
ตร.มั่นใจอักษร'SEJEAL'พันแก๊งบึ้มกรุง
สอบเครียด "อิหร่านแก๊งบึ้มกรุง" 7 ชม. ยังปากแข็งอักษรปริศนาบน "สติ๊กเกอร์" ตร.มั่นใจพันผู้ต้องหาแน่ เตรียมยื่นฝากขังต่อศาล 22 ก.พ. สรุปสำนวนคดี "เลบานอน" เสร็จแล้วส่งอัยการ 22 ก.พ.เช่นกัน
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)คณะพนักงานสอบสวนนครบาล นำโดยพล.ต.ต.อนุชัย. เล็กบำรุง. รองผบช.น.นำทีมสอบปากคำนายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดกลางกรุงชาวอิหร่านนานกว่า 7 ชั่วโมง จากนั้นตำรวสายตรวจ(191) บก.สปพ. ได้ควบคุมตัวกลับไปควบคุมขังที่กองบังคับการกองปราบปราม ก่อนจะมีการนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันที่ 22 ก.พ.
พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธในทุกประเด็น รวมถึงเรื่องของสติ๊กเกอร์ที่ตรวจค้นติดตามสถานที่ต่างๆ ผู้ต้องหาก็ไม่ตอบ ส่วนรายละเอียดด้านอื่นๆ คงให้ข้อมมูลไม่ได้ เนื่องจากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. อนุญาตให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. เป็นผู้ให้ข่าวแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
"นอกจากคดีนี้แล้ว ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เรียกพนักงานสอบสวนที่ทำตดีนายอาทริส ฮุสเซ็น ผู้ต้องหาชาวเลบานอนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้นำสำนวนคดีมาตรวจสอบความเรียบร้อย โดย พล.ต.อ.ปานศิริ ได้สั่งให้สรุปสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวหลังสอบสวนเสร็จสิ้นโดยสำนวนมี 8 แฟ้ม หนา 3,412 แผ่น นำส่งอธิบดีอัยการกองคดีอาญา ที่ถนนรัชดาภิเษก โดยพนักงานสอบสวนจะนำสำนวนไปส่งเวลา 09.00 น. ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ซึ่งถือว่าสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนนายเปาโลที่เคยมีการออกหมายจับ ก็จะทำการติดตามสืบจับตามอายุความต่อไป" พล.ต.ต.อนุชัย กล่าว
ตร.มั่นใจอักษร'SEJEAL'พันแก๊งบึ้มกรุง
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)แจ้งว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีได้ดำเนินการตรวจสอบสติ๊กเกอร์ที่มีตัวอักษรว่า "SEJEAL" ติดอยู่ตามสถานที่ต่างๆ โดยเชื่อว่าน่าจะมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาค่อนข้างแน่นอน และไม่น่าจะใช่เหตุบังเอิญ เนื่องจากสติ๊กเกอร์ดังกล่าว ทั้งตัวอักษรและรูปแบบ รวมถึงขนาดเป็นแบบเดียวกับที่พบในห้องพักและใต้เบาะรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา
อาจจะเป็นการแสดงแสนยานุภาพ บอกว่ามาตรงจุดนี้แล้ว หรือเป็นการบอกทิศทางหรือจุดทีเตรียมก่อเหตุ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบแน่นอนแต่ขณะเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าการติดสติ๊กเกอร์ตามเป็นจำนวนมาก จนน่าผิดสังเกต
