ข่าว

'อัมรินทร์'ชี้อย่าเต้นตามFATFกล่าวหา

'อัมรินทร์'ชี้อย่าเต้นตามFATFกล่าวหา

20 ก.พ. 2555

อัมรินทร์ คอมันตร์ 'รัฐบาลอย่าเต้นไปกับข้อกล่าวหา' สัมภาษณ์พิเศษโดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

               เกิดแรงกระเพื่อมในภาครัฐและภาคเอกชนพอสมควรหลังจากมีข่าว "สำนักงานคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน" หรือ FATF ขึ้นบัญชีดำประเทศไทย ในฐานะเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางการเงินตามระดับมาตรฐานสากล เนื่องจากไทยไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ FATF เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการต่อสู้กับการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ขบวนการการก่อการร้าย
   
              สำหรับในภาครัฐหลังจากประเทศถูกขึ้น "บัญชีดำ" ก็จะทำให้ประเทศไทยรู้สึกเสียหน้า ขณะที่ "ภาคเอกชน" ก็จะเกิดผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศจะถูกตรวจสอบเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม
   
              ในมุมมองของ "อัมรินทร์ คอมันตร์" ซึ่งมีสถานะทั้ง "นักธุรกิจระหว่างประเทศ" และ "นักกฎหมายระหว่างประเทศ" เห็นว่า เรื่องนี้รัฐบาลควรรีบชี้แจงและตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวในทันที ไม่ควรจะตื่นตกใจกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ควรจะให้หน่วยงานที่ขึ้นบัญชีดำประเทศไทยนำหลักฐานที่มากล่าวหาประเทศไทยมาแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกระทำผิดร้ายแรงจุดไหนก่อน เพื่อให้ประเทศไทยได้หาทางแก้ไขและชี้แจงกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
   
              "ระยะหลังจะเห็นว่านโยบายด้านต่างประเทศไทยของไทยอ่อนแอมาก รัฐบาลต้องคุมเกมให้เป็นและเป็นหน้าที่ที่ต้องโต้แย้งทันทีเมื่อรู้ว่าประเทศไทยถูก FATF ขึ้นบัญชีดำ ไม่ใช่นั่งตะลึง หรืออยู่เฉยๆ โดยไม่มีการตอบโต้ ผู้ปกครองประเทศต้องทำหน้าที่ ต้องสอบถามว่ามีหลักฐานอะไร อย่างไร และใครส่งเสริมการก่อการร้าย ให้ส่งหลักฐานที่กล่าวหามา เพื่อให้เราตรวจสอบไม่ใช่เต้นไปกับเขา คนไทยต้องปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของคนไทยด้วย"
   
              สำหรับผลกระทบที่จะเกิดกับนักธุรกิจ "อัมรินทร์" ในฐานะ "นักธุรกิจระหว่างประเทศ" ยอมรับว่า สำหรับนักธุรกิจรายใหญ่ที่ไปค้าขายหรือลงทุนในต่างประเทศจะได้รับผลกระทบเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น และทำให้ประเทศเสียชื่อเสียงได้
   
              ส่วนเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายชาวอิหร่านก่อเหตุปาระเบิดในซอยปรีดี พนมยงค์ 31-33 ถนนสุขุมวิท 71 กทม.อาจทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็นแหล่งพำนักของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวต่างประเทศ "อัมรินทร์" ก็เห็นว่า มีความเป็นไปได้ ที่ประเทศไทยเป็นทั้งที่พำนักและเป็นทางผ่านของกลุ่มผู้ก่อการร้าย และมองว่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย เราไม่ใช่ศัตรูของใคร จึงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว และไม่จำเป็นต้องเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะก่อการร้ายในขณะนี้มีเพียง 2 ค่ายเท่านั้น ส่วนเรามีปัญหาเฉพาะคนร้ายภาคใต้เท่านั้น
   
              วิธีที่แก้ปัญหานี้ที่ดีที่สุด "อัมรินทร์" เสนอว่า จากนี้ไปถ้าใครมาเที่ยวในประเทศไทยต้องขอวีซ่า และให้ออกกฎหมายกรณีถ้ามีชาวต่างชาติพำนักในประเทศไทยเกิน 10 วัน ผู้ใกล้ชิด ผู้ให้เช่าที่พักอาศัยต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบด้วย
   
              "รัฐบาลจำเป็นต้องเลือกนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีการตรวจตราใกล้ชิดช่วยปกป้องกับสิ่งที่เป็นอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้"
   
              เกี่ยวกับเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายชาวอิหร่านก่อเหตุปาระเบิดที่ซอยปรีดี พนมยงค์ 31-33  "อัมรินทร์" ได้แสดงความเห็นว่า รัฐบาลอย่าให้ใครมาแทรกแซงในเรื่องนี้ ต้องจัดการด้วยตนเอง เพราะการก่อการร้ายเป็นสงครามเพียง 2 ค่าย สำหรับประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใคร เราไม่จำเป็นต้องร่วมทำสงครามด้วย ประเทศไทยต้องวางตัวให้ถูก
   
              "เราต้องประกาศให้กลุ่มคนร้ายทราบไปเลยว่าอย่ามาวุ่นวายในประเทศไทย ขณะเดียวกันเราก็อย่าไปหลงกลกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ต้องวางตัวรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก" นักธุรกิจระหว่างประเทศ กล่าว
   
              "อัมรินทร์" มองว่า การที่ FATF ขึ้นบัญชีดำประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาล และส่วนตัวก็มองว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีอำนาจอะไรมากมาย แต่อยู่ที่ฝ่ายบริหารของไทยจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
   
              สำหรับความล่าช้าในการออกกฎหมาย 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องจนเป็นเหตุให้ถูกขึ้นบัญชีดำ คือ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ส. และร่างแก้ไขพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.
   
              ในเรื่องนี้ "อัมรินทร์" มองว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจจะมีเรื่องของผลประโยชน์ธุรกิจขนาดใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะการออกกฎหมายถ้าต้องการให้ผ่านจริงๆ เพียงวันเดียวก็สามารถทำได้ ดังนั้นต้องไปตรวจสอบข้อมูลดูว่าที่กฎหมายไม่ผ่านสาเหตุแท้จริงเกิดจากอะไร ไปขัดแข้งขัดขาใครหรือไม่อย่างไร 


........


(หมายเหตุ :อัมรินทร์ คอมันตร์ 'รัฐบาลอย่าเต้นไปกับข้อกล่าวหา' สัมภาษณ์พิเศษโดย สมถวิล เทพสวัสดิ์)