว้ สำหรับช้างพลายมงคลนั้น แนะนำให้ญาติหาควาญช้างที่มีความชำนาญพิเศษดูแล และให้ตีปลอกล่ามโซ่ตรวนไว้ทั้ง 4 ขา หรือว่าหากดูแลไม่ได้ก็ให้ขายช้างนั้นไป



