ข่าว

มท.เผยชาวบ้านรุกพท.แก้มลิงเพียบ

มท.เผยชาวบ้านรุกพท.แก้มลิงเพียบ

20 ก.พ. 2555

มท.หนักใจ พบชาวบ้านบุกรุกพื้นที่แก้มลิงเพียบ เชื่อการเมืองหนุนหลัง แจงงบฟื้นฟูน้ำท่วม 5 พันล้าน ขุดลอกคูคลองเยอะสุด 75 แห่ง ด้าน กทม.ผวาน้ำท่วมซ้ำ เร่งวางระบบป้องกัน

                    20 ก.พ. 55 นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับผิดชอบ 120 โครงการ วงเงินประมาณ 5,135 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น ขุดลอกคูคลอง 75 โครงการ ปรับพื้นที่แก้มลิง 14 โครงการ, ปรับโครงสร้างถนน 11 โครงการ, ก่อสร้าง-ซ่อมแซมคันกั้นน้ำ 9 โครงการ,ป้องกันตลิ่ง 4 โครงการ, ปรับปรุงประตูระบายน้ำ 3 โครงการ ปรับปรุงฝาย 2 โครงการ และโครงการอื่นๆ อีก 2 โครงการ

                    สำหรับการใช้ที่นาเป็นพื้นที่รับน้ำนั้น นายประชา กล่าวว่า หลักเกณฑ์อยู่ในระหว่างการพิจารณาจากกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (กยน.) และต้องมีการตรวจสอบเจ้าของพื้นที่เสียก่อน ถ้าเป็นเกษตรกรในพื้นที่ก็ยินดีที่จะจ่ายค่าชดเชย เพราะที่นาโดนน้ำท่วมก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่ามีพื้นที่ที่เป็นของนายทุนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี จึงต้องเข้มงวดเพื่อไม่ให้ใครมาสวมสิทธิ์รับเงินชดเชย ซึ่งหลักการกว้างๆ ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องมีการจำกัดว่าต้องไม่เกินกี่ไร่ ส่วนเกษตรกรที่เช่านาก็จ่ายค่าเช่าไป แต่ได้ก็รับเงินจำนวนนี้ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้ตรวจสอบว่าพื้นที่รับน้ำมีเกษตรกรจำนวนเท่าใด และใครลงทะเบียนว่าเป็นเกษตรกรในพื้นที่ ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องที่ดิน ซึ่งพื้นที่ที่ทาง กยน. กำหนดไว้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น ล้วนเป็นพื้นที่ต่ำ ที่น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี

                    ทั้งนี้ กยน.และกระทรวงเกษตรฯ จัดหาได้แล้วทั้งสิ้นประมาณ 1.4 ล้านไร่ โดยแบ่งออกเป็น พื้นที่กลางน้ำตอนบน 431,258 ไร่ รับน้ำได้ 828 ล้านลบ.ม., พื้นที่กลางน้ำตอนล่าง 969,140 ไร่ รับน้ำได้ 1860.70 ล้านลบ.ม. ส่วนที่รอกระทรวงเกษตรฯสำรวจเพิ่มเติมคงเหลืออีก 599,602 ไร่ เพื่อให้รองรับน้ำเพิ่มเติมอีก 1,031.30 ล้านลบ.ม. และจะกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชย รวมถึงพื้นที่รับน้ำได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากอย่างแน่นอน

                    นายประชา กล่าวต่อไปว่า จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำต้องเร่งขุดลอกคูคลอง ห้วยหนองคลองบึง ต้องทำให้เสร็จ ซ่อมบำรุงฝายให้เสร็จก่อนฝนมา แต่หากฝนมีปริมาณเท่ากับปีที่แล้ว คาดว่าน้ำคงจะท่วมอยู่บ้าง แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ไม่เหมือนกับปีที่แล้วแน่นอน ทั้งนี้ จะให้ทุกจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำ ต้องทำโครงการแก้ไขระยะสั้น ส่งมาที่สำนักงบประมาณภายในวันที่ 22 ก.พ. นี้ หากจังหวัดใดไม่ส่งมาจะตัดโครงการจังหวัดนั้นทิ้ง ส่วนโครงการระยะยาว ทาง กยน. จะเป็นผู้จัดทำเอง

                    เมื่อถามว่า กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดทัวร์นกขมิ้นนั้น ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นการเสนอโครงการจากทางจังหวัดสู่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น นายประชา กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละจังหวัดจะเสนอโครงการมาเป็นจำนวนมาก ทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดเล็ก ก็ในเมื่อ ครม.เดินทางมาตรวจเยี่ยมแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในระดับพื้นที่ และระดับจังหวัดอย่างเข้มข้นในกลุ่มจังหวัดต่างๆ อย่างเข้มข้น โดยมีตัวแทนจากทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณเข้าร่วมเวิร์กช็อป รวมถึงเป็นผู้ควบคุมรวมถึงคัดสรรและตัดทอนให้เหลือเฉพาะโครงการที่จำเป็น และเป็นประโยชน์กับประชาชนเท่านั้น

