ข่าว

ปลอดประสพโต้ปชป.กล่าวหาล้มเหลวแก้นำท่วม

ปลอดประสพโต้ปชป.กล่าวหาล้มเหลวแก้นำท่วม

20 ก.พ. 2555

"ปลอดประสพ" โต้ "ปชป." กล่าวหาล้มเหลวแก้น้ำท่วม อัด มีแต่ผู้ว่า กทม. ที่ทำบ้าๆ

          วันที่ 20 ก.พ.55  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานประชาสัมพันธ์ของพรรคเพื่อไทยได้ส่งอีเมล์การชี้แจงของนายปลอดประสพ สุรัสวดี  รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะกรรมการ กยน. ชี้แจงการกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ ข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาล สอบตกในการแก้ปัญหา ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้ชี้แจงว่า พื้นที่ต้นน้ำ ยุทธศาสตร์คือการดูดซับน้ำและชะลอน้ำโดยใช้ป่าต้นน้ำ และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยป่าที่จะปลูกเป็นป่าประเภทป่าดิบและป่าดิบแล้ง และยังจะมีการปรับปรุงสวนป่าสักในเขตลุ่มน้ำยมให้เป็นป่าเบญจพรรณเพื่อให้ซับน้ำได้มากกว่าเดิม ในการนี้ได้มีการแบ่งภารกิจ หน้าที่เป็นที่เรียบร้อยระหว่างกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กองทัพ และกระทรวงมหาดไทย และองค์กรเอกชนเช่น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในการทำหน้าที่ปลูกป่า
 
          พื้นที่กลางน้ำตอนบน ยุทธศาสตร์คือ การใช้เขื่อนขนาดใหญ่รับน้ำเช่น เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ให้พร่องน้ำไว้เพื่อรองรับน้ำประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และใช้อ่างเก็บน้ำ ธรรมชาติขนาดใหญ่เช่น บึงบอระเพ็ด และบึงสีไฟโดยไม่ให้ราษฎรเดือดร้อน ประมาณว่าจะเก็บน้ำส่วนเกินไว้อีกประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมใช้ที่ลุ่ม (Flood Plain) อีกประมาณ 470,000 ไร่ เพื่อเก็บและชะลอน้ำที่จะหลากลงมา และให้มีการขุดคลองขนาดใหญ่ 2 คลองเพื่อเชื่อมลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านเข้าด้วยกัน (Tran Basin Diversion) ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามในการเชื่อมลุ่มน้ำขนาดใหญ่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
 
          พื้นที่กลางน้ำตอนล่าง ใช้พื้นที่ลุ่มอีกประมาณ 1 ล้านไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำซึ่งคาดว่าจะชะลอน้ำได้ประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมทั้งขุดลอกขยายคูคลองระบายต่างๆ ที่ตื้นเขิน
 
          พื้นที่ปลายน้ำ ยุทธศาสตร์คือ การเร่งระบายน้ำลงทะเลโดยมีเป้าหมายปริมาณน้ำที่ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้เพิ่มงบประมาณพิเศษเพื่อการขุดลอกคูคลองระบายน้ำ ซ่อมแซมและขยายประตูน้ำ ตลอดจนยกระดับถนนและเขื่อนริมทางน้ำ เพื่อป้องกันการท่วมล้นเข้าไปในพื้นที่เมือง
 
          ส่วนที่กล่าวหาว่า รัฐบาลไม่ดูแลแม่น้ำท่าจีน  นายปอลดประสพชี้แจงว่า ได้อนุมัติให้เริ่มการศึกษาการสร้างคลองลัดหรือท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ตามบริเวณแม่น้ำที่คดงอ (เช่นเดียวกับคลองลัดโพธิ์) เพื่อเร่งการระบายน้ำสู่ทะเล และให้สร้างคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ที่สำคัญของประเทศ พร้อมทั้งให้เร่งรัดการขุดลอกสันดอนที่ปากน้ำ ให้สามารถเพิ่มการระบายน้ำออกทะเลได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งให้เริ่มการศึกษาการเบี่ยงน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาผ่านคลองอู่ทอง-มะขามเฒ่า มาลงแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำแม่กลอง เพื่อลดปริมาการไหลของน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาลงอีก 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
 
          ต่อข้อกล่าวหาที่ว่า ไม่ไปตรวจดูประตูน้ำตอนกลางเจ้าพระยา 14 ประตู นายปลอดประสพระบุว่า ได้สั่งให้ซ่อมแซมประตูน้ำทั้ง 14 ประตู ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมให้ติด CCTV และ Hydrometers ให้ครบทุกจุดที่สำคัญ
 
          ขณะที่ข้อกล่าวหาเรื่อง ต้องเข้าไปดูจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร นายปลอดประสพก็ได้แจ้งว่า ในการประชุมได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร และได้เพิ่มงบประมาณพิเศษให้อีกประมาณ 180 ล้านบาทและ 112 ล้านบาทตามลำดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
 
          ข้อกล่าวหาที่ว่า ให้พูดเรื่อง Flood Way ให้ชัดเจน นั้น นายปลอดประสพชี้แจงว่า ได้ตัดสินใจที่จะใช้เส้นทางเดิมของน้ำเท่าที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการขุดลอกคูคลองและแม่น้ำ เพิ่มการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องดันน้ำให้ไหลลงแม่น้ำหรือทะเลได้สะดวก สำหรับ Flood Diversion หรือทางเบี่ยงน้ำซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่นั้น ได้วางแผนที่จะให้เกิดขึ้นทั้งทางซีกตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสำหรับฝั่งตะวันตก อาจจะใช้เส้นทางอู่ทอง-มะขามเฒ่า-แม่น้ำแม่กลอง
 
          ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาตนว่า ปีที่แล้วทำบ้าๆ ทำให้คนตาย  นายปลอดประสพ ตอบโต้ว่ามีแต่ ผู้ว่ากทม. เท่านั้นที่ทำบ้าๆ เช่น  ประกาศให้เชื่อตนคนเดียว ประกาศขอรับผิดชอบว่าน้ำจะไม่ท่วม กทม. แต่สุดท้ายก็ท่วม กทม.ไม่ยอมเปิดประตูน้ำจนทำให้น้ำท่วมไปทั่วปริมณฑล  สั่งอพยพประชาชนเมื่อน้ำท่วมมากแล้ว ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเพราะหนีไม่ทัน
 
          ต่อเรื่องที่ระบุว่ารัฐบาลอวดรู้ ไม่ใช้วิศวกรเข้าแก้ปัญหา นั้นก็ชี้แจงว่ารัฐบาลได้ใช้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 30 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับปลัดกระทรวงและอธิบดี และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำ เป็นองค์คณะแบบ Multi-disciplinary approach เข้าสังเคราะห์ปัญหา (Synthesis) และให้คำแนะนำการแก้ปัญหาน้ำซึ่งสลับซับซ้อนไปด้วยเรื่องนิเวศวิทยา วิศวกรรม ผังเมือง เศรษฐกิจและสังคม หรือแม้แต่เรื่องการเมือง