ข่าว

จับแก๊งค์ค้าตัวนิ่ม111ตัวมูลค่า1.4 ลบ.

จับแก๊งค์ค้าตัวนิ่ม111ตัวมูลค่า1.4 ลบ.

21 ก.พ. 2555

เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดตรัง โชว์ฝีมือรวบแก๊งค์ค้าตัวนิ่ม 111 ตัว มูลค่า 1.4 ล้านบาท ขณะเตรียมส่งขายร้านอาหารป่าจังหวัดสตูล

                    เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 ก.พ.พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพย์พงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด สส.ภ.จว.ตรัง ร่วม นปพ.ภ.จว.ตรัง ชุดสายตรวจปราบปราม สภ.เมืองตรัง และ สภ.บ้านหนองตรุด กว่า 20 นาย ร่วมกันจับกุม นายชล วงศ์ฝ่าย อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ที่ 1 ต.แดนชุมพล อ.สอง จ.แพร่ พร้อมของกลางตัวนิ่ม จำนวน 36 ถุง รวม 111 ตัว น้ำหนัก 375 กก.มูลค่า 1.4 บาท บัญชีรายชื่อลูกค้า โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง และรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ตอนเดียว ทะเบียน บธ 7291 ตรัง ได้ที่บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 4 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง

                    ด้าน พ.ต.อ.ธรรมนูญ กล่าวว่า การบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมตัวนิ่มครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ด.ต.บุญฤทธิ์ นะวะกะ ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.บ้านหนองตรุด ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 4 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง มีการลักลอบนำตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง มาเก็บซุกซ่อนอยู่ในโกดังเก็บของ เพื่อรอส่งไปจำหน่ายต่อยังร้านอาหาร หลังรับแจ้งจึงเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว

                    "เมื่อไปถึงพบว่า มีชายฉกรรจ์ จำนวน 3 คน กำลังอยู่ในที่เกิดเหตุ และเมื่อเห็น ด.ต.บุญฤทธิ์ ก็ได้วิ่งหลบหนีเอาตัวรอด จึงสามารถจับกุมนายชล วงศ์ฝ่าย ส่วนที่เหลืออีก 2 คน หลบหนีไปได้ โดยจากการตรวจสอบพบตัวนิ่มอยู่ในถุงตาข่ายในรถเข็น จำนวน 8 ถุง ในโกงดังเก็บของ จำนวน 7 ถุง และจับได้อีก 21 ถุง รวม 36 ถุง ขณะกำลังลำเลียงขนไปเก็บในโกดัง" 

                    จากการสอบสวน นายชล ได้อ้างว่า เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 5-6 วัน มีหน้าที่เฝ้าดูแลตัวนิ่มโดยได้รับค่าจ้างวันละ 100 บาท ส่วนตัวนิ่มมาจากที่ไหนและเอามาลงเมื่อไหร่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะมีหน้าที่แค่เฝ้าตัวนิ่มอย่างเดียว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาว่า ร่วมกันครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                    สำหรับตัวนิ่มที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้นั้น ราคาซื้อขายอยู่ที่ กก.ละ 3,500 บาท ซึ่งในจำนวนนั้นมีตัวนิ่มที่มีน้ำหนักมากที่สุดตัวละ 10 กก.อยู่ 1 ตัว ราคาประมาณ 35,000 บาท และตายไปแล้ว 1 ตัว ซึ่งตัวนิ่มพวกนี้จะทยอยส่งไปจำหน่ายยังร้านขายอาหารป่า ในพื้นที่ จ.สตูล ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.-20 ก.พ.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังทราบอีกว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายชัยวัฒน์ ท่าจีน เจ้าของปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถ.ตรัง-สิเกา โดยมีนางฐปนัท ธนูบัณฑิตย์สกุล เป็นผู้ดูแลสวนและบ้านเช่า และมีนายวิโรจน์ เลือดทหาร เป็นผู้เช่า

                    ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวเดิมได้เปิดเป็นร้านอาหารชื่อครัวธรรมชาติ ในเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ อยู่ห่างจากริมถนนใหญ่ลึกเข้ามาข้างในประมาณ 3 กม.ต่อมาเจ้าของเดิมได้ย้ายร้านอาหารไปตั้งยังที่แห่งใหม่  จึงเปิดให้เช่าเมื่อตอนปลายปี 2554 แต่ไม่มีคนมาอยู่  นายวิโรจน์ จึงได้มาเช่าเพื่อเก็บตัวนิ่มแทน เนื่องจากเห็นว่า สภาพพื้นที่ที่อยู่ห่างจากริมถนนใหญ่ลึกเข้ามาข้างในประมาณ 3 กม.ปลอดคนและไม่มีคนนอกเข้ามาเพ่นพ่าน ส่วนนายชัยวัฒน์ขณะนี้ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกมาสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นกับขบวนการค้าตัวนิ่มด้วยหรือไม่ ซึ่งจะได้มีการขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป