ข่าว

สางปมสติกเกอร์'SEJEAL'รหัสลับ!?

สางปมสติกเกอร์'SEJEAL'รหัสลับ!?

22 ก.พ. 2555

สางปมสติกเกอร์'SEJEAL'บอกทาง-พรางตัว-รหัสลับ!? : ทีมข่าวความมั่นคง รายงาน

              ยิ่งสาวลึกลงไปยิ่งมี "ปมปริศนา" ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคดีระเบิด 3 จุดในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 หลังมีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวไปอิหร่านไปแล้ว 5 ราย โดยมีตัวละคร และพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเบาะแสที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง คือสติกเกอร์คำว่า "SEJEAL" ที่ยึดได้จากห้องผู้ต้องหา และริมถนนที่ทะลุออกถนนสุขุมวิทได้
 
              สติกเกอร์ SEJEAL มีทั้งสิ้น 52 แผ่น ถูกแปะไว้รวม 27 จุด ตามเสาไฟฟ้า เสาป้ายโฆษณา ป้ายบอกทาง และตู้โทรศัพท์ โดยสันนิษฐานว่าน่าจะติดไว้บอกเส้นทางให้ชุดปฏิบัติการใช้สำหรับเดินทางไป "ลอบสังหาร" แต่ก็ยังไม่มีคำยืนยันเป็นทางการว่า อักษรชุดดังกล่าวเป็นภาษาใด และหมายความว่าอย่างไร !?
 
              ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด และก่อการร้ายสากลมองว่า คำว่า SEJEAL เป็นภาษาอิสราเอล หรือภาษาฮิบรู มีความหมายว่า "ไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย" ซึ่งอาจเป็นถ้อยคำที่ใช้รณรงค์ในระหว่างที่เกิดความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ
 
              "เส้นทางดังกล่าวสามารถทะลุไปยังแยกราชประสงค์ที่มีข่าวว่า นายเอฮุด บารัก รมว.กลาโหมอิสราเอล จะไปร่วมงานเลี้ยงของสถานทูตอิสราเอลที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเป็นข้อความต้อนรับ รมว.กลาโหมอิสราเอล โดยข้อความอาจสื่อถึงการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองประเทศ" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมให้ทัศนะ
 
              ส่วนที่มองว่าเป็นป้ายบอกทางและกำหนดจุดสังหารนั้น เขามองว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากป้ายดังกล่าวสะดุดตา มีขนาดใหญ่ และง่ายต่อการพบเห็นเกินไป โดยส่วนใหญ่สัญลักษณ์บอกทางหรือการกำหนดจุดสังหารในตะวันออกกลางหรือในภาคใต้จะมีอยู่ 2 แบบ คือ 1.ใช้ "ธง" สีต่างๆ ผูกไว้ตามเส้นทาง 2.ใช้สัญลักษณ์ "กากบาท" พ่นติดป้ายบอกทาง
 
              เมื่อถามว่า ถ้าเป็นสัญลักษณ์ของอิสราเอล เหตุใดจึงตรวจพบสติกเกอร์ลักษณะเดียวกันที่ห้องผู้ต้องหาชาวอิหร่านด้วย ผู้เชี่ยวชาญรายนี้มองว่า การข่าวของชุดปฏิบัติการคงทราบว่า ในวันดังกล่าวมีการใช้สัญลักษณ์ชนิดนี้ในการต้อนรับเป้าหมาย จึงมีการทำเลียนแบบไว้เพื่อใช้ "พรางตัว" ปะปนกับกลุ่มเป้าหมาย ก่อนจะลงมือสังหาร
 
              ทว่า พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง นักวิชาการความมั่นคง กลับเห็นพ้องกับข้อสันนิษฐานของตำรวจว่า สัญลักษณ์ดังกล่าวน่าจะเป็น "ป้ายบอกทาง" ธรรมดา เพราะคนอิหร่านที่เพิ่งเดินทางมาประเทศไทยคงไม่รู้เส้นทาง จึงต้องทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อหลบหนีในกรณีฉุกเฉิน
 
              "สมัยก่อนที่ผมปฏิบัติการในป่าดงดิบ ในเวลากลางคืน และไม่มีจีพีเอส ผมก็จะใช้วิธีใช้ไซรินจ์ดูดสารเรืองแสงไปแปะไว้ตามต้นไม้ตามทางที่ผ่าน พอเวลากลับก็จะสังเกตจากสารดังกล่าวทำให้สามารถเดินทางกลับได้ถูก นี่เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเข้าหรือออกพื้นที่ในกรณีฉุกเฉิน" พ.อ.ดร.ธีรนันท์กล่าว
 
              ขณะที่เจ้าหน้าที่การข่าวของไทยรายหนึ่งมองว่า ศัพท์ดังกล่าวเป็น "รหัสลับ" ที่รู้กันเฉพาะชุดปฏิบัติการ เพื่อใช้บอกเส้นทางให้ชุดปฏิบัติการลงมือ โดยจากการสืบสวนทราบว่า เป็นศัพท์ภาษา "ฟาร์ซี" หรือ "อิหร่าน" ที่แปลว่า "ยิงจรวดใส่ศัตรู"
 
