
ตร.ชี้คำ'SEJEAL'ไม่พบพันก่อการร้าย
โฆษกตร.ระบุยังไม่พบข้อมูลสติ๊กเกอร์ "SEJEAL" เกี่ยวข้องก่อการร้าย ยันพยานวัตถุ-พยานแวดล้อมดำเนินคดี "มูฮัมหมัด" ได้แน่ แม้เจ้าตัวไม่ยอมให้การ โผล่เพียบ "SEJEAL" ห่างสถานทูตยิวแค่เอื้อม
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. เปิดเผยกรณีเหตุระเบิด 3 จุด เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมาโดยเฉพาะสติ๊กเกอร์คำว่า “SEJEAL”ตามจุดต่างๆว่า การตรวจสอบสติ๊กเกอร์นั้น พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ฐานะหัวหน้าชุดของพนักงานสอบสวน ได้มอบหมายให้พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. ไปตรวจสอบ ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอเวลาให้พนักงานสืบสวนสอบตรวจสอบก่อน
โฆษกตร. กล่าวต่อว่า การสืบสวนสอบสวนในคดีนี้คืบหน้าล่าสุดพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายมูฮัมหมัด คาซาอิ ไปฝากขังต่อศาลครั้งที่ 1 ระยะเวลา 12 วัน ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งแม้ว่าผู้ต้องหาจะไม่ยอมให้การแต่พนักงานสอบสวนได้มีการเก็บพยานวัตถุได้เป็นจำนวนมากและมีพยานแวดล้อมต่างๆในการดำเนินคดี
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนได้แบ่งตัวผู้ต้องหา ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้แล้วคือนายมูฮัมมัด คาซาอิ กลุ่มที่ 2 คือ ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ต้องที่รักษาตัวจากการโดนระเบิดขาขาดที่รพ.จุฬาลงกรณ์ คือนายเซอีด โมราดี ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้เนื่องจากยังไม่รู้สึกตัว โดยควบคุมตัวตามพรบ.ตรวจคนเข้าเมือง กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ยังหลบหนี คือนายมาซูด เซดากัดซาเดห์ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศไทยมาเลเซีย โดยให้อัยการทำเรื่องส่งไปกระทรวงการต่างประเทศขอควบคุมตัวมาสอบสวน รวมทั้งออกหมายจับนางโรฮานี ไลล่า ที่หลบหนีอยู่ในประเทศของตนเอง
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจจะทำงานตามพยานหลักฐาน โดยใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนจากพยานหลักฐานที่มีอยู่จริง ไม่ใช่จินตนาการและดูแลความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่จากทางการของอิหร่านเข้าร่วมมือในการสืบสวนคดีนี้ด้วย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมที่จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนหากพบเบาะแสในเรื่องนี้แจ้งได้ แต่คงไม่ใช่ในลักษณะที่ให้ร่วมทำการสืบสวนสอบเพราะตามกฎหมายระบุชัดเจนว่าหน้าที่ทำคดีเป็นของพนักงานสอบสวน
เมื่อถามถึงเรื่องการประสานขอตัวผู้ต้องหาจากประเทศมาเลเซีย โดยกรอบเวลาเหลืออีก 7 วันจะครบกำหนด 14 วันจึงจะปล่อยตัวจะทันหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาต่างๆ ของแต่ละประเทศมีขั้นตอนและกระบวนการดังกล่าวที่เราไม่ทราบ ตามระเบียบพรบ.สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนมีหลักการปฏิบัติที่ชัดเจน สมมุติกระทรวงการต่างประเทศส่งไป ส่วนนั้นเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียหรืออัยการมาเลเซียเป็นผู้พิจารณา กระบวนการของกฎหมายแต่ละอันมีรูปแบบแตกต่างกันไป ฉะนั้นเราจะไม่เร่งรัดว่าจะเป็นวันใด ทั้งหมดจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อถามถึงเรื่องการข่าวของสันติบาลนั้นเป็นอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องมองว่าเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะเหตุยังไม่ได้ ตั้งแต่เหตุการณ์นายอาทริส ฮุนเซ็น ผู้ต้องหาชาวเลบานอนที่อาจจะมีการเชื่อมโยงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สามารถควบคุมได้ แต่แน่นอนในกระบวนการอาชญากรรมเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ที่เคยใช้ได้ผลในระดับหนึ่งอาจจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่ฝ่ายข่าวและความมั่นคงต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลมากยิ่งขึ้น คือ ข้อมูลของทางต่างประเทศ เดิมสันติบาลมีหน่วยงานนายตำรวจประสานงานระหว่างที่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซียมา 20 ปี แต่ตอนนี้จะต้องจัดเจ้าหน้าที่ประสานงานเพิ่มมากขึ้น
โผล่เพียบห่างสถานทูตยิวแค่เอื้อม
เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบสติ๊กเกอร์ “SEJEAL” ที่บริเวณหน้าโรงแรมมาดูซิ ห่างจากแยกอโศกมนตรีประมาณ 200 เมตร ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตคลองเตย กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่องพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบสติ๊กเกอร์ดังกล่าว ติดอยู่ที่บริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ 7 แผ่น ซึ่งติดเป็นลักษณะแถวบน 4 แผ่นและด้านล่าง 3 แผ่น นอกจากนี้ยังมีอักษรตัวหนังสือคล้ายภาษาอาหรับเขียนอยู่ที่ตู้โทรศัพท์ ซึ่งเขียนด้วยหมึกสีดำและมีลูกศรชี้ไปทางด้านซ้าย
ห่างจากจุดแรกออกไปประมาณประมาณ 200 ที่ตู้โทรศัพท์ ด้านหน้าตึกซีทีไอ พบสติ๊กเกอร์แบบเดียวกันติดอยู่ลักษณะเดียวกันอีกจำนวน 7 แผ่น เช่นกัน และยังพบสติ๊กเอกร์แบบเดียวกันอีกติดอยู่ที่บริเวณรั้วสังกะสี ด้านหน้าการไฟฟ้าคลองเตยอีก 4 แผ่น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่มาติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าว ก่อนจะทำการแกะลอกออกไปตรวจสอบ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูลเบาะแสของคนร้าย ก่อนนำไปรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. มีผู้พบพบสติ๊กเกอร์คำว่า “SEJEAL” บริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนน หน้าคลินิก ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ป.ป.ส.ดินแดง เมื่อตรวจสอบพบสติ๊กเกอร์ถูกดึงออกไปแล้วเหลือเพียงส่วนปลายของสติ๊กเกอร์ขนาดประมาณ 1.5 นิ้ว พื้นสีขาว และขอบสีดำ
ทั้งนี้ พ.ต.ท. ณฐภัทร คูหาทอง สว.สส.สน.ดินแดง กล่าวว่า ได้รับรายงานเช่นกันจึงมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดงไปตรวจสอบแล้ว ก็พบเพียงปลายสติ๊กเกอร์เท่านั้น โดยชิ้นส่วนสติ๊กเกอร์ดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสติ๊กเกอร์คำว่า “SEJEAL” หรือไม่ อย่างไรก็ตามย่านนี้ไม่ค่อยมีคนต่างชาติมาพักอาศัยจึงต้องขอตรวจสอบให้ชัดก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่พบสติ๊กบริเวณตู้โทรศัพท์จุดแรกนั้น ห่างจากสถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย อาคารโอเชี่ยน ทาว์นเวอร์ 2 ชั้น 25 ถนน สุขุมวิท 21 เพียงแค่ประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับสติ๊กเกอร์ดังกล่าว เป็นชนิดเดียวกันที่พบภายในห้องพักของ น.ส.โรฮานี ไลล่า ผู้ต้องหาชาวอิหร่านคดีเหตุระเบิด 3 จุด ซอยปรีดีพนมยงค์ และใต้เบาะรถจยย.ของคนร้าย รวมทั้งที่แปะอยู่ตลอดแนวถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้จำนวน 52 แผ่น



