
'เฉลิม'ซัด'ปชป.'พูดจาวกวน'โฟร์ซีซั่น'
'เฉลิม' ซัด 'ปชป.' เล่นการเมืองน่ารำคาญ ไม่สร้างสรรค์น่าเบื่อหน่าย พูดจาวกวน 'โฟร์ซีซั่น' ท้ายื่นซักฟอก ยันพร้อมแจง ยัน ไทยไม่ใช่ประเทศก่อการร้าย ลั่นคุมสถานการณ์อยู่
20 ก.พ.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ท้าให้เปิดกล้องวงจรปิดชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่น ว่า ขณะนี้การเมืองมีเรื่องที่น่ารำคาญ 1 เรื่องที่กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดจาไม่หยุดหย่อน กรณีที่นายกฯเดินทางไป ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาท้าทายให้ตนเปิดกล้องวงจรปิด ตนก็เห็นแต่เพียงว่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร ไปนั่งที่ล็อบบี้แล้วเดินมานั่งที่ลานปาริชาติจนโดนคนร้ายต่อย คนร้ายเข้าออกตรงไหนเรามีคลิป และวันนี้ก็ชัดเจนนายกฯบอกว่าท่านไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ท่านเคยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยมีคน 6-7 คนไปนั่งคุยด้วย และพรรคประชาธิปัตย์ต้องการอะไร ถ้ามีคลิปก็เปิดมาเลยจะรอใคร มาสร้างความปั่นป่วนพูดจาวกวน ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระจริงๆ ตนยังไม่เห็นว่ามีบทบัญญัติกฎหมายใดที่ระบุว่าถ้าสภาฯเปิดแล้วนายกฯจะออกจากสภาฯไม่ได้ ตนขอร้องเถอะเล่นการเมืองอย่างนี้นอกจากไม่สร้างสรรค์แล้วยังน่าเบื่อหน่าย การเมืองไม่มีใครกลัวใคร ถ้ามีของจริงคุณเปิดมาแล้ว ไม่มาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเลี้ยงหน้าเลี้ยวหลังอย่างนี้ และบางคนไปลงสมัครส.ส.แล้วสอบตกมาแล้วสองครั้งก็ยังไม่เข็ด ประชาชนเขาก็ไม่เลือก
ทั้งนี้ฝ่ายค้านระบุอยากให้นายกฯโปร่งใสไปทำอะไรที่ไหนมาต้องสามารถชี้แจงได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าคุณรู้ว่านายกฯมีความผิดก็ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ และที่ขู่ว่าอาจจะเข้าข่ายยื่นถอดถอนนั้น ถ้าไปคุยกับนักธุรกิจแล้วผิดก็ติดคุกกันทั้งประเทศ นายกฯติดคุกทุกคน สมัยคุณอภิสิทธิ์ไปพูดในฟอรั่มต่างๆ นักธุรกิจเยอะแยะ ไม่เห็นมีใครไปว่าอะไรเลย สภาเปิดออกไม่ได้ ตำรวจจับเหรอ ไร้สาระจริง นอกจากนี้ถ้าประชาธิปัตย์ไปยื่นถอดถอนจริง นายกฯและรัฐบาลพร้อมชี้แจง มันไม่มีอะไรเลย ตนท้าเลยไม่กล้าหรอก อาจจะยื่นเป็นเชิงสัญลักษณ์ ระวังนะ พวกยื่นเวลาเป็นเท็จจะติดคุก สมมติตนมีเพื่อนเก่า ตนเคยทำอสังหาริมทรัพย์ไปอัพเดทสถานการณ์ว่าขณะนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไร รัฐบาลจะเอามาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา มันเป็นเรื่องผิดอะไร ผลประโยชน์ซ้ำซ้อนยังไง คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องมาเกรงใจนายกฯและรัฐบาล อะไรที่ผิดคุณดำเนินการได้ทันที
ส่วนการยื่นกระทู้สดที่เหมือนหลอกด่ารัฐบาลนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พวกนี้ไม่อ่านข้อบังคับกระทู้มีกระทู้ทั่วไปกับกระทู้สด แต่หลักการของกระทู้ต้องไม่ถามเรื่องส่วนตัวและไม่ใช่เรื่องการแสดงความคิดเห็น ถ้าเล่นกันอย่างนี้ประชาธิปัตย์แพ้ขาด คนจะหมดศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์ เขาศรัทธาพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งรอบหน้าชนะขาด 300 เสียงขึ้นไป
เมื่อถามว่าเมื่อนายกฯมั่นใจว่าไม่เป็นความจริงและอาจที่ทำให้เสียหาย จะพิจารณาฟ้องร้องตามกฎหมายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นดุลยพินิจของนายกฯ ส่วนที่โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุจะฟ้องร้องเพราะทำให้พรรคเสียหายนั้น ตนก็ว่าน่าจะเอาเสียที รู้สึกว่ายุ่งเหลือเกินพรรคประชาธิปัตย์ พอรัฐบาลทำงานได้ดีก็มาเล่นการเมืองน่าเบื่อหน่ายแบบนี้ พูดแต่โฟร์ซีซั่น ถามหน่อยว่าทำไมนายเอกยุทธไม่ยอมแจ้งความหรือแค่ต้องการให้เป็นประเด็นข่าว คุณรอให้พรรคประชาธิปัตย์เล่นข่าว และคุณกับพรรคประชาธิปัตย์พวกกัน อีกหน่อยจะโดนอีก ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็เหมือนกัน ตนบอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาดีเบตกันคนละ1 ชม.
'เฉลิม'ยันไทยไม่ใช่ประเทศก่อการร้าย
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวก่อการร้ายในประเทศไทย สืบเนื่องจากการจับกุมชาวอิหร่าน ที่เข้ามาเตรียมก่อเหตุในประเทศไทย ว่า จริงๆ ประเทศไทยไม่ใช่ฐานการก่อการร้าย และเราไม่ยอมให้ใครมาก่อการร้าย ตนดีใจที่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนเชื่อถือตน 63.8 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะแก้ไขปัญหาได้ ตนสามารถคุมสถานการณ์ได้ และจะทำให้ดีที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสองกลุ่มคือ กลุ่มฮิซบัลเลาะห์กับอิหร่าน ซึ่งผู้นำจิตวิญญาณของฮิซบัลเลาะห์เขาออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้ก่อเหตุ ส่วนชาวอิหร่านที่จับกุมได้ เขาประกอบระเบิดแล้วเกิดระเบิดขึ้นในบ้าน 1 ลูก โยนใส่แท็กซี่ 1 ลูก ทำตกเองจนขาขาด 1 ลูก ซึ่งพฤติกรรมของการใช้ระเบิดนั้น เป็นระเบิดที่เป็นลูก ใช้ขว้างปา ไม่ได้ใช้ก่อวินาศกรรม แต่เราต้องวิเคราะห์และหาข้อมูลประกอบว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า การเข้ามาดูได้สองแง่มุม บางคนมีกระทำเชิงสัญลักษณ์ เมื่อครบรอบ 40 ปี ของการก่อตั้งกลุ่มของลูกพี่เขา ก็อยากแสดงออก แต่พฤติกรรมของเหตุที่ผ่าน นายอาทริส ฮุสเซน เป็นชาวเลบานอน แต่ 3 คนที่จับได้เป็นชาวอิหร่าน อาวุธคนละลักษณะ ไม่มีพื้นฐานการเชื่อมโยงกัน แต่เมื่อเป้าหมายของเขาคือสหรัฐฯกับอิสราเอล ตนจึงเน้นว่าจากนี้เราเพิ่มมาตรการอารักขาให้ แค่เราไม่ทะเลาะด้วย เราไม่เกี่ยวข้อง ใครที่มาอยู่ในประเทศไทยเราดูแลความปลอดภัย และที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ให้สหรัฐฯกับอิสราเอลมาสั่งได้ ถ้าตนยังอยู่ตรงนี้ตนไม่ยอม
เมื่อถามว่าแต่ปัญหาคือบ้านเรายังให้วีซ่าปลายทางในการเข้าประเทศสามารถเขาออกได้ง่าย และยังหาวัตถุประกอบระเบิดได้ง่าย จะอุดช่องว่างอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการ ที่ผ่านมา 2 ปี 7 เดือน รัฐบาลไม่ทำอะไร ไม่เคยคิดว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะทำอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าปัญหาในการดำเนินการคือไม่ได้รับการอนุมัติให้การจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เพราะคิดไม่เป็น คิดแต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ตำรวจต้องบูรณาการกำลังและการข่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการป้องกัน ต้องยอมรับว่าอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เขาทะเลาะกันมานานแล้ว ทำไมเมืองไทยต้องไปทะเลาะกับเขา เราไม่ใช่ศัตรู เราต้องระมัดระวังป้องกัน ทำให้บ้านเราปลอดจากการก่อการร้าย ปลอดจากการเป็นฐานที่ตั้ง ซึ่งที่ผ่านมามันไม่มี และตนเชื่อว่าสามารถทำได้
เรียกตร.-ผู้เกี่ยวข้องกำชับบ้านพักตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ตนได้เชิญพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว และสันติบาล ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาวิเคราะห์กันว่าจากนี้ต่อไปโรงแรมที่ชาวตะวันออกกลางที่มาพักตามอพาร์ทเม้นต์ บ้านพัก ต้องรีบรายงานสน.ท้องที่ และตำรวจท่องเที่ยวต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ
ลั่นแค่ที่ปรึกษายูเอ็นไม่ใช่เทวดาที่จะสั่ง
ส่วนกรณีที่คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือ FATF ที่ได้ประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกาศให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะมีความเสี่ยงในการฟอกเงินและสนับสนุนการเงินก่อการร้าย เรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ เกี่ยวกับพรบ.ฟอกเงิน และพรบ.ยึดทรัพย์สินปราบปราบผู้ก่อการร้ายนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า องค์กรดังกล่าวเป็นองค์กรที่ปรึกษาของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ไม่ใช่เทวดาที่ไหนที่จะมาสั่งเรา ที่ผ่านมารัฐบาลตื่นเต้น เป็นพวกห่านที่ตกใจง่าย ตนศึกษาเรื่องมาตลอด โดยการจะออกกฎหมายใดต้องคำนึงถึงประเพณี วัฒนธรรมของกฎหมายไทย เรื่องนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เคยเสนอมาแล้ว ตนบอกเลขาฯปปง.ไปแล้วว่าไม่ได้ แค่เตรียมการจะทำก็ถือว่าความผิดสำเร็จ และถ้าไปมีอำนาจเหนือศาล ตนไม่เห็นด้วย มีอำนาจไปยึดทรัพย์สินในธนาคาร และหรือมีอำนาจอื่นๆอีกมา จะทำเพื่อเอาใจ FATF ไม่ได้ ซึ่งตนพร้อมจะชี้แจงทุกเวที ทั้งปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพราะกฎหมายเมื่อออกมาแล้วต้องใช้ในเมืองไทยด้วย อย่างกรณีที่มีการไปแก้กฎหมายก่อการร้าย ที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยออกเอาไว้ ทำให้การเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นการก่อการร้าย
ชี้ต้องแก้กฎหมายก่อการร้ายไทยก่อน
ทั้งนี้ถ้าจะออกกฎหมายสองฉบับต้องแก้กฎหมายก่อการร้ายในเมืองไทยก่อน ถ้าไปแก้ฉบับที่เขาเรียกร้องก่อนที่จะมีการชุมนุม คนในเมืองไทยก็ถูกยึดทรัพย์กันหมด แม้แต่กระต๊อบที่ จ.อุดรธานี ก็ถูกยึดหมด พวกไม่รู้ก็กระดี๊กระด๊าว่าจะต้องเร่งรัด แต่ตนไม่เร่งรัด และไม่ต้องไปทำหนังสือชี้แจง FATF เพราะเขาไม่ใช่เจ้านายประเทศเรา ทำไมจะต้องเอากฎหมายฉบับนี้มาแทรกแซงประเทศเรา แล้วเขาก็ไม่ได้บอกว่าเราถูกขึ้นแบล็กลิสต์ แต่ปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากอิสราเอล และสหรัฐฯ เขาโกรธอิหร่าน ว่าตั้งระเบิดนิวเคลียร์ และอิหร่านกับเราผูกพันกันมาหลายร้อยปี คนอิหร่านมีมรดกตกทอดมาเป็นคนไทยเยอะแยะ มันต้องศึกษาประวัติศาสตร์ อย่าไปตื่นเต้น
เมื่อถามว่าแสดงว่ามีวิธีการที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่ตรงกลางไม่เข้าไปอยู่ในฐานะสุ่มเสี่ยงกลายเป็นคู่ขัดแยังด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทำอย่างที่ตนคิดคือกลางๆ แต่ถ้าทำอย่างพรรคประชาธิปัตย์คิดเรียกว่าสุดโต่ง มันต้องดูด้วย เพราะกฎหมายไทยไปก้าวก่ายอำนาจศาลไม่ได้ แต่กฎหมายที่เขาเขียนมายึดธนาคารยังได้เลย ซึ่งบ้านเราไม่มี ตั้งแต่ตอนเด็ก ตนเคยชาวเห็นปาเลสไตน์ จับทูตยิวที่ซอยหลังสวน ตอนพ.ศ. 2515 เมื่อจับได้เขาก็ส่งออกไป จากนั้นถามว่ามีเหตุก่อการร้ายหรือไม่ เพราะไทยเป็นภาคีสมาชิก และสมัยเมื่อปี 2546ก็มีการร่างกฎหมายการก่อการร้าย ซึ่งเจตนารมณ์ของการก่อการ้ายคือจารกรรม วินาศกรรม แบบตึกเวิร์ดเทรด ทำลายท่าเรือ สนามบิน แต่ประเทศไทยแค่เรียกร้องประชาธิปไตยยังก่อการร้าย ดังนั้นถ้าไปออกกฎหมายตามเขา ให้อำนาจไว้ไม่ได้หรอก เดี๋ยวพวกบ้าอำนาจเข้ามาบ้านเมืองก็แย่
เมื่อถามว่าภาคเอกชนสะท้อนว่าการที่มีการประกาศเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนจะบอกให้ว่าเจตนาที่เขาต้องการจะให้ออกกฎหมาย เป็นการออกสำหรับประเทศที่เป็นฐานที่ตั้งสนับสนุนผู้ก่อการร้าย หรือประเทศที่มีการก่อการร้าย แต่ประเทศเราไม่มี ที่เขาเตือนประเทศเรานั้นเป็นแค่สีเทา ส่วนอิหร่านกับเกาหลีเหนือนั้นติดแบล็กลิสต์ ขอให้อ่านหนังสือบ้างก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์อะไร
เมื่อถามว่าแสดงว่ากฎหมายการฟอกเงินที่บังคับใช้ในบ้านเรา กำหนดโทษไว้ความเหมาะสมแล้ว รองนายก กล่าวว่า เหมาะสมสำหรับสังคมไทย แต่พวกนี้อยากให้เราทำว่าถ้าเป็น ที่ตั้งหรือสนับสนุนการก่อการร้าย แต่บ้านเราไม่มี ต่อข้อถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร เพราะทางฝ่ายค้านระบุว่าได้รัฐบาลที่แล้วเตรียมการในเรื่องนี้ไว้แล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มาถึงรัฐบาลนี้ถึงตก เพราะมันไปไม่ได้ จะออกกฎหมายเอาใจต่างชาติไม่ได้ แล้วถ้าจะทำเรื่องนี้ต้องแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135 /1-4 ใหม่ เกี่ยวกับเรื่องก่อการร้ายในบ้านเราด้วย ซึ่งทางเลขาปปง.จะมาพบตน และตนจะอธิบายให้ฟัง
โว 4ประเทศ ลุ่มน้ำโขงร่วมมือเดินหน้าปราบยา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชาจีน ระหว่างวันที่ 15-17 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้าการประสานความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนในการปราบปรามยาเสพติดว่า ดี เขาให้ความร่วมมือดี และ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงเขาช่วยเยอะ



