
ยอดเหยื่อไข้หวัดทั่วโลกตายเพิ่มเป็น53มะกันคนที่3
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มั่นใจระบบสาธารณสุขของไทย และยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการขณะนี้ สามารถรับมือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ได้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)และประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังโรค
(10พ.ค.) ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 53 คนแล้ว โดยล่าสุดทางการรัฐวอชิงตันของสหรัฐแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยไวรัสชนิดนี้ 1 คนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐเพิ่มเป็น 3 คนแล้ว โดยเหยื่อรายล่าสุดเป็นชายวัย 30 ปีเศษในรัฐวอชิงตัน เขามีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจอยู่แล้วและเสียชีวิตด้วยอาการจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ส่วน
ผู้เสียชีวิต 2 รายก่อนหน้านี้พบในรัฐเท็กซัส นอกจากนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 2,254 คนแล้ว โดย 104 คนต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และจำนวนรัฐที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 44 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐ
ส่วนคอสตาริกาพบผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรก เป็นชายวัย 53 ปีเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ โดยเขามีอาการป่วยด้วยโรคอื่นอยู่แล้ว ได้แก่ โรคเบาหวาน และโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อีก 8 คน ขณะที่เม็กซิโก มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 คน รวมเป็น 48 คนและติดเชื้อเพิ่มอีก 300 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด ที่ได้รับการยืนยันแล้วมีทั้งสิ้น 1,626 คน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ร้อยละ 84 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีอายุระหว่าง 20-54 ปี และมีเพียงร้อยละ 2.2 ที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ไม่มีใครเลยที่มีประวัติป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจมาก่อน
ขณะที่มีรายงานว่าหมูเกือบ 500 ตัวที่ถูกกักโรคในฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐอัลเบอร์ตาของแคนาดาได้ถูกกำจัดทิ้งเนื่องจากสัตว์อยู่กันอย่างแออัดเกินไป หลังฟาร์มดังกล่าวพบหมูติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ทำให้จำหน่ายหมูออกไปไม่ได้และมีหมูอยู่รวมกันมากเกินไป และสัตวแพทย์ยืนยันว่า หมูที่ถูกฆ่าทิ้งไม่ได้ป่วย
จนถึงขณะนี้ข้อมูลสถานการณ์การระบาดของโรคที่สำนักข่าวเอพีรวบรวมจากตัวเลขขององค์การอนามัยโลกและชาติต่างๆ พบว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นกว่า 4,150 คนใน 30 ชาติ และมีผู้เสียชีวิต 53 คน ได้แก่ เม็กซิโก 48 คน สหรัฐ 3 คน แคนาดา 1 คนและคอสตาริกา 1 คน
สธ.มั่นใจมาตรการสกัดไข้หวัดใหญ่2009เข้าไทย
วันนี้(10 พฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวผลการประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกระทรวงสาธารณสุข เพื่อติดตามผลการดำเนินงานควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เข้าสู่ประเทศไทย
จากการที่มีข่าวมีจำนวนผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ และมีผู้เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนอาจวิตกกังวลเกรงว่าจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น นายวิทยา กล่าวว่า การตื่นตัวของประชนชนในเรื่องการป้องกันโรคเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่จำเป็นต้องตระหนก เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้จัดระบบงานสาธารณสุขให้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพที่จะรับมือกับโรคนี้ โดยมีมาตรการ คือ การสกัดกั้นไม่ให้เชื้อแพร่เข้ามาภายในประเทศที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ การวินิจฉัย ค้นหาผู้ป่วยโดยเร็ว และให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพโดยสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ การจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว( SRRT ) ทุกอำเภอเพื่อสอบสวนควบคุมโรค
นอกจากนี้มีอสม.ซึ่งได้รับการอบรมความรู้ ช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังโรคในหมู่บ้าน และให้คำแนะนำการป้องกันโรคแก่ประชาชน สำหรับประชาชนทั่วไป อาจช่วยได้อีกทางหนึ่ง โดยช่วยสังเกตและเตือนผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หากมีอาการป่วย ควรแนะนำให้ไปพบแพทย์ และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. ด้วย
นายวิทยา กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ สร้างสุขนิสัยการป้องกันโรค โดยกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ ถ้าป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไอ มีน้ำมูก มีเสมหะ ควรปิดปากจมูกเวลาไอโดยใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูและทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด และต้องใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น
สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานในเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 ตามเวลาในประเทศไทย พบผู้ป่วยใน 29 ประเทศ จำนวน 3,440 ราย เสียชีวิต 48 ราย (เม็กซิโก 45 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย แคนาดา 1 ราย)
ผลการเฝ้าระวังผู้ป่วยของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขมีผู้ที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง และดำเนินการตรวจทางห้องปฏิบัติการวันนี้ 10 พฤษภาคม 2552 จำนวน 8 ราย
ส่วนผลการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารขาเข้าจากทุกประเทศ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวานนี้(9 พฤษภาคม 2552) คัดกรอง 32,212 ราย พบว่ามีไข้ 2 ราย นำเข้าพักดูอาการที่สถาบันบำราศนราดูรและโรงพยาบาลราชวิถี ยอดสะสมตรวจทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2552 จำนวนรวมทั้งสิ้น 436,346 ราย



