
'หลากสี'ม็อบต้านแก้รธน.คาดไม่แรง
สภาฯประเมิน เสื้อหลากสี ชุมนุมต้านแก้ รธน. ไม่รุนแรง เพื่อไทยกำชับ ส.ส.พร้อมรับมือฝ่ายค้านป่วน "บุญยอด" จี้ถามจุดยืน "เสื้อแดง" ปล่อย 60,000 รายชื่อเคว้ง ภท.ลั่นห้ามแตะ3หมวด
21ก.พ.2555 นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบอาคารรัฐสภา ในวันที่ 23 ก.พ. ที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้ว่า จะมีเฉพาะกลุ่มคนเสื้อหลากสีเท่านั้นที่จะมาชุมนุมบริเวณด้านหน้ารัฐสภา และกลุ่มดังกล่าวนั้นโดยปกติมีวิธีการชุมนุมแบบอหิงสา ดังนั้นจึงไม่น่ามีความกังวล เบื้องต้นอาจขอความร่วมมือให้ชุมนุมในพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจราจร ทั้งนี้จะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ให้เข้ามาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ด้วย
เพื่อไทยกำชับส.ส.รับมือฝ่ายค้านป่วน
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังประชุมพรรค ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 23-24 ก.พ.นี้ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้เลือกตั้ง สสร.โดยประธานที่ประชุมได้แจ้งว่า วิปรัฐบาลได้ขอความร่วมมือในการพิจารณาเข้าร่วมประชุม เนื่องจากเป็นห่วงองค์ประชุมไม่ครบและเกรงการตีรวนจากพรรคฝ่ายค้าน จึงขอให้ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยอีกทั้งขอให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีความอดทน เพื่อให้การประชุมพิจารณาสัมฤทธิ์ผลเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย สำหรับเวลาในการอภิปรายวิปรัฐบาลได้แจ้งว่า ฝ่ายรัฐบาลได้เวลา 8 ชั่วโมง ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมงและวุฒิสภา 8 ชั่วโมง ซึ่งในส่วนของรัฐบาลที่เป็นผู้เสนอร่างจะใช้เวลาเสนอ1ชั่วโมง30นาทีและในส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็ได้เวลาเช่นเดียวด้วย
เมิน“ประชาธิปัตย์”ไม่ร่วมเผยมีแผนรองรับ
ทั้งนี้หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็น กมธ.ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ประชาชนจะได้เห็นธาตุแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการแก้ไข รธน.ทั้งฉบับ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ขึ้นอยู่ สสร.ทั้ง 99 คน ที่จะเลือกตั้งขึ้นมา พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่เห็นเนื้อหาสาระแต่กลับปฎิเสธ และยอมรับ อย่างไรก็ดี วิปรัฐบาลได้ประสานพรรคร่วมรัฐบาล หากฝ่ายค้านวอล์คเอ้าทไม่ร่วมพิจารณาในการตั้ง กมธ.ร่วมฯ จำนวน 45 คน ตามสัดส่วน ถ้าไม่มีฝ่ายค้านก็อาจจะเสนอให้แก้ไขข้อบังคับการประชุมเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมจะอยู่ในรัฐธรรมนูญใหม่ลำบาก ต้องคิดหนัก หากมีการเลือกตั้งใหม่ ประชาชนจะพิพากษาเอง เพราะประชาธิปัตย์เป็นปฎิปักษ์ กับประชาชน ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะใช้วิธีเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตราของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขณะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย แต่ได้มีการเสนอตั้ง ส.ส.งูเห่าจากพรรคเพื่อไทยไปเป็น กมธ.ร่วมฯในการพิจารณา
ชี้10อรหันต์กลุ่มอำนาจเก่า
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตั้งคณะที่ปรึกษา 10คนเพื่อติดตามพิจารณาข้อเสนอแนะในประเด็นที่ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตนเห็นแล้วไม่มั่นใจและไม่ไว้ใจ ดูรายชื่อแล้วไม่สบายใจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้แต่งตั้งมา ไม่ว่า นายนรนิติ เศรษฐบุตร นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีต รมต.สมัย คมช.และนักวิชาการอีก 6-7 คน ซึ่งส่วนใหญ่การแสดงจุดยืนจะอยู่ฝ่ายตรงข้างกับประชาธิปไตยและกลุ่มที่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ50 การที่จะไปเสนอทางออกให้ประเทศ น่าจะเป็นทางตันมากกว่า เพราะเป็นคนที่มาจาก คมช.และรัฐบาลรัฐประหารเข้ามาชี้แนะจะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ และไม่ลดความขัดแย้งกลุ่มการเมืองได้ จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ควรจะแต่งตั้งคนที่ดี เด่น ดังและมีจำนวนมากกว่านี้ ควรมีความหลากหลายเพราะเท่าที่ดูคนเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มอำนาจเก่าทั้งสิ้น
จี้ตรวจสอบ"กลุ่มกรีน"เอื้อกลุ่มการเมือง
ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับสอบจริยธรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่กลุ่มกรีนได้ยื่นเรื่องให้สอบสวนนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สามารถทำได้ แต่อยากเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตรวจกลุ่มกรีนด้วย เพราะน่าสอดคล้องกับกลุ่มการเมืองและพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนมีการรับลูกซึ่งไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน แทนที่ควรตรวจการทุจริต เป็นการตรวจพฤติกรรมส่วนตัวซึ่งไปเอื้อบางกลุ่มบางพรรคหรือเปล่า เพราะสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลุ่มกรีน ไม่เคยออกมาตรวจสอบ แต่พอรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับออกมาตรวจในหลายเรื่อง เรื่องนี้น่าจะเป็นสองมาตรฐาน
ห่วง“ประชาธิปัตย์”ขยายผลพรก.2ฉบับ
