
ปัญหาของผู้หญิงแก้ไขได้
ปัญหาของผู้หญิงแก้ไขได้
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะราด จะไม่บอกใครแม้กระทั่งคนใกล้ตัว เพราะมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีภาวะปัสสาวะเล็ดจะมาพบแพทย์เมื่อมีอาการมากแล้ว ทั้งที่จริงแล้วภาวะปัสสาวะเล็ดสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ แม้ในบางครั้งอาจจะไม่หายขาด แต่ก็จะสามารถรับมือกับภาวะปัสสาวะเล็ดโดยมิให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
รศ.นพ.สุวิทย์ บุณยะเวชชีวิน สูตินรีแพทย์ สาขานรีเวชศาสตร์อุ้งเชิงกรานและการผ่าตัดซ่อมเสริม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “หัวเราะรับเรื่องซึมๆ กับปัญหาปัสสาวะเล็ดของผู้หญิง” ในงานแถลงข่าวเปิดตัว “POISE” (พอยส์) แผ่นซึมซับปัสสาวะ ถึงสัญญาณเตือนภัยหรืออาการของภาวะปัสสาวะเล็ดว่า อาการภาวะปัสสาวะเล็ดจะมากน้อยต่างกันออกไป 4 ประเภทกลุ่ม กลุ่มแรก คืออาการปวดราด (Urge Incontinence) เป็นชนิดที่มีอาการปวดปัสสาวะรุนแรงจนเล็ดราดออกมาไม่สามารถรอไปเข้าห้องน้ำได้ทัน ซึ่งมักเกิดกับผู้หญิงวัยทำงาน ต้องรักษาด้วยการกินยา และการเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มที่สอง อาการไอจามปัสสาวะเล็ด (Stress Incontinence) เป็นชนิดที่มีปัสสาวะเล็ดราดออกมาก เมื่อมีการเพิ่มความดันในช่องท้องเช่น ไอ จาม หรือ หัวเราะ อาการลักษณะนี้มักพบในผู้หญิงที่เริ่มมีอายุ น้ำหนักมาก เคยมีประวัติคลอดบุตรยาก เคยมีการผ่าตัดบริเวณรอบท่อปัสสาวะ หรือเคยรับการฉายรังสีรักษาบริเวณนั้นมาก่อน ประเภทนี้ใช้การรักษาหลักด้วยวิธีการผ่าตัด และการฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กลุ่มที่สาม Mixed Incontinence เป็นกลุ่มที่มีอาการทั้งสองกลุ่มข้างต้นร่วมกัน
ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือชนิดที่มีปัสสาวะเล็ดราดร่วมกับมีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะในปริมาณมาก แล้วไหลล้นออกมา ถ้าหากคุณผู้ชายมีอาการปัสสาวะเล็ดก็มักจะอยู่ในกลุ่มนี้ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากต่อมลูกหมากโต หรือในผู้ป่วยที่มีระบบประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะเสียไปจากอุบัติเหตุ เนื้องอก หรือ โรคเบาหวานที่รุนแรงบางประเภท
สำหรับแนวทางรักษานั้น รศ.นพ.สุวิทย์ กล่าวว่า ต้องดูตามอาการและสาเหตุของปัญหา มีทั้งกินยา การใช้ฮอร์โมนทดแทน การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยการขมิบช่องคลอด หรือแม้แต่การผ่าตัด โดยการคล้องท่อปัสสาวะด้วยสายเทปขนาดเล็ก ซึ่งจะมีแผลผ่าตัดเล็กประมาณ 1 ซม. ซึ่งแพทย์จะทำการใช้อุปกรณ์ที่ได้ออกแบบมา สอดคล้องท่อปัสสาวะเพื่อปรับความตึงให้พอดี พักฟื้น 1-2 วันก็กลับบ้านได้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น การลดน้ำหนัก อย่าให้ท้องผูก งดสูบบุหรี่ งดดื่มกาแฟ โซดา น้ำอัดลม เนื่องจากมีสารกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายบ่อย และในอดีตพบว่าผู้หญิงไทยแก้ไขปัญหาภาวะปัสสาวะเล็ดโดยการใช้แผ่นอนามัย หรือผ้าอนามัยมาเป็นแผ่นซึมซับ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพราะผ้าอนามัยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการซึมซับปัสสาวะโดยเฉพาะ ดังนั้นการใช้แผ่นซึมซับปัสสาวะที่เหมาะสมก็ถือเป็นทางเลือกที่สะดวก ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย อีกทั้งยังทำให้คุณผู้หญิงสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ
“ภาวะปัสสาวะเล็ดไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรือน่าอับอาย หากคุณผู้หญิงมีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมจะรับมือกับปัญหาได้อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถใช้ชีวิตทุกวันด้วยความมั่นใจ” รศ.นพ.สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย



