ข่าว

ตลก.ชี้รบ.ออก'2พรก.'ไม่ขัดรธน

ตลก.ชี้รบ.ออก'2พรก.'ไม่ขัดรธน

22 ก.พ. 2555

ศาล รธน. เอกฉันท์ ผ่าน 'พรก.กู้เงิน-มติ '7-2' 'พรก.โอนหนี้'ไม่ขัด รธน. "อภิสิทธิ์”ยอมรับคำวินิจฉัย จี้รบ.เร่งรับมือน้ำท่วมสมเจตนารมณ์ศาล

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมเพื่อจัดทำความเห็นในการวินิจฉัยส่วนตน กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของส.ส.เพื่อให้ขอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ม.185 กรณีเรื่อง พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (3.5 แสนล้านบาท) และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 (1.14 ล้านล้านบาท) และกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ สว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามม. 185 เรื่อง พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค 1 วรรค 2 หรือไม่

                จากนั้นเวลา 14.10 น.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย ซึ่งในการอ่านคำวินิจฉัย นั้น นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงต่อผู้เข้าร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยว่า ในการอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ ที่ประชุมตุลาการได้มอบหมายให้ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี นายจรัญ ภักดีธนากุล และนายจรูญ อินทจาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย ซึ่งในการอ่านครั้งใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงแล้วเสร็จ

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของ พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 ว่า ศาลมีความเห็นว่า ปัญหาอุทกภัย ปลายปี 2554 ได้สร้างความเสียหายถึง 2.6 ล้านครัวเรือน ธนาคารโลกประเมินความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท กระทั่งต้องปรับลดการประมาณการ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 1.1% จากเดิม 4% จึงอยู่ในภาวะวิกฤติใหญ่หลวง รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหา โดยมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย สนับสนุนสินเชื่อ การลดหย่อนภาษี อนุมัติงบกลางภายใต้ พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 จำนวน 1.2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูประเทศและวางระบบบริหารจัดการน้ำ โดยจัดให้มีการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูผลของความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ถดถอยและมีความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัญหาอุทกภัยได้สร้างปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศรุนแรง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบถึง 841 โรงงาน ซึ่งเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศและมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของโลกเนื่องจากไทยเป็นฐานในการผลิต ดังนั้น หากรัฐบาลไม่มีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการนิคมอาจตัดสินย้ายไปต่างประเทศจะกระทบต่อความเชื่อมั่น

                 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด(พรก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ.2555 เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลี่กเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรค 1 และวรรค 2

                 จากนั้นได้อ่านคำวินิจฉัย พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 โดยระบุว่า รัฐบาลมีความพยายามแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะเพราะกระทรวงคลังตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวมาตลอด 15 ปีเป็นเงินกว่า 6.7 แสนล้านบาท แต่ชำระเงินต้นได้เพียง 13 % เหลือนี้ 1.14 ล้านล้านบาท และในปีงบประมาณ 2555 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยไว้ 6.8 หมื่นล้านบาท ส่งให้มีการลงทุนน้อยลง

                 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังระบุว่า การออก พรก.ฉบับดังกล่าว เป็นการลดภาระงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในการตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่สามารถนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้พัฒนาประเทศโดยส่วนรวม และไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ความจำเป็นดังกล่าวเป็นผลมาจากวิกฤติอุทกภัย และในชั้นนี้ยังไม่มีมูลที่ชี้ให้เห็นว่า คณะรัฐมนตรี ตรา พรก.โดยไม่สุจริตและบิดเบือนรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค 1 และ 2

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการพิจารณาอ่านคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้แทนรัฐบาล นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนเสนอความเห็นต่อประธานสภา และนายคำนูญ สิทธิสมาน สว.สรรหา ในฐานะผู้แทนเสนอความเห็นต่อประธานวุฒิสภา เข้ารับฟังคำวินิจฉัย นอกจากนี้ยังมีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความพรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นายวิทวัส บุญญสถิตย์ สว.สรรหา พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สว.สรรหา นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา และนายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สว.สรรหา เป็นต้น เข้าร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย รวมทั้งมีสื่อมวลชนหลายแขนงทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เฝ้ารอการทำข่าวอย่างคึกคัก

 

"กรณ์"ยอมรับคำวินิจฉัยหวังเพียงให้ฝ่ายค้านร่วมตรวจสอบ

                 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเคารพในคำวินิจฉัยของศาลแต่มองว่าการออกพรก.กู้เงิน ควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ร่วมพิจารณา โดยการออกเป็นพรก.จะเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบของฝ่ายค้าน เพราะยากที่จะรู้ว่ารัฐบาลใช้จ่ายเงิน 3.5 แสนล้านบาทอย่างไร และยังเป็นอันตรายต่อวินัยการเงินการคลังด้วย หลังจากนี้หวังว่ารัฐบาลจะเสนอแผนการใช้เงินให้ฝ่ายค้านได้ร่วมพิจารณา ส่วนพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่จะส่งผลให้มีการโอนหนี้มาให้สถาบันการเงินและมีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก รัฐบาลต้องชี้แจงว่าจะดูแลผลประโยชน์ของประชาชนที่มีบัญชีเงินฝากอย่างไร จะช่วยเหลือเรื่องค่าธรรมเนียมอย่างไร รวมทั้งต้องให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะคุ้มครองบัญชีเงินออมได้อย่างไร นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลติดตามไม่ให้สถาบันการเงินผลักภาระไปให้ประชาชน

 

"อภิสิทธิ์”จี้รบ.เร่งรับมือน้ำท่วมสมเจตนารมณ์ศาล

                  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งก็เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบต่อไป ในเรื่องของการดำเนินการตาม พรก.ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อศาลให้น้ำหนักว่าประเด็นเรื่องน้ำท่วมนั้นจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลก็ต้องโปรงใสและมีประสิทธิภาพในการทำงาน ตามกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งแม้เราจะเห็นว่าน่าจะออกเป็นกฎหมายตามปกติได้ แต่เมื่อผลเป็นเช่นนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องตรวจสอบต่อไป และรัฐบาลก็ต้องเร่งดำเนินการป้องกันจัดการเรื่องน้ำ เพราะถ้ายังช้าอยู่ก็ไม่ตรงกับเจตนารมณ์

                  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลฟังเสียงทุกฝ่ายว่าถ้าใช้ฝ่ายนิติบัญญัติให้เป็นประโยชน์ก็จะได้ความเห็นประกอบที่มีความรอบคอบ ถ้วนถี่ มีความสมบูรณ์ และมีการยอมรับกว้างขวาง แต่ถ้าคิดว่ามีเสียงข้างมากอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องรับฟังก็ทำได้ แต่ก็จะเกิดท่ามกลางความแคลงใจหลายฝ่าย ทั้งนี้ขอให้รัฐบาลแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่ากองทุนคุ้มครองเงินฝากของสถาบันการเงิน เมื่อมีเงินต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาลจะมีหลักประกันใดกับผู้ฝากเงิน และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะติดตามผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนต่อไป

ปลัดคลังเตรียมเสนอแผนร้องรับต่อรมว.

                 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงการคลังได้เตรียมกระบวนการรองรับไว้พร้อมแล้ว โดยหลังจากนี้จะนำเสนอแผนและกรอบการดำเนินงานให้รมว.คลังนำเข้าพิจารณาในการประชุมครม.โดยเร็วที่สุด หลังจากนี้เชื่อว่าการดำเนินการของภาครัฐจะสร้างความมั่นใจให้นักทุน จะดำเนินการอย่างมีวินัยการเงินการคลัง และจะไม่เป็นการใช้จ่ายเกินตัวของภาครัฐ โดยการกู้เงินจะมีความสอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วนโดยคาดว่าจะเป็นการกู้เงินในสกุลเงินบาท เพื่อนำมาใช้รองรับการวางระบบการป้องกันอุทกภัยภายในประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาล อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังมีแผนดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งทำงานเพื่อเสริมความมั่นใจให้นักลงทุน และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบลงทุนของประเทศ

 

 

ขอบคุณภาพ : democracyforlife.com