
โจรใต้เหิมบึ้มทางเลียบรถไฟทหารเจ็บ3
โจรใต้เหิมหนักลอบวางระเบิดทางเลียบรถไฟเส้นทางระหว่างเจาะไอร้อง-ป่าไผ่ หวังสังหารทหารพรานชุดลาดตระเวน กรมทหารพราน 45บาดเจ็บ 3 นาย ด้านผบ.ทบ.ชี้ โจรใต้เร่งก่อเหตุเพื่อให้องค์กรต่างชาติแทรก
เมื่อเวลา 09.10 น.วันที่ 22 ก.พ.55 เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร สภ.เจาะไอร้อง ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่บริเวณ ทางเลียบรถไฟ เส้นทางระหว่างเจาะไอร้อง-ป่าไผ่ บริเวณ หัวสะพาน บ้านลูโบ๊ะเยาะ หมู่ 7 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพราน 45 ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุด เก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด นปพ.เจ้าหน้าที่วิทยาการพิสูจน์หลักฐาน นราธิวาส เข้าตรวจสอบ พบเศษชิ้นส่วนระเบิดกระจายอยู่ทั่วพื้นบริเวณเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก.นำไปฝังไว้ในพงหญ้าริมถนนทางเลียบรถไฟจุดฉนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4502และ ร้อย ทพ.4504 กรมทหารพราน 45 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ นำกำลังออกลาดตระเวนเดินเท้า รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางเลียบรถไฟ จึงถูกคนร้าย ซึ่งคาดว่าแอบซุ้มดูอยู่ใกล้ๆ ได้จุดฉนวนระเบิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ สิ้นเสียงระเบิดพบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย ทราบชื่อคือ 1.อส.ทพ.พรชัย เรืองอรุณ 2.อส.ทพ.อรุณ สวยสด 3.อส.ทพ.มนตรี ไกรปราบ ทั้งหมดถูกนำตัวส่ง รพ.เจาะไอร้อง ส่วนสาเหตุเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ผบ.ทบ. ชี้ โจรใต้เร่งก่อเหตุเพื่อให้องค์กรต่างชาติแทรก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า การแก้ไขปัญหามีความก้าวหน้ามาตามลำดับ ที่ผ่านมาสามารถจับกุมคนก่อเหตุได้หลายคน แต่เราไม่อยากเสนอข่าว เพราะจะถูกมองว่าสถานการณ์รุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามกฎหมายทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ทำให้การปฏิบัติงานได้ผลคือ การใช้กฎหมายพิเศษในบางกรณี ทั้งนี้การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งในการแก้ปัญหาบุคคล 2 สัญชาติ รวมถึงการก่อเหตุความรุนแรงในประเทศไทย ถือเป็นแนวโน้มที่ดี แต่ประเด็นสำคัญคือการแก้ปัญหาโดยสันติ โดยทางมาเลเซียได้บอกว่า ถ้าชนะการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ win heart and mind คือ การเอาชนะด้วยจิตใจและหัวใจของชาวใต้ ซึ่งที่ผ่านมาทำอยู่แล้วคือ การใช้แนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
“การทำงานที่ผ่านมาขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ แต่การทำงานต้องมีข้อขัดข้องบ้าง ในเรื่องความไม่เข้าใจทางด้านการสื่อสาร แต่ทุกคนได้รับการฝึกมาดีพอสมควร เช่น ทหารพราน ทหารหลัก ไม่มีใครส่งกำลังพลไปโดยไม่ได้รับการฝึก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดี แต่ยมอรับมีอยู่บ้างที่ไม่ดี ก็ต้องคัดออกไป เพราะมีทุกองค์กร ขอให้เห็นใจ ไม่ใช่เหมาร่วมว่าทหารลงไปแล้วไม่ดี ถ้าไม่มีทหารจะอยู่กันอย่างไร ทั้งๆที่ทหารลงไปดูความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน 2 ล้านคน ใน 37 อำเภอ” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า กลุ่มก่อเหตุไม่ต้องการนำกำลังมาตั้งด่านสู้กับทหาร เพียงแต่ต้องการลอบทำร้ายทหารไปเรื่อยๆ เพื่อกระพือข่าวให้สังคมโดยรวม และให้องค์กรสากลเข้ามาเกี่ยวข้องดูแล มีตัวอย่างในประเทศข้างเคียง เราอย่าไปหลงทาง เราต้องใช้กำหมายที่มีอยู่ให้มีความเข้มแข็ง การต่อสู้ทางความคิดต้องใช้เวลานาน เพราะเป็นการสู้ด้วยสติปัญญา ไม่ใช่จับโจปล้นร้านทอง วัน 2 วันจับได้ เราต่อสู้ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เพราะถูกจับตามองในทุกๆเรื่อง
ทลายรังโจรใต้กลางเขาพบอุปกรณ์เสบียงเพียบ
พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 พ.อ.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 พ.ต.ชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฎิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายซ่องสุมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ หมู่ 2 บ.กูเบ ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 และเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้น ซึ่งสามารถตรวจยึดอุปกรณ์ยังชีพ เครื่องสนามได้เป็นจำนวนมาก
พ.อ.ธนุตม์ กล่าวว่า ภายหลังที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายหัมดี โตะลูโบะ อายุ 27 ปี สมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการ กลุ่มของนายฮามดี สะอะ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนำตัวนายหัมดี เข้ากระบวนการซักถาม ก็ได้ให้การเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ โดยได้แจ้งพิกัดที่ใช้หลบซ่อนตัวหลังจากก่อเหตุ อยู่ในถ้ำ เขายะลา หรือเขายาลอ ที่หมู่ 2 บ.กูเบ ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้สนธิกำลังตำรวจทหาร เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว
“หลังจากเข้าทำการตรวจค้นภายในถ้ำดังกล่าว เจ้าหน้าที่ก็พบวัตถุพยานจำนวนหลายรายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ในการดำรงชีพ ข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป รวมทั้งอุปกรณ์ในการปรุงอาหารจำนวนหลายสิบรายการ นอกจากนั้นยังพบเสื้อผ้า เป้สนาม ผ้าเต้นท์ รวมทั้งแผงโซล่าเซล ที่ใช้สำหรับชาร์ตไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จึงได้ทำการตรวจยึดของทั้งหมด ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ ต่อไป” ผบ.ฉก.ยะลา 11 กล่าว
พ.อ.ธนุตม์ กล่าวต่อว่า ผลจากการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่สามารถจับกุมตัวนายหัมดี โตะลูโบะ ได้นั้นก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ในการให้เบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ โดยนายหัมดี ที่ควบคุมตัวทางด้านการข่าวเชื่อว่ามีส่วนร่วมในการลอบวางระเบิดทหารพราน ที่บ้านจันเรียน หมู่ 2 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 ตค 54 ที่ผ่านมา และมีส่วนร่วมในการปฎิบัติการลอบทำร้ายพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูป บาดเจ็บ 2 รูป ที่โค้งวัดหน้าถ้ำ ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2547 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มก่อเหตุรุนแรงกลุ่มนี้ ยังมีนายรอมือลี มีซา อายุ 25 ปี สมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการ ที่รับผิดชอบก่อเหตุรุนแรงในเขตเทศบาลนครยะลา และในเขต จ.ยะลา รวมทั้งนายนูรฮีซัม วามิ อายุ 35 ปี สมาชิกกลุ่มก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการที่มีหมายจับในคดีความมั่นคงมากถึง 4 หมายจับ ร่วมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โดยทั้งหมดขณะนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการติดตาม ประกบตัวเพื่อจับกุมแล้ว



