ข่าว

 เล่ห์!แท็กซี่โฉด'แจกเบอร์-ตีสนิท'

เล่ห์!แท็กซี่โฉด'แจกเบอร์-ตีสนิท'

22 ก.พ. 2555

เล่ห์...แท็กซี่โฉด'แจกเบอร์-ตีสนิท' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

              พิษภัยอันตรายจาก "มารสังคม" เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา บางครั้งก็อาจคืบคลานเข้ามาถึงคนใกล้ชิด คนรู้จัก และแม้กระทั่งตัวเอง ...เพียงความไว้วางใจที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที แต่อาจกลายเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่ต้องจดจำไปชั่วชีวิต!!
 
              เชื่อว่า หลายคนอาจเคยเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้บริการแท็กซี่ แต่คงไม่เลวร้ายเท่ากับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ "นายแก้ว สังข์เมือง" โชเฟอร์แท็กซี่วัย 43 ปี ผู้ที่อ้างว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวีจากการที่ไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดไส้ติ่ง แต่แพทย์แจ้งว่าเขาติดเชื้อโรคร้ายไม่สามารถผ่าตัดได้...วินาทีนั้น เขารับรู้มาตลอดว่าเขาติดเชื้อโรคร้ายโดยที่ไม่ได้ไปตรวจเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง แต่เขาก็ทำเรื่องที่เลวร้ายและทำร้ายจิตใจผู้หญิงนับสิบราย โดยอ้างว่าใช้ "ถุงยางอนามัย" ทุกครั้ง 
 
              พฤติกรรมของแท็กซี่รายนี้ มักใช้วาจาหลอกล่อ ตลอดจนใช้กำลังข่มขู่ให้หญิงสาวบำเรอกาม แต่บางรายไม่สบโอกาสก็จ้องที่ลักทรัพย์แทน แต่สุดท้ายกรรมก็ตามทัน ด้วย "ความโลภ" ของตัวเอง เมื่อ นายแก้ว ขโมย "โน้ตบุ๊ก" จากลูกค้าสาวขาประจำ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากเธอโทรศัพท์เรียกใช้บริการแท็กซี่จากนายแก้ว บริเวณปากซอยราชวิถี 1 ให้ขับรถแท็กซี่ไปส่งที่สถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อถึงที่หมายโชเฟอร์แท็กซี่ กุลีกุจอรีบไปช่วยยกของ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นโน้ตบุ๊ก จึงทำเนียนยัดไว้ใต้เบาะที่นั่ง แล้วขับรถแท็กซี่ออกไป
 
              เพียงไม่นาน ผู้โดยสารขาประจำก็โทรศัพท์มาสอบถามว่าเห็นโน้ตบุ๊กของเธอหรือไม่ ได้รับเพียงคำ "ปฏิเสธ" พอคล้อยหลังไป 3 วัน สันดานโจรเริ่มออก..นายแก้ว กลับโทรศัพท์มาแจ้งกลับมาว่า "อยากได้โน้ตบุ๊กคืนให้เอาเงิน 6 พันมาไถ่คืน" แล้วเรื่องก็ถึงตำรวจซ้อนแผนจับกุม "แท็กซี่โฉด" ได้ในที่สุด
 
              เมื่อตำรวจตรวจค้นรถแท็กซี่ พบบัตรประชาชนผู้เสียหาย 9 ใบ ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 22 ซิม และเอกสารต่างๆ ของบุคคลอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อสอบถามถึงที่มาของบัตรประชาชน นายแก้ว ไม่ยอมปริปากบอก ชุดสืบสวนจึงนำบัตรประชาชนหญิงสาวที่พบไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อติดต่อกับเจ้าของบัตร และสอบถามจากเจ้าของบัตร ได้ความว่า เคยถูกแท็กซี่หลอกเอาเงิน ชิงทรัพย์ ตลอดจนถูกข่มขืน สุดท้ายจนมุมจึงยอมรับสารภาพ
 
