ข่าว

พท.เครียดศาลรธน.ชี้ขาดพรก.

พท.เครียดศาลรธน.ชี้ขาดพรก.

21 ก.พ. 2555

คณะยุทธศาสตร์เพื่อไทย ถกเครียด คาด พรก.ผ่าน 1 ไม่ผ่าน 1 เล็งออกเป็น พรบ. แทน เผย ให้ 'ยิ่งลักษณ์' แจงเอง กรณี 'โฟร์ซีซั่น' เพราะรู้ข้อเท็จจริงอยู่คนเดียว ด้านศาลรธน. คาด อ่านคำวินิจฉัยเสร็จใน 1 ชม.

          ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่า พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยช่วงหนึ่งได้พูดถึงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่22ก.พ.55 ซึ่งที่ประชุมแสดงความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะหากศาลชี้ว่า พรก.ฉบับใดฉบับหนึ่งมีปัญหา ก็อาจจะส่งผลกระทบถึงรัฐบาลได้

          นอกจากนี้ คณะกรรมการยุทธศาสาตร์บางคน ยังได้คาดการณ์ด้วยว่า พรก.น่าจะผ่าน 1 ฉบับ และไม่ผ่าน 1 ฉบับ ซึ่งพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่ก.การคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้น มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่อาจจะไม่ผ่าน

          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้วางแนวทางไว้รองรับด้วยว่า หาก พรก.ฉบับใดไม่ผ่าน ก็จะใช้เสียงรัฐบาลที่มีมากกว่าฝ่ายค้าน ผลักดันให้ออกมาเป็น พรบ. แทน

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ได้มอบหมายให้นายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค เป็นผู้ออกมาแถลงข่าวให้ทราบถึงท่าทีของพรรคในเบื้องต้น ทั้งนี้ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์บางคนได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ที่ผ่านมาหากฝ่ายตรงข้ามพรรคเพื่อไทยทำอะไร ก็มักจะไม่ผิด อาทิ เรื่องเงินบริจาคของบางพรรคการเมือง ขณะที่พรรคเพื่อไทยทำอะไรก็มักจะผิดอยู่เสมอ ที่สำคัญคือ รัฐบาลไม่ควรที่จะถูกชี้ชะตาด้วยคนเพียง 9 คน

          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้แสดงความกังวลด้วยว่า หาก พรก.ฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ผ่าน อาจจะมีประชาชนบางส่วนที่รับไม่ได้ หรือไม่พอใจ อาจจะออกมาแสดงความรู้สึก ซึ่งอาจจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้

 

โยน 'ปู' แจง 'โฟรซีซั่น' ระบุ รู้เรื่องดีที่สุด

          สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังขยายผลกรณีการเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นของนายกรัฐมนตรีนั้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ได้หยิบยกขึ้นมาหารือด้วย โดยมองว่า เรื่องนี้ ไม่มีใครสามารถชี้แจงได้ดีเท่ากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้จริงเท่ากับนายกฯเองว่า ได้ไปพบหรือหารือกับใครอย่างไรบ้าง

          "ขณะนี้ มีแต่ตุ๊กตาที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างว่า ได้พบกับนายกฯเท่านั้น แต่ไม่มีใครที่รู้ว่า เป็นจริงตามนั้นหรือไม่ เช่น การอ้างว่า มีตัวแทนจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งได้พบกับนายกฯ เป็นต้น แต่ขณะนี้ ที่สังคมเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ นับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นนั้น หุ้นของบางบริษัทขึ้นมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเรื่องนี้นายก ฯควรจะชี้แจงให้เร็วที่สุด เพราะถ้ายิ่งช้าก็จะยิ่งอึมครึม" แหล่งข่าวในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ระบุ

 

ศาลรธน. ชี้ รัฐวิตก กลัวพรก.ขัดรธน. ยันคำวินิจฉัยเสร็จใน 1 ชม.

          แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า กรณีกระแสข่าวที่รัฐบาลมีความเป็นห่วงกรณีการตรา พรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันเงิน พ.ศ.2555 (โอนหนี้จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. 1.14 ล้านล้านบาท) อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 เพราะเห็นว่า ไม่จำเป็นเร่งด่วน และอาจมีการออกเป็นพรบ.ในภายหลังนั้น กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องกังวลของฝ่ายบริหาร เพราะใกล้ถึงวันที่ศาลได้นัดอ่านคำวินิจฉัย พรก. 2 ฉบับ ในวันที่ 22 ก.พ.55

          "เป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล ที่จะวิตก และหากพรก.ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารจะดำเนินการตัดสินใจต่อไป"

          ทั้งนี้ ศาลจะวินิจฉัยเพียง 2 ประเด็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคหนึ่งและวรรคสองเท่านั้น ส่วนตุลาการแต่ละคนจะออกเสียงอย่างไร คงไปก้าวล่วงความเห็นของแต่ละคนไม่ได้ ยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ จะทำตามหน้าที่ไม่มีการล็อบบี้เสียงของตุลาการแต่อย่างใด หรือแม้แต่การถามความเห็นส่วนตัวของอีกฝ่ายก็ไม่มี ซึ่งต้องรอความเห็นส่วนตัวของตุลาการ ที่จะมีการแถลงด้วยวาจา ก่อนการลงมติในวันที่มีการวินิจฉัย

          แหล่งข่าวระบุว่า ศาลจะวินิจฉัยพรก.ให้อำนาจก.การคลัง กู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท) รวมกันด้วย โดยหากมีตุลาการ 6 เสียงขึ้นไปเห็นว่า พรก.ทั้ง 2 ฉบับ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 185 ก็จะมีผลให้พรก.ที่ออกมา ไม่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้น

          แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ในวันที่ 22 ก.พ.55 ที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย พรก. 2 ฉบับ ศาลจะมีการเชื่อมสัญญาณจากห้องพิจารณาคดีผ่านทีวีวงจรปิด มายังห้องสื่อมวลชนด้วย โดยสื่อมวลชนสามารถเชื่อมสัญญาณกับทีวีวงจรปิด เพื่อถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ได้

          อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา การวินิจฉัยการตรา พรก.จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ศาลเคยวินิจฉัยพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้นจะไม่มีการออกนั่งบัลลังก์ ให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ได้ชี้แจงด้วยวาจาต่อสาธารณะ แต่ครั้งนี้ ศาลต้องการให้สาธารณะได้รับรู้ว่า ผู้ร้องและผู้ถูกร้องอธิบายต่อศาลมีน้ำหนักอย่างไร ทำให้ในวันที่มีการอ่านคำวินิจฉัยศาล จึงตกลงกันว่า ควรมีการอ่านคำวินิจฉัยโดยเปิดเผย ด้วยการออกนั่งบัลลังก์ให้สาธารณชนรับทราบ

          ทั้งนี้ ศาลจะอ่านคำวินิจฉัย พรก.ทั้ง 2 ฉบับ โดยจะเข้าในประเด็นที่จะวินิจฉัยทันทีว่า มีความเห็นอย่างไร ซึ่งจะไม่อ่านในประเด็นความเป็นมา เมื่อศาลเริ่มอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 14.00น.แล้ว คาดว่า จะอ่านคำวินิจฉัยได้เสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมง ก็จะทราบผลทันที

 

ยธ.เตรียมชงครม.สัญจร ตั้งที่ปรึกษานั่งเลขาฯรมว.ยธ. แทน 'ถิรชัย'

          มีรายงานจากก.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จะมีการเสนอแต่งตั้งพล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร ที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม เป็นเลขานุการรมว.ยุติธรรม แทนนายถิรชัย วุฒิธรรม ที่ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง โดยนายถิรชัย ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัว ออกจากห้องทำงานชั้น 9 กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

          รายงานระบุว่า สำหรับนายถิรชัยได้เข้ามาที่กระทรวงยุติธรรมครั้งสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีกระแสข่าวระบุว่า นายถิรชัย จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยด้วย

          ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า อาจมาจากการทำงานโครงการกีฬา ที่มีการของบสนับสนุนจากกรมต่าง ๆ เป็นจำนวนหลักล้านบาท แต่เรื่องดังกล่าวรู้ไปถึงหูของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และอดีตปลัดก.ยุติธรรม น้องเขยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯซึ่งเป็นผู้ดูแลหน่วยงานกระทรวงยุติธรรมอย่างใกล้ชิด จึงเป็นประเด็นที่มีการหารือว่า เรื่องดังกล่าวอาจส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย และก.ยุติธรรม จึงได้มีการพูดคุยเป็นการภายใน เพื่อให้นายถิรชัยยื่นใบลาออกเอง

          ด้านนายถิรชัย ยอมรับว่า ได้ยื่นใบลาออกต่อพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม จริง เนื่องจากมีภารกิจในสมาคมฟุตซอล และต้องเดินทางไปร่วมประชุมในต่างประเทศบ่อย แต่ไม่ทราบว่า จะเสนอเข้าครม.เมื่อใด ส่วนตำแหน่งสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความคิดจะลาออก