
พายุฝนถล่มเมืองอุตรดิตถ์-แพร่เสียหายหลายร้อยหลัง
พายุถล่มเมืองอุตรดิตถ์ ชาวบ้านกว่า 100 ครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย กระแสไฟฟ้าดับ ถนนถูกตัดขาด หญิงตั้งครรภ์ 7 เดือนรอดตายหวุดหวิด ขณะที่เมืองแพร่เสียหาย 217 หลังคาเรือน บาดเจ็บแขนหัก 1 ราย เลขาฯรมว.สาธารณสุขรุด แจก ยาสามัญประจำบ้าน 700 ชุด
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวิรัตน์ อ้วนสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)วังดิน อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านตำบลวังดินได้รับความเสียหายจากการเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บ กว่า 100 หลังคา และมีวัด โรงเรียนได้รับความเสียหาย จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากต่างออกมายืนอยู่บริเวณถนนในหมูบ้าน เพราะยังหวาดกลัวกับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น จนไม่กล้าเข้าไปอยู่ภายในบ้าน
นายวิรัตน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สมาชิก อบต.และผู้ใหญ่บ้านทราบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้าน 10 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 100 หลังคา และมีบ้านที่เสียหายทั้งหลังกว่า 20 หลังคา นอกจากนี้หลังคาอาคารเรียนโรงเรียนสามัคคีถูกกระแสลมพายุพัด ต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นทับกุฏิพระสงฆ์ วัดยางจุ้ม ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ ได้รายงานไปยังอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ทราบเรื่องดังกล่าว
แต่สิ่งที่เป็นห่วงพบว่าเสาไฟฟ้าหลายต้นโค่น ส่งผลให้ทั้งตำบลวังดินกระแสไฟฟ้าดับ ได้มอบหมายให้ผู้นำหมู่บ้านแจ้งชาวบ้านจัดเตรียมอุปกรณ์แสงสว่างให้พร้อม ขณะเดียวกันตันยางและต้นสักขนาดใหญ่ได้โค่นขวางถนนในหมู่บ้าน เชื่อมระหว่างหมู่ 9 กับ หมู่ 4 ทำให้รถทุกประเภทไม่สามารถสัญจรไปมาได้
“พายุได้สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านเป็นวงกว้างกระจายทั้งตำบล ซึ่งเหตุเกิดเพียง 30 นาที หลังจากนั้นมีฝนตกอย่างหนัก และมีลูกเห็บก้อนขนาดลูกมะนาวกระหน่ำตกลงมาซ้ำเดิมชาวบ้านอีกระลอก ชาวบ้านที่บ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลังคา ชาวบ้านกว่า 300 ชีวิตต้องไร้ที่อยู่อาศัย สิ่งของเครื่องใช้ ที่นอน เสื้อผ้าเปียกฝน บางส่วนได้ให้ไปอาศัยกับญาติ และเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน อบต.ได้จัดสถานที่วัดให้เป็นพักชั่วคราว ” นายวิรัตน์กล่าว
นางสมมุติ ปาด้วง อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 9 ต.วังดิน กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุอยู่ในบ้านซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกับลูกชาย ลูกสะใภ้ที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และหลานชายอายุ 5 ขวบ รวม 4 คน ทุกคนได้ยินเสียงดังมาทางบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นหลังคาบ้านก็สั่นสะเทือน ตนจึงพาทุกคนวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังตู้เย็น ระยะเวลาเพียง 1 นาทีหลังคาบ้านก็ถูกยกหายไปทั้งหลัง ปลิวไปตกอยู่ในป่าห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร จากนั้นไม่นานฝนและลูกเห็บก็กระหน่ำตกอย่างรุนแรง สิ่งของภายในบ้านเปียกน้ำฝน โดยเฉพาะชุดนักเรียนของหลานชายที่ซื้อใหม่ เตรียมจะเปิดเทอมในวันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม นี้เหลือเพียง 1 ชุด ส่วนที่เหลือพายุพัดหายไปในป่า ความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นนับว่ารุนแรงในรอบ 20 ปี
นางสุพิน แปงสอน อยู่บ้านเลขที่ 23 / 1 หมู่ 8 ต.วังดิน อ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวพร้อมน้ำตาว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน ไปธุระที่ต่างหมู่บ้านพอกลับมาถึงบ้านแทบเป็นลม แต่น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากบ้านที่เพิ่งสร้างด้วยน้ำพังน้ำแรงที่เก็บออมมาตลอดชีวิตและเพิ่งสร้างได้ประมาณ 1 เดือนด้วยเงินกว่า 5 แสนบาท ยังไม่ทันย้ายเข้าไปอยู่เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ยุบตัวลงกอกับพื้นดิน สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่าพายุที่เกิดขึ้นเป็นพายุหมุนมาทั้งด้านหน้าและหลังบ้าน ซึ่งบ้านของตนปลูกที่โล่งกลางทุ่งนา ความแรงของพายุทำให้บ้านยุบตัวลงทั้งหลังเสียงดังจนเพื่อนบ้านตกใจ วิ่งออกมาดู หลังจากนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ท้อหมดกำลังใจ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นภัยธรรมชาติ ไม่รู้ว่าราชการจะให้ความช่วยเหลืออย่างไร
แพร่ฝนตกหนักเสียหาย 217 หลัง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 พ.ค.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เลขานุการ รมว.สาธารณสุข นายอาณัติ วุทยานุกูล นายนอำเภอเมืองแพร่ นายจุลศักดิ์ ขุนขะยา นายก อบต.ห้วยม้า อ.เมือง จ.แพร่ ได้ออกสำรวจความเสียหายบ้านเรือนชาวบ้าสนที่ได้ผลกระทบจากพายุฝนเมือคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ 12 หมู่บ้าน
จากการสำรวจความเสียหาย พบว่า มีบ้านเรือนชาวบ้านจำนวน 217 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บแขนหัก 1 ราย คือ นางมิ่ง ม้าเมือง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 8 ต.ห้วยม้า อ.เมือง จ.แพร่ นอกจากนี้ มีเสาไฟฟ้าหักโค่น จำนวน 4 จุด โดยนางศิริวรรณ ได้เดินทางมามอบยาสามัญประจำบ้าน จำนวน 700 ชุดมอบให้กับชาวบ้านทั้ง 12 หมู่บ้าน
ทางด้านความช่วยเหลือของ อบต.นั้น นายจุลศักดิ์ ขุขะยา นายกอบต.ห้วยม้า เปิดเผยว่า วันนี้ทั้งวันทางที่ทำการ อบต.ห้วยม้า มีชาวบ้านมาลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด 217 หลังคาเรือน ทาง อบต.ได้แจ้งหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท ขณะเดียวกัน หากเป็นรายที่เสียหายทั้งหลังจะให้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป
"จากการสำรวจแล้วพบว่าทางชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คือ การซื้อสังกะสีในวันนี้ ผมก็อนุมัติในเบื้องต้นไปก่อน ให้ชาวบ้านไปเอาสังกะสีที่ร้านค้า มาซ่อมแซมในวันนี้และหลังไหนที่ซ่อมแซมไม่ทันก็ให้ไปนอนกับบ้านญาติไปก่อน และไฟฟ้าบางหมู่บ้านวันนี้จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากคาดว่าทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแพร่ คงจะซ่อมเสาไฟฟ้าที่หักโค่นไม่เสร็จในวันนี้"นายจุลศักดิ์ กล่าว
นางสองเมือง กันจัน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 10 ต.ห้วยม้า อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 19.00 น.ได้มีพายุ ได้มีฝนตกอย่างหนัก และมีลมแรงเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และได้พักเอาหลังคา ประตูหน้าต่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหาบจำนวนมาก จึงได้ให้คนอาศัยอยู่ในบ้านหลบมาอยู่ที่บ้านเพื่อบ้านจนกระทั่งฝนได้หยุดตก จึงกลับเข้ามาในบ้าน



