
'เฉลิม'แจงว.5โฟร์ซีซั่นแทน'ปู'
"เฉลิม" แจงว.5โฟร์ซีซั่นแทน "ยิ่งลักษณ์" ถามต้องเอาโซ่ล่ามระหว่างประชุมสภาหรือ ชี้ไปปรึกษาเรื่องเศรษฐกิจ ระบุไม่มีประโยชน์ทับซ้อน "ฟลัดเวย์" เพราะต้องทำอีอ็อกชั่น
วันที่ 21 ก.พ. 55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเดินหน้ากล่าวหาโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีสิทธิ์ในการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการฯและคณะกรรมาธิการก็มีสิทธิ์เรียกนายกฯ รวมทั้งปชป.มีสิทธิยื่นถอดถอนด้วย แต่ทั้งนี้หลังจากนายกฯออกมาจากเอไอเอสแล้ว ท่านก็ไปมีธุรกิจของเอสซีแอสเสท คือ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักธุรกิจที่ไปคุยกับท่านก็เพื่อนเก่า มันไม่เหมือนบางคนที่ไม่มีอาชีพ พอมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตก็ไปพูดที่โน่นที่นี่ เดินให้เขาให้ถ่ายรูป ชอบให้สัมภาษณ์ไม่คิดสร้างสรรค์
"วันนี้ผมเป็นรองนายกฯ ผมมีเพื่อนเก่า ลูกน้องเก่าเวลาประชุมสภาผมว่างก็แว้บไปกินข้าวเที่ยง ข้าวเย็น มันมีกฎหมายฉบับไหนบ้างที่บอกว่าประชุมสภาแล้วออกนอกสภาไม่ได้ ต้องเอาโซ่ล่ามหรอ มันเลอะเทอะน่า สมมุติผมไปคุยกับนายตำรวจแปลว่าจะให้มันเป็นพลตำรวจเอกหมดหรอ มันไม่เข้าท่า" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวต่อว่า นายกฯก็ไปคุยเรื่องส่วนตัว ก็คนเป็นคนมีเงินพันเงินหมื่นล้านเขาก็ต้องคุยกับคนที่ทำธุรกิจว่าขณะนี้สถานเศรษฐกิจเป็นยังไง นักธุรกิจมองการเมืองนี้ยังไง อย่างตนดูแลเรื่องปราบยาเสพติดก็ต้องประชุม เฮ้ย น้องไอ้นี่เป็นไง ไอ้นี่เป็นไง ไร้สาระ ฝรั่งบอกว่า นอนเซนท์ ก็จะแพ้มากขึ้น มันไม่มีอะไรจริงๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดไม่ชี้แจงตั้งแต่วันแรกๆ ร.ต.อ. กล่าวว่า เพราะประเด็นมันไร้สาระ
อย่างไรก็ตามเมื่อถามต่อถึงการที่ฝ่ายค้านเขามองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับนักธุรกิจอสังหาฯ ร.ต.อ. กล่าวว่า เอื้อประโยชน์อะไร มีโครงการอะไรละ เมื่อซักถามต่อว่าาอาจจะไปรู้เส้นทางของฟลัดเวย์ของรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า า โอ้โห จะให้ใครทำได้มันต้องมีอีอ็อกชั่น มันต้องเปิดประมูล มันต้องมีการประสานงานให้ทั่วโลกรู้ ไม่ใช่คนไทยลงทุน คนเมืองนอกก็ลงทุนได้
เมื่อถามว่าแล้วจริงๆมีตัวละครทั้งหมดกี่คนเพราะมีการเปิดเผยมาทีละคน รองนายกฯ กล่าวว่า อันนี้พูดแทนไม่ได้เพราะไม่ได้ไปนั่งด้วย อะไรที่รู้ตนตอบให้ แต่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรอก ถ้าเขาจะทำอะไรที่เป็นผลประโยชน์ทำไมต้องไปโรงแรม โรงแรมมันที่สาธารณะ นายกฯเดินไปคนรู้จัก 500 คน ผมเดินไปคนรู้จัก 499 คน นายเอกยุทธ อัญชันบุตร เดินไปก็มีคนเกลียดประมาณ50 มันไม่มีอะไรเลย การเมืองวันนี้สบายๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดจบเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เข้าใจว่าก็โกรธกันต่อไป เพราะประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยมันไปด้วยกันไม่ได้อยู่แล้ว และนายเอกยุทธก็เป็นพวกประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเตือนไว้เลยว่าถ้ายังมีพฤติกรรมแบบนี้จะโดนอีก อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ไม่มีการย้อนเกล็ดประชาธิปัตย์แต่จะปล่อยให้หลงทางกลับบ้านไม่ถูก และสุดท้ายจะให้เข็มทิศไปอยู่ปักษ์ใต้ภาคเดียว ภาคอื่นไม่ได้
"เฉลิม"ท้า "มาร์ค" ขึ้นโพเดี้ยมดีเบต แก้ รธน.
