ข่าว

ปปง.แจงเหตุFATFขึ้นบัญชีดำไทย

ปปง.แจงเหตุFATFขึ้นบัญชีดำไทย

20 ก.พ. 2555

ปปง.แจงเหตุไทยถูกจัดเป็นประเทศเสี่ยงฟอกเงิน ย้ำต้องเร่งคลอดกฎหมาย 2 ฉบับ ก.ม.ฟอกเงิน และก.ม. ต้านสนับสนุนเงินก่อการร้าย เตือนภาคธุรกิจทำใจรับผลกระทบ "กิตติรัตน์" โบ้ยปปง.ดองเรื่องแก้กม.ฟอกเงิน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 55 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวกรณีคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force ) หรือ FATF ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานสากลในด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ได้กำหนดรายชื่อประเทศไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศ ที่มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมกำหนดให้เป็นประเทศต้องเฝ้าระวังทางการฟอกเงินและการสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิกของ FATF

          แต่ประเทศสมาชิก FATF รวม 40 ประเทศ มีมติว่าประเทศไทยยังขาดมาตรการหลายด้านในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism- AML/CFT) จึงแจ้งเตือนไปยังประเทศสมาชิกทั้งหมดว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการลงทุน เพราะไม่มีมาตรการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องชี้แจงให้ประเทศต่างๆเข้าใจถึงปัญหาและความจำเป็น โดยที่ผ่านมา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ทำหนังสือถึงประธาน FATF ว่าไทยกำลังปรับปรุงข้อบกพร่อง แต่มีความล่าช้าเนื่องจากมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและภัยธรรมชาติ แต่ FATF ก็ยังมีมติดังกล่าวออกมา

          พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยง 3 ประเด็นหลัก คือ 1. ประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่ยังขาดหลักการ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แม้ว่าจะมีร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากรมว.ยุติธรรมไปแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป

          2. การขาดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่จะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดมูลฐาน หรือผู้ก่อการร้ายใช้สถาบันการเงินเป็นแหล่งฟอกเงิน หรือใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้กฎกระทรวงได้ยกร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา

          3. การขาดมาตรการกำหนดโทษและลงโทษ ดำเนินคดีแก่ผู้สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ฯอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของคณะกรรมการปปง. เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวมีหลักการบางส่วนที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

          "ในเร็วๆนี้ ผลกระทบจากการถูกกำหนดรายชื่อจะมีผลต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ โดยจะมีความล่าช้าจากขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร ระยะเวลาในการทำธุรกรรมจะนานขึ้น ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งอาจเป็นปัญหาคล้ายกับประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ซึ่งถูกจัดลำดับเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยในภาพรวมจะเป็นการลดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และจะทำให้คนไทยมีปัญหาในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศด้วย โดยคาดว่าผลกระทบจะส่งถึงตลาดเงิน ตลาดทุน ธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ แต่ยืนยันได้ว่าการถูกกำหนดรายชื่อของไทย ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ผมมองว่าเป็นเรื่องที่บังเอิญเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันเท่านั้น"

          พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นว่า 1. จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถประกาศใช้กฎกระทรวง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และตรวจสอบลูกค้าของสถาบันการเงินโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คนร้ายจ้างนอมินีเปิดบัญชีธนาคาร และใช้สถาบันการเงินเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.พ.นี้

          2. เร่งตรากฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งตรงนี้ยอมรับว่าต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

          3. ปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของสำนักงานปปง.ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอนุมัติอัตรากำลังให้แล้ว 4 ประสานความร่วมมือกับ 38 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความชัดเจนเรื่องนโยบายป้องกันการฟอกเงิน

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่า FATF จะปลดไทยออกจากประเทศที่มีความเสี่ยงเมื่อใด เนื่องจาก FATF กำหนดว่าไทยยังมีข้อบกพร่องถึง 400 กิจกรรม หลักสำคัญคือจะต้องผ่านร่างกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายให้ได้เสียก่อน หากเร่งรัดอย่างจริงจังเชื่อว่าจะผ่านร่างกฎหมายได้ภายในสิ้นปี 2555 นี้ 

          "ต้องเห็นใจประเทศไทย ที่ผ่านมาเรามีปัญหามากมาย มีความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการปปง. และพยายามผลักดันให้มีคณะกรรมการธุรกรรม จนปปง.สามารถกลับมายึดอายัดทรัพย์ได้อีกครั้ง สำหรับภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงขอให้เร่งแจ้งข้อมูลมายังปปง. เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะรุนแรงมากน้อยเพียงไร"

 

"กิตติรัตน์" โบ้ยปปง.ดองเรื่องแก้กม.ฟอกเงิน

 

           นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือในรายละเอียดให้เกิดความชัดเจนต่อไปว่าในข้อเท็จจริงแล้วมีปัญหาที่แท้จริงอย่างไร โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องเก่าเป็นปัญหาเดิมๆที่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่เมื่อตนเข้ามาดูแลในรายละเอียดแล้วจะดำเนินการให้ถูกต้องโดยไม่คั่งค้างไว้แน่นอน แต่ต้องรอให้หน่วยงานที่ไปชี้แจงรายละเอียดนั้นเดินทางกลับมาก่อน ซึ่งเรื่อง ปปง.นี้มีจุดเริ่มต้นมานานหลายปีแล้วแต่ไม่ได้มีการดำเนินการ

 

วุฒิสภาลงมติให้“สีหนาท”นั่งเลขาปปง.ต่อ

 

          ขณะที่การประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมากเป็นการลับ 82 ต่อ 50 เสียง เห็นชอบให้พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หลังจากวุฒิสภาดำเนินการประชุมลับมาเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

           สำหรับพ.ต.อ.สีหานาท ก่อนหน้านี้ได้มีข้าราชการ ปปง.ร้องเรียนเข้ามาที่คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภาว่า พ.ต.อ.สีหนาทเป็นบุคคลที่เคยถูกชี้มูลความผิดทางวินัย โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)จากกรณีใช้อำนาจหน้าที่มิชอบตามกฎหมายเข้าไปตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของสื่อมวลชน และเอ็นจีโอก่อนที่ต่อมาจะมีพรบ.ล้างมลทินเพื่อลบล้างความผิดดังกล่าว จนกระทั่งวุฒิสภาต้องตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติก่อนให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบในเวลาต่อมา