ข่าว

รู้จักรักวางแผนคุมกันท้องไม่พร้อม

รู้จักรักวางแผนคุมกันท้องไม่พร้อม

22 ก.พ. 2555

รู้จักรัก วางแผนคุม กันท้องไม่พร้อม

                  จากความอยากรู้อยากลองของวัยรุ่น ทัศนคติ และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัจจุบันปัญหา "ทีนมัม" หรือ "แม่วัยรุ่น" ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจเพิ่มมากขึ้น เฉพาะประเทศไทย อัตราสตรีที่ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจนั้นเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะเยาวชนในวัยเรียน จากสถิติพบว่า จำนวนสตรีไทยที่อายุน้อยกว่า 20 ปีตั้งครรภ์ในวัยเรียนมีมากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย หรือมากกว่า 1.3 แสนราย หรือกว่าร้อยละ 56 และยังพบว่าอายุของเยาวชนไทยที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรืออายุของสตรีที่ตั้งครรภ์ยังลดลงเรื่อยๆ สาเหตุหลักของการตั้งครรภ์ในสตรีอายุต่ำกว่า 20 ปี คือ การที่ไม่มีความรู้หรือไม่รู้จักวิธีคุมกำเนิด จึงไม่ได้ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์

                  บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดงานประชุมวิชาการระดับภูมิภาคขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่ผลการศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ในงานวิจัยด้านการคุมกำเนิด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาจากนานาประเทศ และที่สำคัญเพื่อสื่อสารเรื่องวิธีการคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัว รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องสู่ภาคประชาชนอย่างจริงจัง

                  ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อทางนรีเวชวิทยาและโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สตรี ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีทางเลือกการคุมกำเนิดที่หลากหลาย และสตรีไทยมีอัตราการใช้วิธีการคุมกำเนิดค่อนข้างสูง แต่อัตราการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอายุของสตรีที่ตั้งครรภ์ก็ลดน้อยลง ตัวอย่างล่าสุดมีสตรีมาคลอดบุตรอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการคุมกำเนิดในบ้านเรา ที่ยังคงขาดความรู้ความเข้าใจในการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี ความเชื่อ ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิด รวมถึงปัญหาการใช้ยาคุมฉุกเฉินในวัยรุ่น ยังส่งผลต่อปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกด้วยโดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

                  ด้าน รศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ หัวหน้าหน่วยวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการคุมกำเนิดส่วนมาก มักเกิดจากการใช้วิธีคุมกำเนิดอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดที่ไม่ต่อเนื่อง และความเชื่อผิดๆ ที่เห็นว่าการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ฮอร์โมนในยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นเป็นฮอร์โมนชนิดเดียวกับที่มีในร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันยาเม็ดคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดถึง 99 เปอร์เซ็นต์ หากใช้อย่างถูกวิธี และยาเม็ดคุมกำเนิดยังสามารถใช้ได้ตั้งแต่ผู้ที่มีประจำเดือนครั้งแรก ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน หากมีสุขภาพแข็งแรงดีและไม่มีโรคประจำตัว

                  อย่างไรก็ดี ปัจจัยทางร่างกายของสตรีไม่เหมือนกัน ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับบุคคลหนึ่งอาจไม่เกิดกับอีกบุคคลก็ได้ ที่สำคัญโรคประจำตัวบางอย่างอาจจะส่งผลต่อข้อห้ามในการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด เช่น โรคมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ มะเร็งเต้านม โรคตับ โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับตัวเอง และยังได้รับคำแนะนำในการใช้วิธีคุมกำเนิดอย่างถูกต้องด้วย