                    ส่วนปัญหาการบุกรุกพื้นที่โดยเฉพาะตามบึงรับน้ำ และคูคลองต่างๆ นั้น นายประชา กล่าวว่า ประชาชนทุกจังหวัดบุกรุกกันหมด แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร ทางกรมเจ้าท่าก็ดี จังหวัดต่างๆ หรือกทม.ก็ดี ควรจะตั้งเป็นวาระของแต่ละจังหวัดในการจัดการผู้บุกรุก และตอนนี้หลายๆบึงที่ใช้รับน้ำเหลือพื้นที่แค่ 50 % ครั้นพอจัดการเรื่องนี้เข้า ก็ถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมืองอีก เพราะคนที่มาบุกรุกก็ตั้งคำถามว่าทำไมบุกรุกแรกๆ ยังไม่ยอมจัดการ ทำไมถึงมาทำเอาช่วงนี้ ซึ่งนี่เป็นข้อบกพร่องของประเทศเรา นักการเมืองเอาใจประชาชนให้พื้นที่หลวงไปใช้สิทธิ์กันได้ ข้าราชการก็วางเฉย ปล่อยปละละเลยมาตลอด ทำให้ปัญหายังคาอยู่ถึงทุกวันนี้

                    “ผู้ว่าฯคนไหนเอาจริง พอเจอการเมืองแทรกซ้อนนี้ก็เหนื่อยมาก การเมืองเขาก็หนุนบอกให้ปล่อยไปเถอะของหลวง เยอะมาก ป่าเขาก็กลายเป็นมีเจ้าของอีก ผมก็ดำเนินคดีมาตลอด หากจะทำจริงจัง ต้องปฏิรูปกันเยอะ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดคงต้องจริงจังกับเรื่องนี้” นายประชา กล่าว
 ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งความคืบหน้าการให้เงินช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท ใน 31 จังหวัด ว่า ได้จ่ายไปแล้ว 1,773,023 ครัวเรือน คิดเป็น88.37% ส่วนที่เหลืออีก 11.63% นั้นหาตัวผู้รับผลประโยชน์ไม่พบ

 

กทม.ผวาน้ำท่วมซ้ำเร่งวางระบบป้องกัน

                    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในส่วนของกทม. เป็นเงินทั้งสิ้น 1,964,474,000 บาท โดยสำนักงบประมาณและสำนักการระบายน้ำกทม. ได้ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณารายละเอียดความพร้อมการดำเนินการต่างๆ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบทุกรายการ ยกเว้นโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำคลองศรีสำราญจากถนนพุทธสาครถึงบริเวณคลองภาษีเจริญ ที่เป็นโครงการต่อเนื่อง 2 ปี จำนวน 191,220,000 บาท คงเหลือ 1,773,254,000 บาท

                    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาให้งบประมาณปี 2555 แก่กทม.แล้ว 50 ล้านบาท คงเหลือกรอบวงเงินอีก 1,723,254,000 บาท และเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ครม.ได้ให้ความเห็นชอบรายการตามกรอบวงเงิน 1,723,254,000 บาท แล้ว ทั้งนี้ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ได้อนุมัติงบประมาณดังกล่าวให้กทม.เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เป็นเงิน 1,628,667,500 บาท โดยเบิกจ่ายในงบลงทุน ลักษณะค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นเงิน 1,469,777,600 บาท และงบดำเนินงานในลักษณะค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ เป็นเงิน 158,889,900 บาท ได้แก่ การซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วมและเสริมคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคันกั้นน้ำพระราชดำริด้านตะวันออกรวม 892,514,700 บาท

                    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว่า สำหรับการซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วม แบ่งเป็น งานซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและ คลองมหาสวัสดิ์ พังและชำรุดเสียหาย จำนวน 5 จุด 112,739,400 บาท และงานเสริมคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์และคันกั้นน้ำพระราชดำริด้านตะวันออก 779,775,300 บาท การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ 713,652,800 บาท แบ่งเป็น งานขุดลอกคลอง 29 คลอง 51,803,900 บาท งานติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไฟฟ้าแรงดันสูง 25 เครื่อง 65,750,000 บาท งานติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำดีเซล 29 เครื่อง 101,500,000 บาท งานติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดจุ่ม 48 เครื่อง 179,900,000 บาท งานเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำ 314,698,900 บาท และการสร้างระบบเตือนภัย 22,500,000 บาท ด้วยการติดตั้งเครื่องวัดอัตราการไหลของน้ำ 15 คลอง

                    “กทม.จะเร่งดำเนินการส่วนต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว