
'ปานศิริ'คุมผู้ต้องหายิงช้างป่าทำแผน
'ปานศิริ' คุมทำแผนฆ่าช้าง พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และคาร์บิน 3 ปลอก ปัดบอกชื่อนายทุนว่าจ้าง รอให้ตำรวจออกหมายจับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 19 ก.พ. 55 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. , พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมกำลังตำรวจภูธร จ.เพชรบุรี ได้นำตัวนายลูกแก้ว จันอุปถัมป์ อายุ 28 ปี และนายจันทร์ กัวพู้ อายุ 28 ปี 2 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าสัตว์ป่าคุ้มครอง (ช้างป่า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณหลุมฝังช้าง เขตป่าสงวนแห่งชาติ ห่างจากถนนลาดยางในหมู่บ้านประมาณ 300 เมตร หมู่ 6 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
ซึ่งตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปสาธิตขั้นตอนการฆ่าช้าง และชำแหละช้าง จนนำอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งงาช้างไปส่งให้นายทุน ที่มารอรับ โดยเฉพาะนายจันทร์ ที่เป็นคนยิงและชำแหละอวัยวะช้าง ซึ่งนายจันทร์ บอกว่า เขาใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการเลาะเอางาช้างออก และตัดปลายงวงช้างเพียง 5 - 6 นาที นายสมพร จอกาย ผู้ต้องหาอีกคน จะตัดอวัยวะสืบพันธ์ส่วนนายลูกแก้ว จะช่วยจับและนำเอาอวัยวะใส่ถุงกระสอบ และนอกจากจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้นำดอกไม้กราบขอขมาช้างบริเวณหลุมฝังศพ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมดูการทำแผนจำนวนมาก โดยชาวบ้านหลายรายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่น่าไปทำช้าง เนื่องจากช้างเข้าอาศัยอยู่ในพื้นที่มาก่อนชาวบ้าน และขอให้ตำรวจเร่งตามจับขบวนการล่าช้างให้หมดสิ้น โดยเฉพาะนายทุนที่ว่าจ้าง
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรายสารภาพว่า ได้เข้าร่วมฆ่าช้างตามคำชักชวนของนายสมพร จอกาย อยู่บ้านเลขที่ 258/1 หมู่ 6 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาคดีอีก 1 ราย ที่อยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ โดยนายสมพร เป็นผู้ติดต่อกับผู้รับซื้อ จัดหาปืน วางแผนการยิง และเส้นทางขนย้าย งา และอวัยวะช้างทั้งหมด ขณะก่อเหตุนายจันทร์ กับ นายสมพร ได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ นายสมพร ใช้ปืนเอเค 47 ยิงเข้าที่กะโหลกช้าง แต่ช้างไม่ล้ม นายจันทร์ จึงใช้ปืนคาร์บินยิงซ้ำไปบริเวณลำตัวอีก 2 นัด แต่ช้างยังไม่ล้ม และวิ่งหลบหนีไป ทั้งสามคนใช้เวลาติดตามหา 2 วัน จึงพบซากช้างตาย บริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากจุดที่ยิงครั้งแรกกว่า 6 กิโลเมตร
หลังพบซากช้างนายจันทร์ ได้ใช้ขวานที่นำมาตัดงาและใช้มีดปลายแหลมตัดปลายจมูกที่งวง และขนหางช้าง โดยมีนายลูกแก้ว เป็นผู้คอยช่วยเหลือ ส่วนนายสมพร เป็นผู้ตัดอวัยวะสืบพันธุ์ ก่อนนำใส่ถุงและเดินออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ได้โทรนัดให้น้องสาวขี่มารับ ก่อนนำของทั้งหมดไปส่งให้กับชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มารอรับที่หน้าโรงเรียนบ้านวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายสมพร รับเงินค่าจ้างมา 9 หมื่นบาท และแบ่งให้นายจันทร์ ได้เงินส่วนแบ่ง 2.2 หมื่นบาท ให้นายดวงแก้ว 1.5 หมื่นบาท
พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เผยว่าทางตำรวจต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความร่วมมือจนทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาฆ่าช้างได้ การจับกุมผู้ต้องหาได้ส่วนหนึ่งตำรวจได้หลักฐานเป็นหัวกระสุนปืนอาก้าในตัวช้างที่ตาย ทำให้ตำรวจสามารถกระชับพื้นที่หากลุ่มผู้ต้องหาได้ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคดี นำผู้ต้องหาไปทำแผนทุกจุดที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยเฉพาะบริเวณที่ผู้ต้องหายิงช้างซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่ช้างตายราว 6 ก.ม.
นอกจากทำแผนการซุ่มยิงช้างแล้ว ทางตำรวจต้องหาหลักฐานที่เป็นปลอกกระสุนที่ผู้ต้องหาใช้ยิงช้าง เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีให้แน่นหนามากขึ้น ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการหาหัวกระสุน รวมไปถึงการเร่งจับกุมนายสมพร ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจค่อนข้างหนาแน่นถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ตำรวจจะใช้ในการป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะสัตว์ป่าต่อไป
ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 จะเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้ยิงช้างตัวเล็กที่ถูกเผาหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสืบสวน แต่เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ส่วนการหาหลักฐานที่เป็นเศษหัวกระสุนปืนที่คาดว่าจะอยู่ในตัวช้าง ตำรวจได้พยายามตรวจสอบแต่ความร้อนอาจจะทำให้มีปัญหา แต่ตำรวจได้เก็บชิ้นส่วนกระดูกช้างที่เหลือจากการเผาไปสกัดตรวจสอบตรวจสอบดีเอ็นเอ และจำนำไปเปรียบเทียบเมื่อตำรวจได้ของกลางมา
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. เผยว่า ส่วนข่าวที่ระบุถึงชื่อนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างฆ่าช้าง เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่ขอเปิดเผยชื่อก่อน ส่วนชื่อนายทุนผู้ว่าจ้างที่เป็นข่าวไปแล้วนั้นไม่ได้ออกมาจากฝ่ายตำรวจ รอให้รวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดจนถึงการขอออกหมายจับถึงจะสามารถบอกชื่อนายทุนที่อยู่เบื้องหลังได้ แต่ทางตำรวจมีรายชื่อและข้อมูลต่างๆอยู่แล้ว เพียงแต่ยังรอรวบรวมหลักฐานให้หนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผยว่า ต้องขอขอบคุณตำรวจที่ได้ให้ความกระจ่างและคลี่คลายคดีฆ่าช้าง การติดตามจับกุมขบวนการล่าช้างทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องดำเนินการต่อ การคลี่คลายคดีสามารถจับกุมกลุ่มคนล่าช้างได้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานคงมีขวัญและกำลังใจในการทำงานรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าต่อไป สำหรับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการล่าช้าง ตนได้ให้รายชื่อและแผนผังการทำงานทั้งหมดให้กับทางตำรวจไปแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงจะมีข่าวดีจากตำรวจจับกุมกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการล่าช้างทั้งหมด เพราะทางอุทยานฯไม่มีอำนาจหน้าที่ตามล่ากลุ่มล่าช้าง โดยเฉพาะการติดตามสืบสวนสอบสวนและเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามที่ใช้ก่อเหตุ
ส่วนการตรวจสอบหรือดูแลชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานฯนั้น เบื้องต้นทางกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะมาสแกนตรวจชาวบ้านที่อาศัยอยู่ เพื่อดูว่าใครอาศัยอยู่ถูกต้องตามกฏหมาย ตรวจสอบว่ามีสัญชาติหรือไม่มีสัญชาติตามที่ลงทะเบียนไว้ หากผู้ใดที่อาศัยอยู่แต่ไม่มีทะเบียนบัตรก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป เพราะปัญหาที่เกิดส่วนมากจะมาจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าน่าจะควบคุมการล่าสัตว์ป่าได้ ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอแก่งกระจาน เพื่อดำเนินการร่วมกันในการตรวจสอบและควบคุมกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสัญชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่ โดยที่ไม่ได้มีการพิสูจน์สิทธิการเข้ามาอย่างถูกต้อง