              "ผมจะออกขับรถแท็กซี่ในย่านห้วยขวาง รัชดาฯ ลาดพร้าว ช่วงเวลาตี 5 ถึง 2 ทุ่ม ระหว่างที่รับผู้โดยสารจะพูดคุยจีบผู้โดยสาร บอกว่าจะให้เงิน หากผู้โดยสารยอมก็จะพาเข้าโรงแรม หลังเสร็จกิจจะหลบหนีพร้อมกับเอาทรัพย์สินของเหยื่อไปด้วย หากไม่ยอมจะใช้มีดจี้ชิงทรัพย์และข่มขืน" นายแก้วให้ปากคำกับตำรวจ
 
              ส่วนวิธีการล่อลวงเหยื่อของแท็กซี่รายนี้ มักใช้วิธี "อัฐยายซื้อขนมยาย" ด้วยการใช้ทรัพย์สินที่ชิงได้จากเหยื่อรายอื่น มาลวงเหยื่ออีกราย อาทิ หลอกให้เหยื่อไปช่วยกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม (บัตรเอทีเอ็มของเหยื่ออีกราย) โดยให้เหยื่อทิ้งทรัพย์สินของมีค่าไว้ในรถ แล้วก็ขับรถหนีไป
 
              "หากนายแก้วเห็นผู้โดยสารเป็นหญิงสาว อายุระหว่าง 18-22 ปี ก็จะทำตีสนิทชวนหลอกล่อต่างๆ นานา จากนั้นจะขอแลกเบอร์โทรศัพท์ โดยอ้างว่า หากเหยื่อจะเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จะได้ติดต่อให้มารับได้ จนกระทั่งมีการติดต่อกันจนเกิดความสนิทสนม ผู้ต้องหาก็จะชวนเหยื่อไปรับประทานอาหาร หลอกเหยื่อไปร่วมหลับนอน หากเหยื่อไม่ยอมจะใช้มีดจี้บังคับขืนใจ หากเหยื่อคนไหนยอม หลังเสร็จกิจแล้วก็ขับรถทำทีพาเหยื่อกลับไปส่งบ้าน ระหว่างทางก็ลวงให้เหยื่อลงไปกดเอทีเอ็ม" พ.ต.ท.กฤษณะ สุนันทะ สารวัตรสืบสวน สน.พญาไท บอกถึงเล่ห์ของโชเฟอร์แท็กซี่
 
              ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. แนะนำวิธีป้องกันเหตุจากแท็กซี่ว่า หากคนร้ายเป็นคนขับแท็กซี่ ใช้อาวุธในการข่มขู่เพื่อต้องการทรัพย์สิน คงป้องกันได้ยาก มีวิธีแก้คือ อย่าพกทรัพย์สินหรือของมีค่าติดตัวไปมาก แต่ให้จดจำหมายเลขทะเบียนรถ ตำหนิรูปพรรณของคนร้ายที่ขับแท็กซี่ เพราะหากต่อสู้ อาจได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งนี้ ภัยจากรถแท็กซี่นั้น ผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรี เวลาเรียกแท็กซี่ ต้องดูหน้าตาของคนขับว่าน่าไว้วางใจหรือไม่ และเวลาคนขับแท็กซี่ให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อเพื่อให้ใช้บริการคราวหลังก็ควรที่จะรับไว้ แต่หากคนขับแท็กซี่โทรศัพท์กลับมาหา เพื่อชักชวนออกไปข้างนอกก็ไม่สมควรที่จะไป เพราะอาจเกิดเหตุร้ายได้
 
              "ส่วนอีกวิธีหนึ่ง หากนั่งอยู่บนแท็กซี่ที่ไม่น่าไว้ใจ ควรโทรศัพท์หาพ่อแม่ ญาติ หรือผู้ปกครอง ว่าเรานั่งอยู่บนแท็กซี่ หมายเลขรถทะเบียนอะไร สีอะไร และกำลังจะเดินทางไปไหน ก็อาจจะหยุดยั้งไม่ให้คนขับแท็กซี่ ซึ่งอาจกำลังคิดมิดีมิร้าย ไม่กล้าลงมือหรือหยุดการกระทำ" พล.ต.ต.สาโรจน์  แนะนำ

.......

(หมายเหตุ : เล่ห์...แท็กซี่โฉด'แจกเบอร์-ตีสนิท' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)