นอกจากนี้ตำรวจค่อนข้างมั่นใจว่า กลุ่มผู้ต้องหาเตรียมที่จะก่อเหตุในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้พร้อมเพรียง รวมถึงมีการข่าวการเดินทางมาของรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศอิสราเอล ทั้งนี้คาดว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่เกิดเหตุระเบิดในบ้านพักของผู้ต้องหาในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 นั้น ช่วงแรกกลุ่มผู้ต้องหาต้องหามีความพยายามที่จะทดลองระเบิด ก่อนจะนำไปใช้หา แต่เกิดความผิดพลาดเกิดระเบิดขึ้นมาเสียก่อน
เพิ่มกำลังคุมเข้มสถานทูตอิสราเอล
ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผบช.น. กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังตำรวจเข้าไปเสริมการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยสถานทูตอิสราเอล พื้นที่ในซอยสุขุมวิท 23 และบ้านพักทูตตามที่มีหนังสือแจ้งขอกำลังมาเริ่มปฏิบัติเข้มข้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่20ก.พ.ถึงวันที่5มี.ค. และไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาที่มีชาวต่างชาติเราไม่ละทิ้งยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าสายตรวจประสานตำรวจท่องเที่ยวและสันติบาลคอยดูแลความปลอดภัยและเพิ่มความเข้มสายตรวจ191เข้าไปดูแลให้ถี่กว่าเดิม
เผยปมเหตุระเบิด3จุดผิดพลาด
พ.ต.ท.กำธร อุ๋ยเจริญ รองผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดระเบิดว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุพบแรงระเบิดมาจากบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน อาจเกิดจากความผิดพลาดของผู้ประกอบระเบิดทำให้ระเบิดทำงานเองอัตโนมัติเพราะมีการหน่วงเวลาไว้ 5 วินาที และคาดว่าก่อนระเบิดจะทำงาน คนที่อยู่ในจุดนั้นได้วิ่งออกนอกห้องไปหาที่ปลอดภัยหลบได้ทั้ง 3 คน ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี
พ.ต.ท.กำธร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบระเบิดที่ยังไม่ทำงานอีก 2 ลูกในบ้านเช่านั้น ลูกหนึ่งอยู่ที่ชั้นบนอีกลูกตกลงมาชั้นล่าง โดยนายโมราบิคได้ออกมาเป็นคนสุดท้ายมีบาดแผลที่ศีรษะก่อนออกจากบ้านเกิดเหตุ น่าจะเกิดจากโดนสิ่งของตกใส่หัวก่อน เมื่อออกมาจากบ้านเกิดเหตุ ได้มีประชาชนที่อยู่ใกล้บ้านเกิดเหตุพากันตะโกนให้ช่วยกันจับไว้ นายโมราบิคจึงเอาระเบิดที่อยู่ในกระเป๋ามาถอดสลักแล้ววางดักคนที่วิ่งไล่ตามเป็นจังหวะพอดีกับรถแท็กซี่วิ่งผ่านมาทับเข้าจนเกิดระเบิดใต้ท้องรถจนเสียหาย ไม่น่าจะใช่เป็นการปาระเบิดใส่รถแท็กซี่ตามที่ข่าวออกไปก่อนหน้านี้
"จากนั้นนายโมราบิคได้วิ่งหลบหนีจนไปพบตำรวจสายตรวจ สน.คลองตัน จึงคว้าเอาระเบิดอีกลูกจากในกระเป๋าสะพายออกมาปาใส่ เพราะเกรงจะโดนจับกุม แต่พลาดไปติดตู้โทรศัพท์จนเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บขาขาด " พ.ต.ท.กำธร กล่าว
สำหรับระเบิดชนิดที่คนร้ายใช้ครั้งนี้ได้ใช้สลักที่ถอดมาจากระเบิดสังหารมาเป็นตัวจุดระเบิด ทำให้เกิดความแน่นอนมากกว่าการใช้วิธีการจุดระเบิดด้วยรีโมตหรือโทรศัพท์มือถือ เพราะการประกอบระเบิดแล้วถอดสลักออกก่อนนำไปติดข้างรถโดยตั้งหน่วงเวลาไว้ 5 วินาทีนั้น เพียงพอสำหรับการหลบหนีได้ทัน อีกทั้งประสิทธิภาพของแรงระเบิดชนิดซีโฟร์น้ำหนัก 4 ปอนด์นั้นยังสามารถสังหารบุคคลในรถได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย



