ข่าว

'ปชป.'จี้'นายกฯ'แจงว.5โฟร์ซีซั่น

'ปชป.'จี้'นายกฯ'แจงว.5โฟร์ซีซั่น

21 ก.พ. 2555

'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' แจง ว.5 โฟร์ซีซั่น ท้าเปิดคลิปสอบความจริง ด้าน 'ปธ.วิปค้าน' เล็งยื่นผู้ตรวจฯสอบจริยธรรม 'ปธ.สภาฯ'

                     21 ก.พ.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีว.5ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นว่า เรื่องนี้ทำท่าจะบานปลายเพราะคนในฝั่งรัฐบาลค่อยๆ เผยตัวตนออกมาทีละคนว่าใครมีส่วนร่วมประชุมบ้าง ดังนั้น อยากจะชี้ให้เห็นใน 3 ประเด็นที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องจริงคือ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปพบกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นการเฉพาะและความลับจริง 2.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง อ้างว่าอยู่ร่วมภารกิจลับแต่ไม่ได้ร่วมวงเสวนากับเหล่านักธุรกิจด้วย เป็นการเลี่ยงบาลี โกหกประชาชน 3.มีการหารือกันแน่นอนในประเด็นเชิงนโยบายโดยอ้างว่าไปรับฟังความเห็นจากนักธุรกิจ ทั้งนี้กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาระบุว่า การเดินทางไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นนั้น เป็นเรื่องเปิดเผยที่นักข่าวทราบกัน ไม่มีอะไรปิดบังแต่ความจริงแล้ว การใช้ ว.5นั้น เป็นการตัดสินใจไม่ให้นักข่าวเดินทางไป เพราะเป็นภารกิจส่วนตัวไม่อยากให้ใครรู้ แต่วันนี้กลับพูดอีกอย่าง

                     นายชวนนท์ กล่าวว่า การไปประชุมแบบลับๆ กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คนทั่วไปแทบจะไม่รู้ ซึ่งถ้าไม่เกิดเหตุการณ์กับนายเอกยุทธ อัญชันบุตร หรือมีคนพบเห็นนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์พูดโกหกแล้วเจตนาที่จะยอมรับว่าพบกับนักธุรกิจ แต่หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงรายละเอียดในการพูดคุย เป็นการแสดงเจตนาปกปิดซ่อนเร้น เพราะการเป็นนายกฯ เวลาที่ไปพบปะกับใครควรจะเปิดเผย และไม่ควรเลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งกรณีนี้เป็นกลุ่มนักธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ และจะมีผลการเปลี่ยนแปลงมหาศาลในการประเมินที่ราคาที่ดิน และการการปรับผังเมืองของประเทศใหม่ ทั้งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรจะให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจในภาพรวม แต่ที่ผ่านมานายกฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจอย่างชัดเจน รวมทั้งยังมีการปฏิเสธไม่เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ไม่มีการประชุมภาครัฐและเอกชน แต่กำลังใช้ข้อมูลภายในเปิดเผยต่อนักธุรกิจที่สนิทสนมกัน

                     “รัฐบาลไม่ควรออกมาท้าทายเรื่องนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ สามารถเปิดคลิปได้ทันที แต่หากจริงใจทำไมไม่เปิดคลิปที่ชั้น 7 หรือเปิดคลิปว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นลิฟท์จริงหรือไม่ ดังนั้น อย่ามาท้าทายฝ่ายค้าน เพราะเราต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน ฝ่ายรัฐบาลที่มีอำนาจต่างหากที่ควรทำอย่างนี้บ้าง เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังว่าคนที่พยายามจะทำงานเพื่อประชาชน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กลับต้องมาถูกตรวจสอบเอง แล้วก็มาเอาประเด็นเรื่องเพศมาปิดบังความจริง ทำให้สถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ คนดีเสียงไม่ดัง ถูกปกครองด้วยคนเลว เพราะเวลาจะตรวจสอบเรื่องใด มักจะถูกปิดบังเบี่ยงประเด็นจากความจริง” นายชวนนท์กล่าว

 

'ชวนนท์'เผยขอเวลาสอบ'ไอ้โม่ง'เอี่ยวเลื่อนประกาศราคาที่ดิน

 

                     โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ทางพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายเศรษฐกิจของพรรคจะติดตามการทำงานของกรมธนารักษ์ และกรมที่ดินว่าการประกาศราคาที่ดินใหม่มีความไม่โปร่งใสหรือไม่ และให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคพิจารณาเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2534 รวมทั้งข้ออ้างที่ให้เลื่อนการประกาศราคาที่ดินใหม่ว่าเป็นการขัดกันของกฎหมายหรือไม่ ทำให้เห็นว่ามีการสมคบคิดของข้าราชการและนักการเมืองหรือไม่ ดังนั้น จึงขอเตือนข้าราชการว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของการทุจริตและโยนบาปให้อีกครั้งหนึ่ง

 

ข้องใจอธิบดีกรมธนารักษ์ กลับกลอก

 

                     ผู้สื่อข่าวถามว่านายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่าการเลื่อนประกาศประเมินราคาที่ดินใหม่ไม่เกี่ยวกับเรื่องว.5 แต่เป็นเรื่องน้ำท่วมนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 54 นายนริศเป็นคนยืนยันเองว่าจะไม่เลื่อนการประกาศราคาที่ดินใหม่ และได้ทำประกาศราคาที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผ่านมาแค่ 3 วันนายนริศบอกจะเลื่อนประกาศออกไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยืนยันเองว่าจะไม่เลื่อน ซึ่งทำให้เกิดเป็นข้อสงสัย การจะมาอ้างเหตุผลของการเลื่อนประกาศออกไปเพราะน้ำท่วมนั้น ทำไมถึงเพิ่งจะมารู้สึกเอาเดือนธ.ค. ทั้งที่น้ำท่วมตั้งแต่เดือนส.ค.แล้ว ทั้งนี้ เรามีสิทธิตั้งข้อสังเกต ท่านก็มีหน้าที่อธิบายแล้วก็ออกมาพูดให้ตรงกัน ส่วนเรื่องการท้าทายให้ไปยื่นถอดถอนนั้น ไม่ต้องท้า เพราะถ้ากระบวนการเดินไปถึงตรงนั้นก็ต้องถอดถอนแน่นอน

 

'วิปฝ่ายค้าน'เล็งยื่นผู้ตรวจฯสอบจริยธรรม'ปธ.สภาฯ'

 

                     วันเดียวกันนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า วิปฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หากพบว่าในการประชุมครั้งต่อๆ ไป ปฏิบัติหน้าที่ที่เสมือนเป็นการรักษาผลประโยชน์ของฝ่ายบริหาร ทำให้ฝ่ายตรวจสอบไม่สามารทำงานได้ โดยที่ผ่านมาการประชุมสภาฯ เกิดปัญหาบ่อย เหตุเพราะการวินิจฉัยของประธานสภาฯ ที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม และไม่เป็นกลาง

                     นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าสำหรับปะเด็นการตั้งกระทู้สดของ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ว่ากระทู้สดดังกล่าวนั้นยังอยู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เนื่องจากยังไม่ได้ตกไปตามข้อบังคับการประชุมที่ 151 ที่ระบุว่า ผู้ถามไม่อยู่ซักถาม ผู้ถามสิ้นสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ครม.พ้นวาระทั้งคณะ และอายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ดังนั้นวาระการประชุมเพื่อพิจารณากระทู้ถามสดในการประชุมรอบถัดไป ต้องเริ่มที่กระทู้ของ น.ส.รังสิมาต่อ

                     ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวด้วยว่าฝ่ายค้านมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการบรรจุวาระการประชุมในวันที่ 22 ก.พ.ที่มีวาระการรับทราบรายงานการกู้เงินตามพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือพรก.กู้เงินตามโครงการไทยเข้มแข็ง 2552 ว่าทำไมเพิ่งมาบรรจุตรงกับวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ.2555 และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 ทั้งที่พรก.กู้เงินตามโครงการไทยเข้มแข็งถึงสภาตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.54 แต่เพิ่งมาบรรจุเอาตอนนี้

 

'ปชป.'โวย'รัฐ'บริหารไร้ทิศราคาสินค้าแพง

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงกรณีที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า การขึ้นค่าพลังงานส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าแพงขึ้น แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะพยายามควบคุมราคาสินค้าที่ปลายทาง แต่ต้นทางกลับปล่อยให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ดังนั้นถ้าไปกดราคาต้นทุนการผลิต สินค้าก็อาจจะขาดตลาด แต่ถ้าผลิตออกมามากก็จะขาดทุนมากเช่นกัน ทั้งนี้คือการบริหารที่ไร้ทิศทางของรัฐบาลไปควบคุมที่ปลายเหตุ ปล่อยให้ปตท.ขึ้นราคาคนที่ถือหุ้นได้กำไรมหาศาล แต่สินค้าออกสู่ตลาดกลับขาดแคลน ถ้าหากไม่ขาดแคลนก็จะมีการลดปริมาณและคุณภาพของสินค้าลง หากรัฐบาลควบคุมราคาสินค้าที่ต้นเหตุไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่จะควบคุมราคาสินค้าที่ปลายเหตุได้เช่นกัน