ข่าว

หงส์แดงกดดันผีแดงต่อลั่นล่าให้ถึงที่สุด

หงส์แดงกดดันผีแดงต่อลั่นล่าให้ถึงที่สุด

10 พ.ค. 2552

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังไม่ยอมให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพจบง่ายๆ บุกถล่ม "ขุนค้อน" เวสต์แฮม 3-0 แซงขึ้นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียอีกครั้ง "สตีวี่ จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ย้ำตามกดดัน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ถึงที่สุด ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ คุย ถ้า ตอร์เรส-เ

ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ด้วยผู้เล่นชุดใหญ่ทั้งชุด หลังจากที่ได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมายืนเป็นหัวหอก ขณะที่เจ้าถิ่นมีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บเพียบต้องอาศัยดาวรุ่งลงมาหลายคน

 เริ่มเกมได้แค่ 2 นาที ลิเวอร์พูล ชิงจังหวะคุมเกมนี้ได้ทันทีเมื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แทงบอลให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด หลุดไปแตะหลบ โรเบิร์ต กรีน และยิงเป็น 1-0 จากนั้นแม้ว่า เวสต์แฮม จะครองบอลบุกได้แต่ก็ไม่มีอันตรายอะไร จนนาทีที่ 38 ตอร์เรส โดน หลุยส์ บัวมอร์เต้ ดึงล้มในเขตโทษ เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ยิงจุดโทษจังหวะแรก กรีน ปัดออกมาได้ แต่ เจอร์ราร์ด ก็ยังตามซ้ำเข้าไป จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 2-0

 ช่วงครึ่งหลัง หงส์แดง ยังเล่นแบบคุมเกมสบายๆ และมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตู โดย ไรอัน บาเบิล ตัวสำรองโหม่งจังหวะแรกติด กรีน แต่ก็ตามซ้ำเข้าไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล จึงบุกมาชนะ 3-0 มีเพิ่มเป็น 80 แต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่แซงนำจ่าฝูงจากประตูได้เสียที่ดีกว่า และลงสนามมากกว่า 2 นัด

 หลังจบการแข่งขัน ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือหงส์แดงได้ทีออกมาคุยว่าการมี ตอร์เรส กับ เจอร์ราร์ด ในสภาพที่ฟิตนั้นสร้างความแตกต่างให้ทีมได้มาก และเป็นเรื่องยากที่ทีมอื่นๆ จะดักทางเกมรุกของตัวเองได้ถูก และในขณะนี้ทีมก็เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ จากการที่คุมเกมได้ดีขึ้นในทุกๆ นัดที่ลงสนาม

 ขณะที่ เจอร์ราร์ด ยังเชื่อว่าทีมของตัวเองยังมีลุ้นแชมป์ แม้ว่าโอกาสจะน้อยเนื่องจากต้องลุ้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดถึง 2 นัด แต่ก็จะพยายามทำแต้มกดดันปีศาจแดงไปเรื่อยๆ รวมทั้งทีมยังได้เปรียบที่ได้พัก 1 สัปดาห์เต็มก่อนจะไปเยือน เวสต์บรอมวิช ในสัปดาห์หน้า

    ด้าน จิอันฟรังโก้ โซล่า ผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เฉียบคมมาก เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสก็สามารถทำประตูได้ทันที แต่เรื่องการลุ้นแชมป์ยังไม่เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพลาด จากการที่มีประสบการณ์ระดับนี้มามาก

 จากความพ่ายแพ้ของ เวสต์แฮม นัดนี้ ทำให้ ฟูแล่ม กลายเป็นทีมที่ขึ้นมาครองอันดับ 7 ตำแหน่งสุดท้ายที่จะไปเล่นยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ ฟูแล่ม เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ 3-1 จากประตูของ แดนนี เมอร์ฟี นาทีที่ 6, ดิอามองซี กามาร์รา นาทีที่ 46 กับ 60 ขณะที่วิลล่าตีไข่แตกได้จาก แอชลีย์ ยัง นาทีที่ 14 ส่วน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ได้เพิ่มมาอีกแค่แต้มเดียวจากการไปเสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 0-0

 ส่วนกลุ่มลุ้นหนีตกชั้น "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ รอดพ้นการตกชั้นแน่นอนแล้วด้วยการบุกไปชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1 จาก ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ นาทีที่ 41, เลี่ยม ลอว์เรนซ์ นาทีที่ 73 และ ฮัลล์ ได้จาก แอนดี ดอว์สัน นาทีที่ 90, "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น เป็นอีกทีมที่รอดแล้วเช่นกันจากชัยชนะเหนือ ปอร์ทสมัธ 2-0 ด้วยประตูของ มอร์เทน พีเดอร์เซน นาทีที่ 31 กับ เบนนี แม็คคาร์ธี นาทีที่ 58 และ โบลตัน ก็ทำได้ถึง 40 แต้มแล้วเช่นกันจากการเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ส่วน เวสต์บรอมวิช ยังไม่ยอมตกชั้นง่ายๆ เอาชนะ วีแกน 3-1 ทำให้มี 31 แต้มเท่ากับ นิวคาสเซิล และ มิดเดิลสโบรช์

 ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
  แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
ลิเวอร์พูล 36  23  11   2    72    26    80
แมนฯ ยูไนเต็ด 34  25   5   4    63    23    80
เชลซี  35  22   8   5    59    21    74
อาร์เซนอล 35  19  11   5    63    32    68
แอสตัน วิลล่า 36  16  10  10    52    47    58
เอฟเวอร์ตัน 36  15  12   9    50    36    57
ฟูแล่ม  36  13  11  12    38    32    50
สเปอร์ส 36  13   9  14    42    41    48
เวสต์แฮม 36  13   9  14    39    41    48
แมนฯ ซิตี้ 35  14   5  16    56    46    47
วีแกน  35  11   9  15    32    41    42
สโต๊ค  36  11   9  16    35    51    42
โบลตัน  36  11   7  18    40    51    40
แบล็คเบิร์น 36  10  10  16    40    58    40
ปอร์ทสมัธ 36   9  11  16    35    55    38
ซันเดอร์แลนด์ 36   9   9  18    31    48    36
ฮัลล์  36   8  10  18    38    62    34
นิวคาสเซิล 35   6  13  16    37    56    31
มิดเดิลสโบรช์ 35   7  10  18    25    51    31
เวสต์บรอมวิช 36   8   7  21    36    65    31