
จะพังเพราะว.5หรือเปล่า?
จะพังเพราะ ว.5 หรือเปล่า? : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
เรื่องราวร้อนแรงที่สุดในสัปดาห์ที่แล้วเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่รู้กันในรหัส ว.5 หรือภารกิจส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีนั่นแหละครับ
บางทีก็ร้อนแรงจนน่าตกใจว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะสำคัญกว่าเรื่องเหตุการณ์การระเบิดที่สุขุมวิท 71 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับมิติเรื่องความขัดแย้งระดับโลกที่อาจนำไปสู่สงครามรอบใหม่ในตะวันออกกลาง
หรือว่าจริงๆ สื่อไทยเองก็ทำถูกต้องแล้วที่ให้ความสนใจกับการให้ข้อมูลของคุณเอกยุทธ และการขย่มเรื่องนี้อย่างเมามันของทีมงานหัวหมู่ทะลวงฟันของพรรคฝ่ายค้าน
เพราะเอาเข้าจริง ตกลงเรื่องราวการก่อการร้ายในระดับโลกในพื้นที่บ้านเรานั้นก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ จากสำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งสำนักข่าวในอิหร่านและอิสราเอลมากนัก
ข่าวที่มีตามหน้าสื่อเหล่านั้นมีลักษณะของข่าวสั้น หรือการอ้างอิงว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่าง แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว
เอาล่ะครับ กลับมาถึงเรื่องของ ว.5 กันดีกว่า ผมมีข้อสังเกตดังนี้
หนึ่งก็คือ เรื่องนี้หากมองว่าเป็นการชกใต้เข็มขัดไหม ก็มองว่าเป็นการชกใต้เข็มขัดได้ เริ่มตั้งแต่แน่นอนว่าเป็นการชกใต้เข็มขัด เพราะทำให้คิดไปได้ในทางที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะเมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง และที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของนายกฯ ก็มีลักษณะคลุมเครือในเรื่องของสถานะทางการสมรส และในแง่ของการที่ทุกคนชื่นชมในเรื่องความสวย ซึ่งในแง่นี้จุดอ่อนดังกล่าวก็เป็นเหมือนบ่อน้ำมันที่ย่อมจะต้องโดนกันไป หากฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้มาเล่น เพราะแน่นอนว่าจะต้องเป็นข่าวอย่างแน่นอน
น่าแปลกที่ว่าเรื่องส่วนตัวเหล่านี้บางกรณีก็จุดไม่ติด ไม่ว่าจะกรณีของคุณทักษิณกับสาวน้อยนักร้อง หรือความคลุมเครือของคุณชวนเองในเรื่องครอบครัว และข้อกล่าวหาเรื่องคุณอภิสิทธิ์กับคนใกล้ตัว ดังนั้นกล่าวในด้านหนึ่งก็น่าจะจริงที่ว่าความเป็นผู้หญิงในสังคมนี้น่าจะทำให้เรื่องนี้เปราะบางอยู่มิใช่น้อย อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของการชกใต้เข็มขัดในรอบนี้แม้ว่าจะทำให้ฝ่ายค้าน (และฝ่ายแค้น) ทำคะแนนได้ไม่น้อย แต่ในทางกลับกันอาจจะมีคนบอกว่า หากใช้วิธีแบบนี้ต่อไป ฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นอาจจะเสียคะแนนไปเองก็ได้ เพราะอาจได้ชื่อว่าเล่นกับอคติในสังคม เช่นการรังแกผู้หญิง หรือเล่นกับลักษณะเรื่องของผู้หญิงตักเตือนผู้หญิงกันเอง แต่ผมกลับคิดว่าความเชื่อที่ว่าฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นจะเสียคะแนนนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะฝ่ายค้านในวันนี้ผมคิดว่าได้ค้นพบยุทธศาสตร์และยุทธวิธีใหม่ในการเปิดตัวทีมงานหลายระดับ ทั้งระดับบนที่เล่าเรื่องนโยบาย และระดับอื่นที่ไม่ได้เล่นเรื่องนโยบาย แต่กลับเป็นทีมงานที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากสื่อ
ซึ่งในทางหนึ่งจะพูดได้ไหมว่าฝ่ายค้านนั้นมีตลาดที่กว้างขึ้น มีคนหลายกลุ่มคอยสนับสนุน หรืออาจจะพูดได้แต่เพียงว่า ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านทั้งหลายนั้นเป็นคนกลุ่มเดียวนี่แหละครับ คือเหนือเข็มขัดก็เล่น ใต้เข็มขัดก็เล่น
สองก็คือ ผมเห็นว่าเรื่องราวของ ว.5 นั้นเป็นเรื่องที่จะสั่นคลอนรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่ทำให้เป็นเรื่องในแง่นั้นหรอกครับ แต่จะเป็นเรื่องในเชิงผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ว่าจะทั้งในแง่ของความเชื่อมโยงกันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มทุน และในเรื่องของความมั่นคงและชอบธรรมของรัฐมนตรีที่ถูกมองว่าเป็นโควตาของกลุ่มทุนและคนใกล้ชิดนายกฯ นั่นแหละครับ
ในทางหนึ่ง นายกรัฐมนตรีคงจะต้องระมัดระวังมากขึ้นในแง่ของการใช้เวลาราชการไปทำภารกิจส่วนตัวที่ถูกเปิดโปงมาถึงขนาดนี้ และในอีกทางหนึ่งกลุ่มคนที่เขาตามข่าวนี้หรือตีพิมพ์ข่าวนี้เขาอาจจะไม่ได้ยืนตรงข้ามกับนายกฯ ในระดับเดียวกับฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นหรือครับ
แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยว่าจะมีกลุ่มทุนกลุ่มไหนที่ควรจะสามารถเข้าใกล้และใช้เวลาราชการมารับทราบข้อมูลกับนายกรัฐมนตรีขนาดนั้น
วิธีการต่อสู้กับฝ่ายค้านและฝ่ายแค้นที่ดีจึงน่าจะอยู่ที่เรื่องของการก้มหน้าทำงานเพื่อพิสูจน์ผลงาน และไม่ปล่อยให้มีการล้ำเส้นกันแบบนี้อีก รวมทั้งคิดถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นทางการให้นายทุนแต่ละกลุ่มมีช่องทางเข้าถึงรัฐบาลอย่างเท่าเทียม น่าจะดีกว่าการออกมาตอบโต้กันรายวันครับ