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยในวันประชุมสภาระหว่างวันที่ 23 -24 ก.พ. ที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าจะมีการประชุมสภาเพื่อพิจาณาเรื่องดังกล่าวกี่วัน แต่สำหรับตนไม่มีปัญหา แล้วแต่ประธานสภาที่จะกำหนด ส่วนที่มีกลุ่มคนเสื้อหลากสีไปชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพ่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ และเชื่อว่าเมื่อฟังตนชี้แจงในสภาแล้วก็คงจะเดินทางกลับ เพราะเขายังไม่รู้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร มั่นใจว่าการแก้ไข รธน.จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเพราะเป็นการแก้ไขให้ดีขึ้น พวกที่ไม่ยอมแก้ไข ชอบกากเดนเผด็จการหรืออย่างไร เพราะ รธน.ปี 2550 ใช้ไม่ได้ และวันนี้อำนาจที่เต็มเมืองก็เป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอถามย้อนกลับว่าตอนที่แก้ไข มาตรา 211 ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงยินดีปรีดาในกาแก้ไขเสียเหลือเกิน ออกมาโบกธงเขียวก่อนด้วยว่าให้รับร่างรธน.ฉบับนั้น และครั้งนี้ดีกว่าครั้งที่แล้ว คือต้องขอประชามติจากประชาชนถึงจะมีผลสำเร็จ จะหลากสีกลุ่มไหนก็แล้วแต่ขอให้มาฟังแล้วจะเข้าใจ รัฐบาลคงไม่ต้องจัดการดูแลหรือคุมเข้มอะไรเป็นพิเศษ เราคุมสถานการณ์ได้ มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุร้าย
"การแก้ไข รธน.เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลพียงแต่เปิดทางให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง เปิดทาง ส.ส.ร.ให้มายกร่างแก้ไข รธน.โดยที่พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว เขาอาจจะยกร่างให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลตลอดไปก็ได้ เขียนกันเนี้ยบขนาดนี้แล้วจะมาประท้วงอะไรกัน เมื่อคราวที่พรรคประชาธิปัตย์เขียนให้แก้ไขแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์อย่างนั้นควรแก้ไขหรือไม่" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไข รธน.จะเป็นจุดกระแสความขัดแย้งของกลุ่มคนต่างๆหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะคนส่วนใหญ่เขาไม่เอาด้วยกับเรื่องเหล่านั้นตนมั่นใจว่างานนี้เรียบร้อย เพราะเราเปิดทางให้มี สสร. ถ้าพรรคเพื่อไทยอยากจะทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเองหรืออยากได้ใครมีเราก็เสนอได้ทันทีเพราะมีเสียงข้างมากแต่เราไม่ทำ ยืนยันว่าการแก้ไขรธน.ไม่บั่นทอนเสถียรภาพรัฐบาล แต่จะเสริมสร้างให้แข็งแรงขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่ต้องการประชาธิปไตย
"ผมขอท้าตัวต่อตัวกับคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) มาดีเบตกับผมตัวต่อตัวเรื่องแก้ไข รธน.ที่ไหนก็ได้แต่ถ้าส่งนายเทพไท เสนพงศ์ มาคงไม่จัดแน่ ฝากไปบอกคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ผมวาสนาเหมือนคุณ ถ้ายังสงสัย รธน.ฉบับนี้คุณกับผมมาแสดงความคิดความอ่านที่ไหนก็ได้ยืนคนละโพเดี้ยม จะถ่ายทอดสอดหรือไม่ถ่ายก็ได้ แต่ถ้าเป็นพี่ชวน (หลีกภัย) พี่บัญญัต (บัญญัติ บรรทัดฐาน) ผมเคารพไม่กล้าท้าทาย แต่ถ้าเป็นอภิสิทธิ์มาเลย" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวยืนยันว่า ในการเดินทางไปปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นไม่มีโอกาสได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ได้โทรศัพท์พูดคุยกัน เพราะตนเดินทางไปหารือกับทางการจีนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรในการแก้ไขปัญหา "บอกแต่เพียงว่าถ้าประชาธิปัตย์ยังเดินการเมืองอยู่แบบนี้น่ะเพื่อน 320 เก้าอี้ ส.ส.ต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย และไม่ได้แสดงความเป็นห่วงอะไรเพราะวันนี้ทุกภาคส่วนเขาเข้าใจแล้วว่า รธน.ฉบับ 2550 มาจากเผด็จการจะปล่อยไว้ไม่ได้"
"แต่ผมบอกตรงนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ทุจริตครบเทอมแล้วต่ออีก ถ้าไม่ทุจริตนะ" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่าหากเป็นเช่นนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เป็นนายกฯ8ปีเลยสิ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "12 ปีนะสิ อายุยังน้อย"
เมื่อถามว่าแล้วท่านจะเป็นรองนายกฯยาวเลยไหม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อ๋อ ถึงเวลาเขาจะให้รึเปล่าละ ต้องว่ากันอีกที
ตรวจเข้มคนเข้าเมืองโดยเฉพาะตะวันออกกลาง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ทางการมาเลเซียจะส่งตัวผู้ต้องหามือระเบิดชาวอิหร่านมาให้ทางการไทยดำเนินคดี ว่า ไทยกับมาเลเซียไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน แต่ทางมาเลเซียคงต้องยึดสนธิสัญญาเดิมที่เคยทำไว้ตั้งแต่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ แต่ตนได้ย้ำกับทางตำรวจแล้วว่าไม่ให้พูดเรื่องนี้ขอให้ทำงานอย่างเดียว
ส่วนที่มีการตรวจพบป้ายสติ๊กเกอร์ตัวอักษร SEJEAL ตามสถานที่ต่างๆบนถนนเพลินจิต ที่ฟลายฝ่ายมองว่าเป็นการบอกเป้าหมายการก่อการร้ายนั้น รองนายก กล่าว ยืนยันว่าตำรวจรู้เรื่องทั้งหมด อย่างไรก็ตามการทำงานของรัฐบาลครั้งนี้ได้แบ่งการทำงานชัดเจนว่าคนไหนดูงานด้านการข่าว ยาเสพติด ฝ่ายความมั่นคง อย่างตนรับผิดชอบงานคนละส่วนไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ว่าไม่สำคัญว่ารัฐบาลจะแบ่งงานกันอย่างไร สิ่งที่สำคัญคือปัญหาประเทศที่เราจะต้องบูรณาการด้านการข่าว และขณะนี้ยืนยันว่าได้ข้อยุติแล้วว่าเราสามารถรักษาสถานการณ์ได้
และได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชาวตะวันออกกลางมาเช่าบ้านพักจะต้องมีการแจ้งให้สถานีตำรวจรับทราบ และในการประชุม ครม.วันที่ 22 ก.พ.ตนจะหารือ และแจ้งให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ ในการแก้ไขปัญหา เพราะประชาชนอยากให้ตนเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย



