ข่าว

'มาร์ค'ข้องใจ'เหลิม'ชวนดีเบตรธน.

'มาร์ค'ข้องใจ'เหลิม'ชวนดีเบตรธน.

22 ก.พ. 2555

'อภิสิทธิ์' ข้องใจ 'เฉลิม' ชวนดีเบต รธน. ชี้จับตาใบเสร็จ กม.ปรองดองปั๊มตราดูไบ พานายใหญ่กลับบ้าน เห็นด้วยยืดเวลาแก้รัฐธรรมนูญรอภาคปชช. ห่วงกองทุนสตรีเลือกข้าง

                 22 ก.พ.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ท้าดีเบตรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิม กินยาอะไร ไม่ทราบว่ามาท้าดีเบตกันเรื่องอะไร เพราะหากรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็ต้องมีการอภิปรายกันอยู่แล้ว และตนก็ไม่ได้ไปไหน แล้วความจริงเรื่องดีเบต ตนก็ได้ท้าแล้ว ตนชวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดีเบตตั้งแต่ตอนหาเสียง แต่ก็ไม่เห็นยอมมา ร.ต.อ.เฉลิมก็พูดไปเรื่อย ไม่ทราบว่าพูดไปกี่เรื่องแล้วที่ออกมาแล้วไม่จริงตามนั้น

 

จับตาใบเสร็จกฎหมายปรองดองปั๊มตราดูไบ

 

                 เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม ปราศรัยบนเวทีที่ จ.อุดรธานี ระบุว่าหลังแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ จะออกกฎหมายปรองดอง 6 มาตรา พา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน โดยจะให้ทุกคนได้ประโยชน์ ยกเว้นคนที่สั่งฆ่าเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้ไปดูให้ดีว่า คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตไปนั้นเป็นฝีมือใคร ร.ต.อ.เฉลิมอาจจะพูดจาขัดแย้งกันเองก็ได้ และการโยงรัฐธรรมนูญ กับการปรองดอง แล้วบอกว่าจะพาพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านนั้นมันน่าจะเป็นใบเสร็จ เพราะสุดท้ายขณะที่รัฐบาลพูดทั้งหมดเรื่องปรองดอง เรื่องการเมืองจะต้องปฏิรูป รัฐธรรมนูญจะต้องทำให้เป็นประชาธิปไตยนั้น เป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ

                 “เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ อันนี้ใบเสร็จนะครับว่า คุณไม่ก้าวข้ามคุณทักษิณ ในขณะที่พยายามมากล่าวหาฝ่ายค้าน ผมบอกว่าฝ่ายค้านวันนี้คุณอยู่เฉย ๆ ไม่มีใครมาสนใจเรื่องคุณทักษิณหรอกครับ เขาอยากให้มาสนใจเรื่องปากท้อง อยากให้มาสนใจเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ไม่ใช่มาเล่นการเมืองกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นใบเสร็จนะครับว่า กระบวนการทั้งหมดที่เป็นพรรคเพื่อไทย จะเป็นเสื้อแดง สื่อบางฉบับร่วมด้วยก็มีตรงนี้เท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

เห็นด้วยยืดเวลาแก้รัฐธรรมนูญรอภาคประชาชน

 

                 ส่วนที่คณะกรรมการ คปก.ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาให้ชะลอการแก้รัฐธรรมนูญออกไปก่อน โดยให้รอร่างฯ ของประชาชนก่อนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้กลายเป็นว่าร่างฯ ของรัฐบาลจะได้พิจารณาแทนร่างฯ ของภาคประชาชน ซึ่งตนเคยพูดแล้วว่า กระบวนการเสนอของประชาชนจะกลายเป็นการถูกยืมมือหรือเป็นเครื่องมือหรืออย่างไร เพราะว่ารัฐบาลบอกที่แก้ไข ก็เพราะประชาชนเสนอ แต่ทำไปทำมาแล้วรัฐบาลได้เสนอ แต่ประชาชนไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่ตนมองว่าน่าจะรอให้ทางกฎหมายของภาคประชาชนเข้ามาด้วย ก็เหมาะสม เขาจะเข้าชื่อกันมากี่หมื่นคนก็แล้วแต่ เขาก็ควรจะมีสิทธิ์ และเห็นด้วยกับการกำหนดกรอบเวลาที่ควรจะยาวกว่า 180 วัน เพราะกรอบ 180 วันเป็นกรอบเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยกำหนดกันมา เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีความละเอียดรอบคอบ หากเขียนพลาดไปแค่วรรคเดียว อาจทำให้วุ่นวายต่อบ้านเมืองได้

                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงข้อตกลงของวิป 2 ฝ่ายในการกำหนดวันเวลาในการอภิปรายในสภา 2 วันว่า ฝ่ายค้านไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย และก็ต้องว่าไปตามความเป็นจริง หากจะช้าไปวันสองวันก็ไม่แปลก เพราะคนในรัฐบาลไม่เคยออกมาตอบคำถามว่า มาตราไหนในรัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข ดังนั้นฝ่ายค้านคงจะต้องดูว่ามีผู้ประสงค์จะอภิปรายมากน้อยแค่ไหน หากช้าไป 1-2 วัน คงไม่ได้ส่งผลอะไรมากมาย เพราะว่าเรื่องนี้ถามว่าเร่งด่วนขนาดไหนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่เห็นมีใครตอบได้ว่า มาตราไหนที่มันเร่งด่วน ที่จะต้องเร่งแก้ไข

 

ห่วงกองทุนสตรีเลือกข้าง ซ้ำเติมความขัดแย้ง

                 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกองทุนพัฒนาสตรีว่า ตนสนับสนุนในเรื่องการพัฒนาสตรี และเห็นด้วยกับการมีกองทุนนี้ แต่ควรจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เงินให้ชัดเจน และทำให้เป็นเรื่องของการพัฒนาสตรีจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องของการเมือง และขณะนี้ก็มีข่าวเข้ามาจากหลายพื้นที่ว่าการจัดสรรกองทุนเป็นเรื่องของการให้พวก หรือให้ฝ่ายตนเองในภาวะที่สังคมยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้จริง กองทุนนี้ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความแตกแยก เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำว่า ไม่เอากองทุนตัวนี้ไปทำให้เกิดความขัดแย้ง และวางหลักเกณฑ์ให้ดีเพื่อให้งานการพัฒนาสตรีเดินหน้าได้

 

'อภิสิทธิ์'ขอความโปร่งใสกรอบเงินช่วยเหลือเอกชน

                 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเงินช่วยเหลือภาคเอกชน ในการสร้างเขื่อนรอบนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งของรัฐบาลว่า ปัญหายังวนเวียนอยู่ที่การบริหารจัดการ แต่ไม่ใช่ประเด็นเรื่องการออก พรก. เพราะการให้เงินช่วยเหลือภาคเอกชน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่จะปล่อยเป็นเงินกู้โดยธนาคาร ซึ่งยังติดปัญหาเรื่องการคืนเงิน และส่วนที่ 2 เป็นส่วนของเงินช่วยเหลือจากภาครัฐแบบให้เปล่า ซึ่งต้องหาวิธีการใช้เงินงบประมาณไปช่วยเหลือภาคเอกชนให้เท่าเทียม และโปร่งใส ทั้งนี้สำคัญว่าจะทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อยู่ที่ประเด็นว่าจะออกเป็นพรก. หรือไม่ เพราะเรื่องเงินให้เปล่าจะต้องบอกให้ชัดว่าเอาไปให้กับทางเอกชนเขาได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นหากหมู่บ้านจัดสรรบอกอยากจะมีเขื่อนบ้างรัฐบาลจะช่วยหรือไม่ และรัฐบาลจะตรวจสอบเรื่องแบบและราคาที่เหมาะสมอย่างไร เพราะทำท่าเหมือนจะไม่ได้เป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐเลย
เซ็งรัฐเอาแต่มุ่งตีปี๊บเม็ดเงิน

                 นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการประชุมครม.สัญจรว่า จะเห็นว่าเวลาไปประชุมก็จะมีการบอกว่าจะมีงบประมาณลงไป แต่ว่ากระบวนการในการทำงาน การบริหารจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นภาพปรากฎออกมา เราเคยเห็นกรณีนี้ตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งประเด็นก็คือว่าโครงการมันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น มันต้องมีการจัดลำดับความสำคัญให้อยู่ในกรอบของงบประมาณ ให้อยู่ในกรอบของเงินกู้ ถ้ากรณีที่จะกู้เงินมา ตรงนี้ต่างหากคือของจริง