              "สังเกตว่าจุดที่แปะสติกเกอร์อยู่ใกล้กับจุดที่ รมว.กลาโหมอิสราเอล มีข่าวว่าจะมาร่วมงานเลี้ยงสถานทูตอิสราเอล ซึ่งเส้นทางนี้อาจเป็นเส้นทางลับหรือเส้นทาง นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางที่ใกล้ทางด่วน รถไฟฟ้า และทะลุได้หลายเส้นทาง เหมาะแก่การหลบหนีมาก" เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุ
 
              ด้าน ดร.ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้ว่า คำว่า SEJEAL ที่อาจจะอ่านว่า "ซีเจล" ใกล้เคียงกับคำที่อยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า "ซิจญีล" ซึ่งมีผู้ที่พยายามเชื่อมโยงว่า การลงมือดังกล่าวใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาอิสลาม
 
              สำหรับที่มาของศัพท์คำว่า "ซิจญีล" มาจากตำนานในคัมภีร์อัลกุรอานว่า ในยุคก่อนศาสดานบี มุฮัมหมัด นับพันปีได้มีกองทัพอธรรมนำทัพช้างบุกเข้ามาจะทำลายวิหารกะบะห์ที่นครเมกกะ พระเจ้าจึงทรงส่งฝูงนกโยนก้อนดินและก้อนหินเข้ามาทำลายกองทัพช้าง
 
              กองทัพอิหร่านจึงได้นำชื่อของตำนานดังกล่าวมาตั้งชื่อเป็น "ขีปนาวุธ" ของตัวเอง ซึ่งเข้าใจว่า ใช้ตัวสะกดในภาษาอังกฤษต่างจากที่พบในสติกเกอร์ แต่ถือว่าใกล้เคียงกัน
 
              ดร.ศราวุฒิตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นฝีมือของอิหร่านจริง เหตุใดจึงต้องตั้งชื่อรหัสให้โยงมาถึงตัวเองเพื่อให้สาวถึงได้ง่ายเช่นนี้ และถ้ามองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นฝีมือของ "ศัตรู" ของอิหร่าน และโยนความผิดหรือชี้เป้ามาที่อิหร่านก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะการปฏิบัติการลับเช่นนี้คงไม่มีใครทิ้งร่องรอยที่เปิดเผยตัวตนของตัวเองชัดเจนถึงขนาดนี้
 
              ทั้งนี้ จากการสืบค้นของทีมข่าว "คม ชัด ลึก" พบว่า ขีปนาวุธของอิหร่านมีชื่อว่า "Sejil"  หรือเขียนอีกแบบว่า "Sejjil" เป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง ชนิดพื้นสู่พื้นแบบ 2 ขั้นตอน
 
              โดยนายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ประธานาธิบดีอิหร่านเคยประกาศเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ว่า อิหร่านประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบ Sejil-2 ที่มีพิสัยยิงไกล 2,000-2,510 กิโลเมตร ไกลที่สุดในคลังสรรพาวุธของอิหร่าน
 
              ขีปนาวุธ Sejil สามารถยิงไปไกลถึงดินแดนของอิสราเอล และเลยไปถึงดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรปได้สบายๆ
 
              ดร.อณัส อมาตยกุล อาจารย์ประจำภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางอีกรายมองสอดคล้องกัน โดยอยากให้มองเหตุการณ์ให้ลึกซึ้ง และลองตั้งคำถามว่า ถ้าอิหร่านจะทำ เหตุใดจึงทิ้งร่องรอยที่บ่งบอกถึงตัวเองขนาดนี้
 
              "สมมุติว่า หน่วยสืบราชการลับของไทยไปปฏิบัติการในต่างประเทศ แล้วติดสติกเกอร์คำว่า บางระจัน ถามว่าเป็นเรา เราจะทำแบบนั้นไหม เพราะมันคงหมายถึงประเทศอื่นไม่ได้ นอกจากประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าคนที่วางแผนคงจะมีสติปัญญาพอสมควร คงไม่คิดอะไรตื้นๆ แบบนี้" ดร.อณัสกล่าว
 
              ดร.อณัสระบุว่า จริงๆ แล้วภาษาอาหรับกับภาษายิวก็มาจากต้นรากเดียวกัน และศัพท์ส่วนใหญ่ก็ใกล้เคียงกันมาก เปรียบเทียบว่าเหมือนกับภาษาไทยกลางกับไทยเหนือ หรือภาษาไทยกับภาษาลาว ซึ่งส่วนใหญ่คำศัพท์ใกล้เคียงกันมาก มีบางตัวเท่านั้นที่อ่านเพี้ยนไปบ้าง แต่โดยรวม คือสื่อสารกันรู้เรื่อง โดยที่ไม่ต้องแปล
 
              ดังนั้น ไม่ว่าศัพท์ดังกล่าวจะมาจากยิว อาหรับ หรือเปอร์เซีย ก็ไม่น่าสนใจเท่ากับว่า ฝ่ายที่ลงมือหวังผลเพื่ออะไร ที่สำคัญที่สุด คือไทยอย่าตกเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

.........

(หมายเหตุ : สางปมสติกเกอร์'SEJEAL'บอกทาง-พรางตัว-รหัสลับ!? : ทีมข่าวความมั่นคง รายงาน)