นอกจากนี้ในที่ประชุม ได้มีส.ส.และสมาชิก เป็นห่วงการวินิจฉัย พรก.2 ฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาในวันที่ 22 ก.พ.ว่า หากมีผลออกมาในทางใดทางหนึ่ง ก็เกรงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะนำไปขยายผล ซึ่งรัฐบาลยังยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่ก็เคารพและยอมรับการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องของแต่ละฝ่ายจะพิจารณา หากมีผลไม่ผ่านก็ไม่ควรจะนำไปขยายเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล โดยเฉพาะพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและให้นายกฯลาออก ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้ยืนยัน ว่า ไม่เกี่ยวกันโดยเห็นว่าการออกพรก.เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่สามารถดำเนินการได้ ถ้าไม่ผ่าน ก็กลัวการแก้ปัญหาน้ำท่วมในปี 2555 จะล่าช้า ประชาชนจะเดือดร้อน โดยรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรับมือในการเสนอออกเป็น ร่าง พรบ.ต่อไป
“บุญยอด”จี้ถามจุดยืน“แดง”ปล่อย60,000 รายชื่อเคว้ง
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่า ตนทราบมาว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ชุดที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานได้ทำหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ เพื่อขอให้เลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไปก่อน โดยให้เหตุผล 3 ข้อ คือ 1.สสร.ควรมาจากสัดส่วน ตามจำนวนประชากรของแต่ละจังหวัด เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง สสร.ปี 40
2.ระยะเวลาในการให้ความรู้หรือสอบถามความคิดเห็น ทำประชามติต่าง ๆ ไม่ควรเร่งรัด โดยต้องกำหนดเวลาศึกษา ทำความเข้าใจไม่ต่ำกว่า 300 วัน ไม่ใช่ 180 วัน อย่างที่รัฐบาลกำหนด 3.เหตุใด จึงไม่รอพิจารณาร่วมกับร่างของประชาชนอีก 3 ร่าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งนี้อยากถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงรีบร้อน เร่งรัดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ โดยไม่มีการกำหนดประเด็น เพราะการแก้ไขแบบเปิดช่องให้แก้มาตร า291 เปรียบเสมือนการแก้ทั้งฉบับ ซึ่งก็ต้องตั้งคำถามว่าการทำเช่นนี้เป็นการทำเพื่อใครหรือไม่
นายบุญยอด กล่าวว่า ที่สำคัญหากเร่งรัดพิจารณาจะเป็นการตัดสิทธิ์การเสนอของร่างจากภาคประชาชนทั้งที่รัฐบาลอ้างมาตลอดว่าเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างน้อย 2 ร่างคือ 1.ร่างของนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย และร่างของกลุ่มนปช.ที่รวมรายชื่อจำนวน 60,000 รายชื่อ แต่พอถึงเวลาแกนนำทั้ง 2 กลับยอมที่จะถูกตัดร่างของประชาชนออกจากการร่วมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ทั้งที่หากนำร่างของประชาชนเข้ามาสมทบ ก็จะเป็นการเปิดให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญเข้าร่วมพิจารณาในครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มนปช.ยอมที่จะให้ร่างของตัวเองต้องตกไปก็เป็นที่น่าสังเกตว่ามีใครมาสั่งการให้ทำเช่นนั้นหรือไม่
ภท.ลั่นห้ามแตะ3หมวด"สถาบัน-ศาล-องค์กรอิสระ"
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยแถลงภายหลังการประชุม ส.ส. กรรมการบริหารพรรคว่า พรรคมีจุดยืนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะแก้ เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เนื่องจากรัฐบาลยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอีกมากเช่น การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ปัญหาด้านพลังงาน ราคาสินค้าเพิ่มสูง ดังนั้นจึงมีคำถามว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพราะขณะนี้มีปัญหาความขัดแย้งในหมู่ประชาชนมานานหลายปีแล้ว โดยเห็นได้จากมีสติ๊กเกอร์และเอกสารไปทั่วประเทศว่า ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ ย่อมแสดงว่า เวลาขณะนี้ยังไม่เหมาะสม
“เรายังพบว่า ประธานรัฐสภาเร่งรีบบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง คือ ร่างของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีร่างของประชาชนเสนอเข้ามาก่อนแล้ว 3 ร่าง ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่อ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก็เสร็จ สามารถรอได้ แต่ทำไมไม่รอ คำถาม คือ จะเอาร่างของประชาชนทั้ง 3 ร่าง ทิ้งไว้ที่ไหน นอกจากนี้การที่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( สสร.) มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งรวม 99 คน ในส่วนของการเลือกตั้งจะมั่นใจได้อย่างไร ไม่มีคนของพรรครัฐบาลเข้ามากำหนดทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ ถือเป็นพวกมากลากไป ไม่เป็นประชาธิปไตย ” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว และเสนอว่า
เราอยากได้คนที่มาร่างรัฐธรรมนูญเริ่มต้นควรจะมีความสะอาด อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ 10 คน ถ้าผู้เสนอร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจะไม่แตะต้องในประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.ไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ 2.จะไม่เข้าไปร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลทำให้สถาบันศาลได้รับผลกระทบจากกลุ่มที่มีอคติต่อสถาบัน โดยให้ศาลดำรงไว้ด้วยความสถิตยุติธรรมเป็นที่พึ่งได้เหมือนเดิม 3.ไม่ใช่กลไกแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญถูกเข้าไปแทรกแซงจนเสียความเป็นอิสระ หากผู้เสนอร่างยืนยันว่าจะไม่แตะทั้ง 3 อย่าง พรรคภูมิใจไทย พร้อมที่จะพิจารณาและรับฟังว่าพรรคจะไม่รับหรือไม่รับร่าง



