ข่าว

'อิหร่าน'งดส่งน้ำมันให้อังกฤษ-ฝรั่งเศส

'อิหร่าน'งดส่งน้ำมันให้อังกฤษ-ฝรั่งเศส

20 ก.พ. 2555

อิหร่าน ระงับการส่งออกน้ำมันให้อังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอียู ด้านอังกฤษ เตือนพลเมืองที่อยู่ในกรีซให้ไปขึ้นทะเบียนที่สถานกงสุล เตรียมพร้อมรับการอพยพ

          20 ก.พ. 55  กระทรวงน้ำมันของอิหร่าน ได้โพสต์แถลงการณ์ในเว็บไซท์ เมื่อวันอาทิตย์ว่า ได้ระงับการส่งออกน้ำมันไปยังอังกฤษและฝรั่งเศสแล้ว ที่แสดงให้เห็นว่า อิหร่านได้ชิงเป็นฝ่ายดำเนินการก่อน หลังสหภาพยุโรป หรือ อียู ตัดสินใจบอยคอตการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป 

          ปัจจุบัน สมาชิกอียู 27 ประเทศ พึ่งพาน้ำมันที่ส่งออกของอิหร่านราว 18 เปอร์เซ็นต์ ด้านสถานีโทรทัศน์ เพรสส์ ทีวี ที่รายงานเป็นภาษาอังกฤษ ได้อ้างถ้อยแถลงของนายอาลี เรซา นิคซ้าด โฆษกของกระทรวงน้ำมันอิหร่านว่า อิหร่านสามารถหาลูกค้าน้ำมันที่สามารถแทนที่บริษัทของอังกฤษและฝรั่งเศสได้แล้ว 

          เมื่อเดือนที่แล้ว อียูได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการคว่ำบาตรธนาคารกลางของอิหร่าน และการคว่ำบาตรการซื้อน้ำมัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ด้านปิโตรเคมีและทองคำที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม แต่นายรอสตัม แคสเซมี รัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่าน ได้เตือนเมื่อช่วงต้นเดือนว่า อิหร่านอาจเป็นฝ่ายตัดขาดการส่งออกน้ำมันไปให้ประเทศปรปักษ์ในกลุ่มชาติยุโรป 

          อังกฤษและฝรั่งเศส ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสำนักข่าวกึ่งทางการ เมห์ของอิหร่าน รายงานว่า การส่งออกน้ำมันดิบไปยังอังกฤษและฝรั่งเศส ถูกระงับเมื่อวันอาทิตย์
โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของอิหร่าน ได้ส่งจดหมายไปยังโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งของยุโรป เพื่อยื่นคำขาดให้เลือกเอาระหว่างการลงนามทำสัญญาระยะยาวอีก 2-5 ปี หรือยกเลิกสัญญา

          สำนักข่าวเมห์ ไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่ถูกส่งหมายยื่นคำขาด แต่สเปน อิตาลี และกรีซ ต่างอยู่ในกลุ่มผู้ซื้อน้ำมันอิหร่าน รายใหญ่ที่สุดในยุโรป ส่วนการที่อังกฤษและฝรั่งเศส ตกเป็นเป้าของการตอบโต้จากอิหร่าน เป็นผลมาจากปัจจัยการเมืองที่อิหร่านต้องการลงโทษสองประเทศ ที่สนับสนุนการใช้มาตรการคว่ำบาตรที่หนักหน่วงต่ออิหร่าน ในประเด็นพิพาทโครงการนิวเคลียร์ 

          การประกาศยุติการส่งออกน้ำมันเมื่อวันอาทิตย์ ยังเป็นการส่งสัญญาณของอิหร่าน ในการตอบโต้อียู ที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านกำลังมีแผนการจะตัดการส่งออกน้ำมันไปยัง 6 ชาติสมาชิกอียู แต่ต่อมารายงานอ้างว่า ประเทศเหล่านี้เพียงแต่ได้รับแจ้งจากอิหร่านว่า อิหร่านไม่มีปัญหาในการหาลูกค้าใหม่ในยุโรปมาแทนที่ประเทศเหล่านี้

          ชาติตะวันตกพากันวิตกว่า การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เป็นไปภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอด และอ้างว่า ต้องการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อวัตถุประสงค์โดยสันติ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้าและการวิจัยทางการแพทย์

 

อังกฤษเตือนพลเมืองที่อยู่ในกรีซให้ไปขึ้นทะเบียนที่สถานกงสุล เตรียมพร้อมรับการอพยพ

 

          เว็บไซต์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ของอังกฤษ รายงานว่า ชาวอังกฤษที่อยู่ในประเทศกรีซ ได้รับการเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า พวกเขาอาจจำเป็นต้องอพยพ และคำเตือนนี้ ได้มีขึ้นในช่วงที่รัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโรโซน กำลังเตรียมตัดสินใจว่าจะอนุมัติเงิน 130,000 ล้านยูโร ภายใต้แพ็คเกจช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของกรีซหรือไม่ 

          นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ได้เรียกร้องให้ชาวอังกฤษในกรีซไปขึ้นทะเบียนไว้ที่สถานกงศุล เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถแจ้งแผนการล่าสุด เกี่ยวกับการอพยพพลเมืองได้รายวัน ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ จากการที่มีเหตุจลาจลลุกลามไปทั่วประเทศ ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ และกำลังถูกบีบออกจากกลุ่มยูโรโซน

          นายเฮ้ก กล่าวว่า การให้เงินช่วยเหลือมีความสำคัญต่อทั้งกรีซและยูโรโซน แต่อังกฤษเตือนว่า ได้มีการเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าในกรณีที่จำเป็นต้องช่วยเหลือชาวอังกฤษ ด้านนายอลิสแตร์เบิร์ท รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้เรียกร้องให้ชาวอังกฤษที่อยู่ในกรีซ ไปขึ้นทะเบียนไว้ที่สถานกงสุล เพื่อจะได้ง่ายต่อการตามตัวในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน 

          โอกาสที่จะเกิดความระส่ำระสายในกรีซ ได้ทวีความเป็นไปได้ขึ้นมาอีก เมื่อเยอรมนีถูกกล่าวหาว่า พยายามทำลายประชาธิปไตยในกรีซ โดยคณะรัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโร ที่กำลังอยู่ระหว่างการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ จะพิจารณาข้อเสนอของเยอรมนีที่จะไม่ให้อนุมัติเงินช่วยเหลือแก่กรีซ เว้นแต่ว่า กรีซจะเลื่อนการเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนเมษายนออกไปก่อน 

          นายวูลฟ์กัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังของเยอรมนี ต้องการให้รัฐบาลกรีซชุดปัจจุบันทำหน้าที่ต่อไปเพื่อเป็นหลักประกันว่ามาตรการรัดเข็มขัดจะถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งภายใต้แผนการนี้เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมาธิการยุโรป , ธนาคารกลางแห่งยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จะสถาปนาสำนักงานถาวรในกรุงเอเธนส์ เพื่อตรวจสอบการควบคุมการใช้จ่ายแบบรายวัน แต่ก็ถูกประนามจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เช่น นายปีเตอร์ โบน ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ ระบุว่า กรีซ
เป็นถิ่นกำเนิดของประชาธิปไตย แต่ตอนนี้กลับมีสภาพเหมือนถูกขอให้สละอำนาจอธิปไตย เพื่อไม่ให้ถดถอยลงไปมากกว่านี้ แต่มันก็คือสูตรสำเร็จของความหายนะ

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)

----------